ขอถอดข้อความที่พี่เป้เพจแนะแนวการศึกษาไลฟ์เอาไว้ ถ้อยคำบางคำอาจดูหยาบไปบ้างแต่ก็พยายามถอดมาตามสไตล์เค้าเลย
ก็พยายามรวมครวมมาเท่าที่จำได้ ไม่ใช้ AI ทำข้อมูลนะครับ
- อย่าไปตั้งความชอบว่าจะเรียนในสิ่งที่ชอบ ยุคก่อนผู้ใหญ่จะสอนว่าเรียนในสิ่งที่ชอบ เรียนให้เก่งจบมาก็มีงานทำ ถ้าไปสอนแบบนั้นยุคสมัยนี้มันตกยุคไปแล้ว เพราะยุคนี้สาขาที่เมิงเรียนมายังมีงานให้ทำหรือเปล่า ไม่ใช่ AI มาแย่งหมด แล้วนายจ้างจะจ้างเมิงทำ HA อะไร
- อย่าไปตั้งคำถามว่าจะเรียนอะไร ให้ตั้งคำถามว่าจะทำงานอะไรแล้วค่อยเรียนสิ่งนั้น เช่นอยากทำงานเป็นนักบัญชี ก็เรียนบัญชี อยากทำงานเป็นหมอก็เรียนหมอ อยากทำงานวิศวะก็เรียนวิศวะ อยากทำงานเป็นช่างก็เลือกเรียนอาชีวะ สายช่าง
- มันต้องดูว่าที่เราจะเรียนมันเหมาะกับตัวเองไหม เช่น Introvert แต่เลือกเรียนนิเทศน์ หรืออยากจะเรียนหมอ วิศวะ แต่ คณิต วิทย์ เรียนไม่เก่งมันก็เรียนไม่ได้
- ต้องเลือกเรียนที่ฝืนตัวเองน้อยที่สุดแล้วมีงานทำ ไม่ใช่เลือกเรียนสิ่งที่ชอบที่สุดแล้วตกงาน มันจะเป็นภาระตัวเองและพ่อแม่
- แต่จะทำงานอะไร ก็ควรดูว่าอาชีพที่เราจะทำ AI มาแย่งงานได้ขนาดไหนแล้ว เช่น สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ธุรกิจดิจิทัล เรียนมาตกงานครับน้อง
- การเรียนไม่ใช่แค่เรียนให้เก่ง ต้องดูว่านายจ้างเค้าจะจ้างเราเพราะอะไร ทำไมต้องจ้างคุณ
- งานบางอาชีพมันไม่เติบโต เช่นอยู่ 5-10 ปีก็อยู่แบบนั้น สักวันคุณก็ตกงาน พอน้องตกงานประเทศนี้แม่มบ้าคนอายุมากไม่รับเข้าทำงาน
- พ่อแม่กับลูกมองคนละอย่างเรื่องการเลือกคณะ พ่อแม่มองดูลูกด้วยความเสี่ยงในอนาคตว่าเรียนคณะนี้จะตกงานไหม ลูกคือตัวเรามองด้วยความรู้สึก อยากเรียนในสิ่งที่ชอบ มองไม่เหมือนกันครับน้อง ถ้าเรียนจบออกมาไม่มีงานคือภาระพ่อแม่
สรุปสุดท้าย 7 นาทีของพี่เป้แนะแนวการศึกษา
1. ถ้าจะเรียนสิ่งที่ชอบต้องเก่งพอที่จะเรียน เก่งพอที่จะให้นายจ้างมาจ้างเรา ถ้าชอบแต่เรียนได้แค่กลาง ๆ อย่าเรียนครับ
2. พ่อแม่คือคนที่ออกเงินให้เราเรียน ถ้าฝืนมากทะเลาะกันเปล่า ๆ
3. ต้องดูว่ามหาลัยและคณะที่เรียน อยู่ที่ไหน เมื่อเรียนจบแล้วเราจะทำงานไปที่ไหน คือองค์ประกอบในการตัดสินใจ เช่น ม ขอนแก่น วิทยาเขต จ.หนองคาย ทั้งไกลและกันดาร จะเรียนได้ไหม หรือเรียนสาขาแบบนี้ต้องไปทำงานไกลบ้าน เช่น หนองคาย ยะลา ถ้าคิดว่าไม่เหมาะกับเราก็อย่าเรียน
4. เรียนที่มันฝืนใจน้อยสุดแต่มีงานทำ ดีกว่าเรียนสิ่งที่ชอบตกงานหรือเงินเดือนเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ไม่งั้นจะเป็นภาระพ่อแม่
เรียนในสิ่งที่ชอบหรือเรียนในสิ่งที่มีงานทำ จากเพจพี่เป้แนะแนวการศึกษา
ก็พยายามรวมครวมมาเท่าที่จำได้ ไม่ใช้ AI ทำข้อมูลนะครับ
- อย่าไปตั้งความชอบว่าจะเรียนในสิ่งที่ชอบ ยุคก่อนผู้ใหญ่จะสอนว่าเรียนในสิ่งที่ชอบ เรียนให้เก่งจบมาก็มีงานทำ ถ้าไปสอนแบบนั้นยุคสมัยนี้มันตกยุคไปแล้ว เพราะยุคนี้สาขาที่เมิงเรียนมายังมีงานให้ทำหรือเปล่า ไม่ใช่ AI มาแย่งหมด แล้วนายจ้างจะจ้างเมิงทำ HA อะไร
- อย่าไปตั้งคำถามว่าจะเรียนอะไร ให้ตั้งคำถามว่าจะทำงานอะไรแล้วค่อยเรียนสิ่งนั้น เช่นอยากทำงานเป็นนักบัญชี ก็เรียนบัญชี อยากทำงานเป็นหมอก็เรียนหมอ อยากทำงานวิศวะก็เรียนวิศวะ อยากทำงานเป็นช่างก็เลือกเรียนอาชีวะ สายช่าง
- มันต้องดูว่าที่เราจะเรียนมันเหมาะกับตัวเองไหม เช่น Introvert แต่เลือกเรียนนิเทศน์ หรืออยากจะเรียนหมอ วิศวะ แต่ คณิต วิทย์ เรียนไม่เก่งมันก็เรียนไม่ได้
- ต้องเลือกเรียนที่ฝืนตัวเองน้อยที่สุดแล้วมีงานทำ ไม่ใช่เลือกเรียนสิ่งที่ชอบที่สุดแล้วตกงาน มันจะเป็นภาระตัวเองและพ่อแม่
- แต่จะทำงานอะไร ก็ควรดูว่าอาชีพที่เราจะทำ AI มาแย่งงานได้ขนาดไหนแล้ว เช่น สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ธุรกิจดิจิทัล เรียนมาตกงานครับน้อง
- การเรียนไม่ใช่แค่เรียนให้เก่ง ต้องดูว่านายจ้างเค้าจะจ้างเราเพราะอะไร ทำไมต้องจ้างคุณ
- งานบางอาชีพมันไม่เติบโต เช่นอยู่ 5-10 ปีก็อยู่แบบนั้น สักวันคุณก็ตกงาน พอน้องตกงานประเทศนี้แม่มบ้าคนอายุมากไม่รับเข้าทำงาน
- พ่อแม่กับลูกมองคนละอย่างเรื่องการเลือกคณะ พ่อแม่มองดูลูกด้วยความเสี่ยงในอนาคตว่าเรียนคณะนี้จะตกงานไหม ลูกคือตัวเรามองด้วยความรู้สึก อยากเรียนในสิ่งที่ชอบ มองไม่เหมือนกันครับน้อง ถ้าเรียนจบออกมาไม่มีงานคือภาระพ่อแม่
สรุปสุดท้าย 7 นาทีของพี่เป้แนะแนวการศึกษา
1. ถ้าจะเรียนสิ่งที่ชอบต้องเก่งพอที่จะเรียน เก่งพอที่จะให้นายจ้างมาจ้างเรา ถ้าชอบแต่เรียนได้แค่กลาง ๆ อย่าเรียนครับ
2. พ่อแม่คือคนที่ออกเงินให้เราเรียน ถ้าฝืนมากทะเลาะกันเปล่า ๆ
3. ต้องดูว่ามหาลัยและคณะที่เรียน อยู่ที่ไหน เมื่อเรียนจบแล้วเราจะทำงานไปที่ไหน คือองค์ประกอบในการตัดสินใจ เช่น ม ขอนแก่น วิทยาเขต จ.หนองคาย ทั้งไกลและกันดาร จะเรียนได้ไหม หรือเรียนสาขาแบบนี้ต้องไปทำงานไกลบ้าน เช่น หนองคาย ยะลา ถ้าคิดว่าไม่เหมาะกับเราก็อย่าเรียน
4. เรียนที่มันฝืนใจน้อยสุดแต่มีงานทำ ดีกว่าเรียนสิ่งที่ชอบตกงานหรือเงินเดือนเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ไม่งั้นจะเป็นภาระพ่อแม่