"เจไทย" หรือ "แจ่ไทย" (Chè Thái) ของหวานยอดนิยมของเวียดนาม...ที่มีรากฐานมาจากประเทศไทย
.
จากแหล่งข้อมูลของเวียดนามและเว็บไซต์ด้านอาหารของเวียดนามระบุว่า "เจ่ไทย" (Chè Thái) ไม่ใช่ของหวานเวียดนามดั้งเดิม แต่เป็นของหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ทับทิมกรอบ" (Tub Tim Krob) ของประเทศไทย ก่อนจะได้รับการดัดแปลงจนกลายเป็นเมนูยอดนิยมของชาวเวียดนามในปัจจุบัน
.
คำว่า "Chè" (เจ่) ในภาษาเวียดนามใช้เรียกของหวานประเภทน้ำหวานหรือของหวานเนื้อวุ้น ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นน้ำหรือกึ่งวุ้นก็ได้ และมีทั้งแบบร้อนและเย็น ส่วนคำว่า "Thái" หมายถึงประเทศไทย ดังนั้น "Chè Thái" จึงแปลตรงตัวว่า "ของหวานแบบไทย" (Thai-style sweet dessert)
.
แม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ระบุแน่ชัดว่า "เจ่ไทย" (Chè Thái) เข้าสู่เวียดนามตั้งแต่เมื่อใด แต่แหล่งข้อมูลด้านอาหารของเวียดนามหลายแห่งระบุตรงกันว่าเมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากของหวานไทย ก่อนจะแพร่หลายอย่างรวดเร็วในเวียดนาม โดยเฉพาะทางภาคใต้ เช่น นครโฮจิมินห์ ก่อนจะมีการปรับสูตรให้เข้ากับรสนิยมของชาวเวียดนาม และกลายเป็นของหวานคลายร้อนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มักเสิร์ฟในแก้วพลาสติกหรือแก้วใสพร้อมน้ำแข็ง
.
การดัดแปลงในเวียดนาม
แม้จะยังคงใช้ชื่อ "เจ่ไทย" (Chè Thái) แต่สูตรในเวียดนามได้รับการปรับเปลี่ยนจากต้นแบบ โดยมักประกอบด้วย กะทิหรือนมสด น้ำแข็งบด ขนุน ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ลูกตาล วุ้นหลากสี และทับทิมกรอบ (แห้วเคลือบแป้งสีแดง) ขณะที่บางสูตรยังเพิ่ม ทุเรียน จนเกิดเมนูที่เรียกว่า "Chè Thái Sầu Riêng" หรือ “เจ่ไทยทุเรียน”
.
ปัจจุบัน "เจ่ไทย" (Chè Thái) ถือเป็นของหวานที่ผสมผสานผลไม้เมืองร้อน กะทิ และเครื่องหวานหลากชนิด จนกลายเป็นหนึ่งในเมนูของหวานยอดนิยมของเวียดนาม
.
อย่างไรก็ตามทั้งชื่อของเมนูและข้อมูลจากแหล่งข้อมูลของเวียดนามเอง ต่างสะท้อนให้เห็นตรงกันว่า "เจ่ไทย" (Chè Thái) เป็น "ของหวานแบบไทย" ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศไทย ก่อนจะถูกนำมาปรับสูตรให้เข้ากับรสนิยมของชาวเวียดนาม มิใช่ของหวานพื้นเมืองดั้งเดิมของเวียดนาม โดยเฉพาะการที่แหล่งข้อมูลระบุว่าเมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ทับทิมกรอบ" (Tub Tim Krob) ของไทย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "เจ่ไทย" (Chè Thái) อย่างชัดเจน
.
แจ่ไทย ของหวานเวียดนามจากทับทิมกรอบไทย