ผมโตมาในครอบครัวฐานะธรรมดา พ่อแม่ไม่ได้มีโอกาสเรียนสูง ตั้งแต่เด็กผมไม่ค่อยได้ในสิ่งที่อยากได้ เพราะครอบครัวต้องประหยัด เงินรายอ เงินรางวัล หรือเงินที่ผมได้มาก็มักถูกนำไปใช้ในครอบครัว ผมไม่เคยโกรธพ่อแม่เรื่องความจน แต่ทำให้ผมโตมากับความรู้สึกว่า "ตัวเองไม่มีสิทธิ์อยากได้อะไร"
ป.1 คือจุดเริ่มต้นของปมในชีวิต ผมโดนล้อเรื่องหน้าตา โดยเฉพาะจมูก จนถูกเรียกว่า "มิสเตอร์บีน" ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่มีเพื่อนเลยสักคน ความมั่นใจเรื่องหน้าตาและส่วนสูงหายไปตั้งแต่ตอนนั้น ผมเริ่มระแวงสายตาคนอื่นและคิดว่าทุกคนกำลังตัดสินผม
เพราะไม่มีเพื่อน ผมเลยโตมากับมือถือ เกม และอนิเมะมากกว่าการเข้าสังคม สิ่งพวกนี้กลายเป็นเพื่อนของผม ผมเริ่มมีเพื่อนจริง ๆ ตอน ป.2-3 เพราะค้นพบว่าตัวเองวาดรูปเก่ง ทั้งที่ไม่เคยชอบวาดรูปมาก่อน ผมใช้การวาดรูปเป็นเครื่องมือให้คนยอมรับและทำให้ตัวเองมีตัวตน
ช่วงนั้นผมไปสนิทกับรุ่นพี่คนหนึ่ง จนวันหนึ่งผมรู้จักสื่อผู้ใหญ่จากความสงสัยในเกม และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติดหนังผู้ใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก
ผมเคยโดนท้าต่อยและชกอีกฝ่ายจนเลือดออก ความรู้สึกสะใจจากการเอาคืนคนอื่น ทำให้ผมเริ่มก้าวร้าว มีเรื่องชกต่อย และอาละวาดทำลายข้าวของอยู่ช่วงหนึ่ง
แม้จะมีเพื่อนในช่วง ป.3-6 แต่หลายคนก็คือคนที่เคยล้อผม ผมทำเหมือนลืมเรื่องในอดีต แต่จริง ๆ ยังเจ็บอยู่เสมอ ผมเรียนดีจนครูมองว่าเป็นเด็กดี เลยไม่มีใครรู้ว่าผมมีปัญหาหลายอย่าง
ตอน ป.6 มีเหตุการณ์ที่ผมจำไม่ลืม คือไปทำกิจกรรมจิตอาสา ทุกคนได้ดื่มน้ำ แต่ผมไม่ได้ เพราะมีผู้ใหญ่หยิบน้ำของผมไปต่อหน้าต่อตา ผมรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตน อีกทั้งยังถูกผลักให้เป็นหัวหน้าห้อง คอยรับผิดแทนคนอื่น ถูกใช้งานตลอด ไม่มีแม้แต่รูปตัวเองในวันจบประถม ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เครื่องมือของคนอื่น
หลังจบประถม ผมถูกส่งไปเรียนสายตะห์ฟิสตามความหวังของครอบครัว ทั้งที่ไม่ใช่ความฝันของผมเลย ผมรู้สึกเหมือนถูกหลอกและถูกกำหนดชีวิตไว้ตั้งแต่ยังไม่เกิด เพราะปู่และพ่อเคยอยากเดินเส้นทางนี้แต่ทำไม่สำเร็จ
ช่วงที่อยู่หอเป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต ผมร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากเรียน ไม่อยากละหมาด แกล้งป่วยเพื่อหนีเรียน เครียดจนเคยทำร้ายตัวเอง เคยคิดอยากตาย เคยยืนกลางถนนหวังให้รถชน และครั้งหนึ่งเครียดจนหายใจไม่ออก ตัวแข็ง ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล แต่ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้พ่อแม่ฟังเลย
หลังจากย้ายไปอีกโรงเรียน ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น ผมยังหนีเรียน หนีละหมาด ใช้ชีวิตอยู่แต่ในหอ เติมเกม ใช้เงินหมด และสุดท้ายก็ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง จนได้ย้ายมาเรียนที่อัตตัร
พอมาอัตตัร ผมยังคงไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวผู้หญิงมาก แค่เดินผ่านก็เครียด ผมถูกเรียกว่า "หรั่ง" ซึ่งเป็นคำที่ทำให้ย้อนนึกถึงการถูกล้อตั้งแต่ ป.1 ผมเคยคิดอยากตายอีกครั้ง และถึงแม้จะมีเพื่อน แต่หลายคนก็ล้อและแกล้งผม ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนแท้จริง ๆ
ผมเคยแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งและอกหัก กลายเป็นเรื่องให้คนล้ออีก แม้จะเรียนศาสนาเก่ง ได้อันดับต้น ๆ เสมอ แต่ในใจผมกลับไม่มีศรัทธาเลย ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความฝันของตัวเอง และไม่มีที่ยึดเหนี่ยว
ตลอดชีวิต ผมไม่เคยมีเค้กวันเกิด ไม่เคยได้ของขวัญวันเกิด พ่อแม่แทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปีนี้ผมอายุเท่าไร ผมเคยอิจฉาน้องสาว เพราะน้องได้รับหลายอย่างที่ผมไม่เคยได้รับ แต่เมื่อโตขึ้น ผมก็เริ่มเข้าใจว่าหลายอย่างเกิดจากข้อจำกัดของครอบครัว ไม่ใช่เพราะเขาไม่รักผม
ทุกวันนี้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก ผมเลิกคิดอยากตายแล้ว หันมาออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง และเริ่มรักตัวเองมากขึ้น ผมยังมีปมเรื่องหน้าตา ส่วนสูง และอดีตอยู่บ้าง แต่ผมไม่ได้ปล่อยให้มันควบคุมชีวิตเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
อดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่ผมเลือกได้ว่าจะใช้มันเป็นข้ออ้างในการยอมแพ้ หรือใช้มันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และวันนี้ผมเลือกอย่างหลัง
ชีวิตของเด็กคนนึง
ป.1 คือจุดเริ่มต้นของปมในชีวิต ผมโดนล้อเรื่องหน้าตา โดยเฉพาะจมูก จนถูกเรียกว่า "มิสเตอร์บีน" ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่มีเพื่อนเลยสักคน ความมั่นใจเรื่องหน้าตาและส่วนสูงหายไปตั้งแต่ตอนนั้น ผมเริ่มระแวงสายตาคนอื่นและคิดว่าทุกคนกำลังตัดสินผม
เพราะไม่มีเพื่อน ผมเลยโตมากับมือถือ เกม และอนิเมะมากกว่าการเข้าสังคม สิ่งพวกนี้กลายเป็นเพื่อนของผม ผมเริ่มมีเพื่อนจริง ๆ ตอน ป.2-3 เพราะค้นพบว่าตัวเองวาดรูปเก่ง ทั้งที่ไม่เคยชอบวาดรูปมาก่อน ผมใช้การวาดรูปเป็นเครื่องมือให้คนยอมรับและทำให้ตัวเองมีตัวตน
ช่วงนั้นผมไปสนิทกับรุ่นพี่คนหนึ่ง จนวันหนึ่งผมรู้จักสื่อผู้ใหญ่จากความสงสัยในเกม และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติดหนังผู้ใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก
ผมเคยโดนท้าต่อยและชกอีกฝ่ายจนเลือดออก ความรู้สึกสะใจจากการเอาคืนคนอื่น ทำให้ผมเริ่มก้าวร้าว มีเรื่องชกต่อย และอาละวาดทำลายข้าวของอยู่ช่วงหนึ่ง
แม้จะมีเพื่อนในช่วง ป.3-6 แต่หลายคนก็คือคนที่เคยล้อผม ผมทำเหมือนลืมเรื่องในอดีต แต่จริง ๆ ยังเจ็บอยู่เสมอ ผมเรียนดีจนครูมองว่าเป็นเด็กดี เลยไม่มีใครรู้ว่าผมมีปัญหาหลายอย่าง
ตอน ป.6 มีเหตุการณ์ที่ผมจำไม่ลืม คือไปทำกิจกรรมจิตอาสา ทุกคนได้ดื่มน้ำ แต่ผมไม่ได้ เพราะมีผู้ใหญ่หยิบน้ำของผมไปต่อหน้าต่อตา ผมรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตน อีกทั้งยังถูกผลักให้เป็นหัวหน้าห้อง คอยรับผิดแทนคนอื่น ถูกใช้งานตลอด ไม่มีแม้แต่รูปตัวเองในวันจบประถม ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เครื่องมือของคนอื่น
หลังจบประถม ผมถูกส่งไปเรียนสายตะห์ฟิสตามความหวังของครอบครัว ทั้งที่ไม่ใช่ความฝันของผมเลย ผมรู้สึกเหมือนถูกหลอกและถูกกำหนดชีวิตไว้ตั้งแต่ยังไม่เกิด เพราะปู่และพ่อเคยอยากเดินเส้นทางนี้แต่ทำไม่สำเร็จ
ช่วงที่อยู่หอเป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต ผมร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากเรียน ไม่อยากละหมาด แกล้งป่วยเพื่อหนีเรียน เครียดจนเคยทำร้ายตัวเอง เคยคิดอยากตาย เคยยืนกลางถนนหวังให้รถชน และครั้งหนึ่งเครียดจนหายใจไม่ออก ตัวแข็ง ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล แต่ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้พ่อแม่ฟังเลย
หลังจากย้ายไปอีกโรงเรียน ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น ผมยังหนีเรียน หนีละหมาด ใช้ชีวิตอยู่แต่ในหอ เติมเกม ใช้เงินหมด และสุดท้ายก็ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง จนได้ย้ายมาเรียนที่อัตตัร
พอมาอัตตัร ผมยังคงไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวผู้หญิงมาก แค่เดินผ่านก็เครียด ผมถูกเรียกว่า "หรั่ง" ซึ่งเป็นคำที่ทำให้ย้อนนึกถึงการถูกล้อตั้งแต่ ป.1 ผมเคยคิดอยากตายอีกครั้ง และถึงแม้จะมีเพื่อน แต่หลายคนก็ล้อและแกล้งผม ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนแท้จริง ๆ
ผมเคยแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งและอกหัก กลายเป็นเรื่องให้คนล้ออีก แม้จะเรียนศาสนาเก่ง ได้อันดับต้น ๆ เสมอ แต่ในใจผมกลับไม่มีศรัทธาเลย ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความฝันของตัวเอง และไม่มีที่ยึดเหนี่ยว
ตลอดชีวิต ผมไม่เคยมีเค้กวันเกิด ไม่เคยได้ของขวัญวันเกิด พ่อแม่แทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปีนี้ผมอายุเท่าไร ผมเคยอิจฉาน้องสาว เพราะน้องได้รับหลายอย่างที่ผมไม่เคยได้รับ แต่เมื่อโตขึ้น ผมก็เริ่มเข้าใจว่าหลายอย่างเกิดจากข้อจำกัดของครอบครัว ไม่ใช่เพราะเขาไม่รักผม
ทุกวันนี้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก ผมเลิกคิดอยากตายแล้ว หันมาออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง และเริ่มรักตัวเองมากขึ้น ผมยังมีปมเรื่องหน้าตา ส่วนสูง และอดีตอยู่บ้าง แต่ผมไม่ได้ปล่อยให้มันควบคุมชีวิตเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
อดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่ผมเลือกได้ว่าจะใช้มันเป็นข้ออ้างในการยอมแพ้ หรือใช้มันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และวันนี้ผมเลือกอย่างหลัง