“ภาวุธ” ทดลองใช้ AI Pass ของดีอี ยอมรับตอบโจทย์กลุ่มเริ่มต้น ปรับเป็นโมเดลจ่ายจริงตามการใช้

POLITICS : “ภาวุธ” ทดลองใช้ AI Pass ของดีอี ยอมรับตอบโจทย์กลุ่มเริ่มต้น ปรับเป็นโมเดลจ่ายจริงตามการใช้ เผยงบเดินหน้าไปแล้ว ทำอย่างไรให้คุ้ม ลั่นไม่ใช่เอาชนะทางการเมือง




.
เมื่อช่วงดึกวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ดีอี) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังรีวิวแอปพลิเคชัน AI Pass
.
โดยนายภาวุธ ระบุว่า เมื่อ 15 ก.ค. 2569 ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมรีวิวแอปพลิเคชัน AI Pass (หรือชื่อเดิม TH-AI Passport) ที่ร้าน Open Craft ที่เปิดให้คนภายนอกมาทดลองเล่น โดยผมไปกับ อ.อ้อ (ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์) เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้อย่างใกล้ชิดครับ
.
ผลลัพธ์จากการตรวจสอบและการปรับโมเดลธุรกิจ จากที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตและอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับที่มาที่ไปและงบประมาณก้อนโตของโครงการนี้ วันนี้พลังจากกระแสสังคมและการตรวจสอบร่วมกันได้ส่งผลให้โครงการมีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญ
.
จุดที่เปลี่ยนไปและสมเหตุสมผลมากขึ้นคือ จากเดิมที่ “เป็นการตั้งงบจ่ายเงินระดับ 1,600 ล้านบาท" ถูกปรับมาเป็นโมเดล “การจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง” หรือ Pay-per-Active User ในราคาประมาณ 25 บาท/คน/เดือน พูดง่ายๆ คือ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ถ้าคนใช้น้อย เงินที่เหลือก็ต้องคืนคลังรัฐ วิธีนี้ช่วยอุดรอยรั่วและเซฟงบประมาณแผ่นดินไปได้มาก ถือเป็นทิศทางที่ดีขึ้นจากการการันตีจ่ายเงินทั้งก้อนในอดีต
.
จากการที่ผมได้ทดลองใช้ระบบ AI Pass ปัจจุบันทำหน้าที่เหมือนศูนย์รวมโมเดล AI หลายค่ายไว้ในที่เดียว ทั้ง AI ข้อความ, วาดภาพ, สร้างวิดีโอ, ทำเพลง และวิเคราะห์ข้อมูล  สำหรับสาย Tech หรือคนใช้ AI ประจำ แพลตฟอร์มนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ครับ เพราะฟีเจอร์ฟรีของค่ายใหญ่ๆ ข้างนอกยังมีความสามารถและยืดหยุ่นสูงกว่า
.
สำหรับผู้เริ่มต้น ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มนี้ เพราะมีกลไกแบบ "Learn to Earn" คือต้องเข้ามาเรียนรู้ทำภารกิจก่อน ถึงจะได้แต้ม (Credit) ไปใช้ AI ถือเป็นการบังคับให้เกิดการเรียนรู้และกระจายโอกาสให้คนที่ยังไม่เคยเข้าถึง
.
นายภาวุธ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังมีโมเดลที่เป็นของคนไทยน้อยเกินไป ข้อเสนอของผมคือควรผลักดันให้มีโมเดลภาษาไทยมากกว่านี้ และเปิดให้ใช้ฟรีแบบไม่จำกัด โดยติดตั้งระบบในประเทศเพื่อควบคุมต้นทุน ซึ่งจะช่วยพัฒนา Ecosystem ของเทคโนโลยีไทยไปพร้อมกัน ส่วนการใช้เชิงเทคนิคลึกๆ แนะนำให้ติดตามจาก อ.ธนชาติ อ.การดี 9arm หรือ พี่โดมครับ
.
นายภาวุธ ระบุอีกว่า ถ้างบเดินหน้าแล้วต้องใช้ให้คุ้มที่สุด ในเมื่อโครงการนี้ถูกอนุมัติและเดินหน้าไปแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือการช่วยคิดว่าจะ "ทำอย่างไรให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด" เพราะลำพังแค่การเดินสาย Roadshow หรือจัดแข่งขันทักษะทั่วไป ผมประเมินว่ายอดผู้ใช้อาจไม่ถึง 5 ล้านคนด้วยซ้ำ เราจึงต้องมอง AI Pass ให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) ของประเทศ" โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ และโดยดึงหน่วยงานหลักเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกัน
.
กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ร่วมมือกับกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ บรรจุแพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือเรียนรู้และฝึกทักษะ AI ขั้นพื้นฐานในสถานศึกษา
.
กลุ่มผู้ประกอบการ SME จับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สสว. และสภา/สมาพันธ์ SME เพื่อออกแบบหลักสูตร AI สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ ช่วยยกระดับการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทย
.
กลุ่มข้าราชการ ร่วมมือกับสำนักงาน ก.พ.ร. พัฒนาหลักสูตรสำหรับงานราชการที่ทำซ้ำๆ เช่น AI สำหรับงานบริการประชาชน หรือการจัดการเอกสารในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ
.
จากประสบการณ์ตอนที่บริหารธุรกิจส่วนตัว ผมเคยผลักดันให้พนักงานทุกคนเรียนรู้และนำ AI มาใช้ พร้อมจัดทำ Dashboard เพื่อติดตามการใช้งานจริงของแต่ละทีม ผมยินดีนำแนวทางและบทเรียนเหล่านี้มาแบ่งปันกับรัฐบาล เพื่อนำไปต่อยอดในระดับประเทศ เพราะการผลักดัน AI ไม่ควรจบแค่การแจกสิทธิหรือเปิดให้ลงทะเบียน แต่ต้องวัดการใช้งานจริง เห็นผลลัพธ์ และปรับปรุงโครงการได้อย่างต่อเนื่องครับ
.
นายภาวุธ มีข้อเสนอแนะมาตรการตรวจสอบทางเทคนิค สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือเรื่อง ความโปร่งใส เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับของรัฐส่วนใหญ่อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมไอทีขั้นสูง จึงเสนอให้เปิดช่องทางเชิญ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AI Association) หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระภายนอกเข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบร่วม (Co-auditor) ทางเทคนิคควบคู่ไปกับการตรวจรับงาน เพื่อคอย Re-check ปริมาณ Token ที่วิ่งจริง สเปกของโมเดล  รวมถึงตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน
.
นายภาวุธ ระบุถึงบทสรุปในตอนนี้ว่า เป้าหมายหลัก ณ ตอนนี้คือการผลักดันให้เงินภาษีที่ลงทุนไปแล้ว ถูกกระจายไปสร้างประโยชน์ให้ครอบคลุมกลุ่มคนมากที่สุด และเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงครับ สำหรับผม นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ควรจะเป็นครับ ไม่ใช่การโต้เถียงกันไปมาเพื่อเอาชนะทางการเมือง แต่คือรัฐบาลริเริ่ม ฝ่ายค้านตรวจสอบและเสนอแนะ ก่อนนำข้อทักท้วงไปปรับปรุง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดครับ ส่วนที่ปรับปรุงดีขึ้น เราก็พูดตามข้อเท็จจริง ส่วนที่ยังมีความเสี่ยงก็ต้องติดตามและตรวจสอบกันต่อไป
.
"เพราะสุดท้ายแล้วต้องดูว่าประเทศและพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อะไร เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า และความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าครับ ทุกท่านมีความเห็นอย่างไรกับการปรับโมเดลและการผลักดันโครงการนี้? มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้นะครับ.! หรืออยากไปลองทดสอบ AI Pass ก็ไปลองเล่นที่ร้าน Open Craft ได้ครับ" นายภาวุธ ระบุ
.
ที่มา : เฟซบุ๊ก ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ - Pawoot Pongvitayapanu


.https://www.facebook.com/share/1BWNzbbEJm/

#ภาวุธพงษ์วิทยภานุ #THAIPassport #เนชั่นออนไลน์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่