'Arirang' ของ BTS กลายเป็นเพลงฮิตถล่มทลาย ส่งผลให้เกาหลีใต้ก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกเพลงรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก

เพลง 'ARIRANG' ของ BTS ผลักดันเกาหลีใต้ขึ้นสู่อันดับ 3 ประเทศผู้ส่งออกเพลงรายใหญ่ของโลก
ศิลปินจากค่าย HYBE Labels ครองแชมป์ยอดขายซีดีในสหรัฐฯ ขับเคลื่อนตลาดแผ่นเสียง (Physical) ให้เติบโตขึ้น 7.8% ในปี 2026
โดย OSEN เผยแพร่: 17 ก.ค. 2026 เวลา 09:52 น.
Chosun


อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 'ARIRANG' (아리랑) ของ BTS ได้สร้างปรากฏการณ์ซินโดรมไปทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศเกาหลีใต้ก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกเพลงรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก พร้อมกันนี้ ศิลปินจากเครือ HYBE Labels อาทิ Tomorrow X Together, Enhypen, CORTIS และ KATSEYE กำลังร่วมกันจัดระเบียบตลาดเพลงระดับโลกใหม่ ผ่านอิทธิพลอันแข็งแกร่งของ 'Super IP' (ทรัพย์สินทางปัญญาที่ทรงคุณค่า) ของพวกเขา

จากรายงาน '2026 First Half Report' (รายงานครึ่งปีแรกประจำปี 2026) ที่เผยแพร่โดย Luminate บริษัทวิจัยข้อมูลอุตสาหกรรมบันเทิงของสหรัฐฯ ระบุว่า ระบบนิเวศของตลาดเพลงกระแสหลักทั่วโลกได้เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง โดย Luminate วิเคราะห์ว่า ความเป็นใหญ่ในตลาดที่ยาวนานของเพลงภาษาอังกฤษกำลังค่อย ๆ ลดลง โดยมีไอคอนระดับโลกอย่าง BTS เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เข้ายึดครองตลาดเพลงกระแสหลักของสหรัฐฯ ในปี 2026 นี้

ความทรงอิทธิพลของ BTS นั้นถือว่าถล่มทลายในทุกมาตรวัด ตั้งแต่ยอดขายดิจิทัลไปจนถึงยอดขายแผ่น อัลบั้ม 'ARIRANG' ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อเดือนมีนาคม สามารถกวาดชาร์ต 'Top 10 CD Album Sales' (ยอดขายอัลบั้มซีดีสูงสุด 10 อันดับแรก) และชาร์ต 'Top 10 Vinyl Albums' (ยอดขายแผ่นเสียงไวนิลสูงสุด 10 อันดับแรก) ในสหรัฐฯ ได้สำเร็จ แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะสะท้อนผลลัพธ์จากช่วงเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังคว้าอันดับ 4 ในชาร์ต 'Top 10 Albums' (อัลบั้มยอดนิยม 10 อันดับแรก) อีกด้วย ในส่วนของเพลงไตเติลอย่าง 'SWIM' ก็ทำสถิติยอดสตรีมเสียงแบบ On-demand สูงถึง 987 ล้านครั้ง ติดอันดับ 6 ในชาร์ต 'Global Top 10 Songs' (เพลงฮิตทั่วโลก 10 อันดับแรก)

Luminate ได้เน้นย้ำว่า K-pop คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการฟื้นตัวของตลาดเพลงแบบแผ่น (Physical) ในสหรัฐฯ โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้ ยอดขายซีดีและเทปคาสเซ็ตในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 7.8% ซึ่งศิลปิน K-pop ที่นำโดย BTS มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจากความสำเร็จอันน่าทึ่งเหล่านี้ ส่งผลให้เกาหลีใต้อันดับขยับขึ้นมา 1 ขั้น จากอันดับ 4 ในปี 2025 กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกเพลงรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ การครองตลาดโลกอย่างเบ็ดเสร็จของ 'HYBE Labels' ก็น่าจับตามองเช่นกัน โดยในชาร์ตยอดขายซีดี 10 อันดับแรกของสหรัฐฯ มีศิลปินจาก HYBE ติดโผถึง 5 ราย ได้แก่ BTS (อันดับ 1), Enhypen (อันดับ 2), CORTIS (อันดับ 5), Tomorrow X Together (อันดับ 7) และ KATSEYE (อันดับ 10) ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักนี้ จากการที่มีทั้งวงรุกกี้ (น้องใหม่) และวงรุ่นพี่ระดับเวเทอรันภายใต้ร่มเงาเดียวกันคว้าตำแหน่งท็อปชาร์ต ถือเป็นหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจาก 'กลยุทธ์มัลติเลเบล' (Multi-label strategy) ของ HYBE ที่นำโดยประธาน บังชีฮยอก รวมถึงการทำงานร่วมกันอย่างทรงพลังของ 'Weverse' แพลตฟอร์มซูเปอร์แฟนระดับโลก ระบบนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแต่ละค่ายจะมีความเป็นอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อผลิต IP เพลงฮิตระดับเมกะฮิตที่มีคุณภาพสูงออกมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันผ่านชุมชน Weverse และระบบนิเวศทางพาณิชย์ ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพจริง

แหล่งข่าวจาก HYBE กล่าวว่า "ความสำเร็จของศิลปินของเรา รวมถึงอัลบั้ม 'ARIRANG' ของ BTS เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนอย่างกระตือรือร้นจากแฟนเพลงทั่วโลกและการร่วมมือกันของพันธมิตร รายงานของ Luminate เป็นสิ่งยืนยันว่า K-pop ได้หยั่งรากลึกในฐานะเสาหลักสำคัญของอุตสาหกรรมเพลงระดับโลกอย่างมั่นคงแล้ว จากนี้ไปเราจะยังคงเคารพในความเป็นอิสระของแต่ละค่าย และสร้างสภาพแวดล้อมที่ศิลปินและแฟนคลับจะสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่