Digital Footprint? ‘Sharenting’ พฤติกรรมพ่อแม่ยุคใหม่ ที่อาจทำให้การเติบโตของลูก กลายเป็นคอนเทนต์บนโลกออนไลน์

บันทึกความทรงจำ หรือ Digital Footprint? รู้จัก ‘Sharenting’ พฤติกรรมพ่อแม่ยุคใหม่ ที่อาจทำให้การเติบโตของลูก กลายเป็นคอนเทนต์บนโลกออนไลน์

ตอนนี้ที่ประเทศออสเตรเลียกำลังเกิดกระแสวิพากษ์ถึงงานฉลอง ‘ฟันซี่แรก’ ของเด็กคนหนึ่ง หลังภาพบรรยากาศงานถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์
.
เหตุที่กลายเป็นประเด็น เพราะงานดังกล่าวถูกจัดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการตกแต่งสถานที่ จัดซุ้มดอกไม้ และมุมถ่ายภาพ ประหนึ่งอีเวนต์ย่อมๆ งานหนึ่ง บรรดาชาวเน็ตบนโลกออนไลน์จึงพาตั้งคำถามว่า นี่คือการฉลองช่วงเวลาสำคัญของเด็ก หรือการสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกยอดไลก์กันแน่
.
แน่นอน การฉลองเหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตไม่ใช่เรื่องผิด มนุษย์มีธรรมชาติในการสร้างพิธีกรรมเพื่อจดจำช่วงเวลาสำคัญๆ ในมุมของพ่อแม่บางคน การเห็นลูกมีฟันซี่แรกอาจถือเป็นเรื่องใหญ่เป็นหมุดหมายการเจริญเติบโตที่ชวนให้สุขใจเหลือคณา
.
แต่พอเรื่องราวมันถูกฉายผ่าน Instagram, TikTok สิ่งที่ตามมามันจึงดูก่ำกึ่งระหว่างการบันทึกความทรงจำกับการประกาศให้โลกรู้เรื่องราวในครอบครัว หรือที่เรียกว่า ‘Sharenting’
.
Sharenting มาจากคำว่า Sharing และ Parenting หมายถึงพฤติกรรมที่พ่อแม่แบ่งปันเรื่องราว รูปภาพ หรือข้อมูลเกี่ยวกับลูกบนโลกออนไลน์
.
เดิมที มันไม่ต่างอะไรกับการเก็บภาพครอบครัว พร้อมแบ่งปันเหตุการณ์กับคนใกล้ตัวญาติพี่น้อง แต่พอโซเชียลมีเดียพาโพสต์ออกไปพบเจอผู้คนมากมาย ความทรงจำส่วนตัวก็เริ่มเปลี่ยนบทบาทกลายเป็นคอนเทนต์สาธารณะแทน
.
ที่ผ่านมานักวิชาการและองค์กรด้านสิทธิเด็กเริ่มตั้งคำถามถึงผลกระทบในระยะยาว เพราะทุกโพสต์อาจกลายเป็น Digital Footprint ที่ลูกไม่ได้เป็นคนเลือกเอง การเปิดเผยรูปภาพ ชื่อ โรงเรียน หรือรายละเอียดในชีวิตประจำวัน อาจกระทบถึงสิทธิความเป็นส่วนตัว หรือถ้าในปัจจุบันต้องรวมเรื่องเสี่ยงโดนขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
.
รวมถึงเรื่องที่พ่อแม่เห็นว่าดีในวันนี้ อาจสร้างความอับอายหรือส่งผลต่อภาพลักษณ์เมื่อลูกโตขึ้นในอนาคตได้
.
หรือกรณีเรื่องราวต้นเรื่อง ที่ถูกมองในประเด็นการลงทุน ‘จัดพร็อป’ เหมือนตั้งใจถ่ายคอนเทนต์มากกว่าฉลองให้ลูก จึงถูกวิพากษ์และตั้งคำถามถึงความจำเป็นด้านค่าใช้จ่ายอีกประเด็น
.
หลายคนมองว่ามันเวอร์เกินไป (ถึงเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคลก็เถอะ) และการลงทุนเพื่อให้คนอื่นๆ (ในโลกออนไลน์) เข้ามามีส่วนร่วมมันคุ้มค่าจริงใช่ไหม
.
ปัจจุบัน มีผลสำรวจว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดฉลองเหตุการณ์สำคัญในช่วงชีวิตเด็ก มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยผลสำรวจผู้ปกครองกว่า 5,000 คน มีถึงหนึ่งในสี่ที่ใช้จ่ายเงินมากกว่า 500 ดอลลาร์ ในการฉลองวันเกิดอายุ 1 ขวบให้กับลูก แถมบางคนยังจ่ายมากกว่านั้น ซึ่งเป็นผลจากความพยายามสร้างความประทับใจที่ติดกันมาหลังได้เห็นภาพครอบครัวอื่นๆ บนโลกออนไลน์
.
จึงไม่แปลกที่พ่อแม่จะถูกตั้งคำถามว่ากำลังลงทุนเพื่อสร้างความประทับใจให้กับใคร
.
เพราะสุดท้าย เด็กอาจไม่ได้จำว่างานฉลองฟันซี่แรกของตัวเองหรูเลิศอลังการแค่ไหน แต่เมื่อเขาโตพอจะย้อนกลับมาดูเรื่องราวในอดีต เขาอาจอยากเป็นคนเลือกเองว่า ความทรงจำไหนควรอยู่ในอัลบั้มครอบครัว และความทรงจำไหนควรแชร์ให้คนทั้งโลกเห็น
.
ที่มา : BrandThink

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่