บันทึกเรื่องราวเส้นทางความรักของคูเปอร์กับเดชที่คบกันมานานถึง 14 ปี
คูเปอร์❤เดช
ผมชื่อ คูเปอร์ ปัจจุบันอายุ 28 ปี ผมรู้ตัวเองว่าตกหลุมรักและชอบเดชตั้งแต่ตอนผมขึ้น ม.1 2554 วันแรก ผมเรียนอยู่อาคารบัวขาว 1 เป็นอาคาร 4 ชั้นของ ม.1 เดชก็เรียนอยู่ตึกนี้เหมือนกันแต่คนละชั้น ผมอยู่ชั้น 4 ห้อง ม.1/1 ส่วนเดชอยู่ชั้น 3 ห้อง ม.1/9 ผมกับเดชเป็นรุ่นเดียวกันอายุเท่ากันตอนนั้นผมกับเดชสองคนอายุ 13 ปี ผมเชื่อว่าทุกคนเคยมีความรักมาตั้งแต่ ม.ต้น โรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลชื่อว่าโรงเรียนบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีทั้งชายและหญิงปะปนกัน เด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งหน้าตาดีมากๆ หน้าตาแย่มากๆ แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเด็กแว้นและเด็กสก็อยปนกันไป ซึ่งตอนที่ผมอยู่ ม.2 2555 นั้น ระดับชั้นผมมีทั้งหมด 10 ห้อง ไม่รวมห้องคิง ผมอยู่ห้อง 1 ก็จะถูกห้องอื่นๆเขม่นและหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กห้อง 9 ซึ่งเป็นห้องที่เดชอยู่ เด็กห้อง 9 เป็นเด็กที่ค่อนข่างเกเรไม่เอาถ่าน วันๆเอาแต่ขับมอเตอร์ไซค์แว้นกันไปทั่ว ดีที่เดชไม่ได้เป็นเด็กแบบนั้นไปด้วย แต่โดยส่วนตัวสเปคของผมชอบผู้ชายผิวแทนหน้าตาบ้านๆหล่อๆออกแนวคมเข้ม และผมก็ปิ๊งเด็กผู้ชายที่อยู่ห้อง 9 คนหนึ่ง เขาชื่อ เดช เดชเป็นคนเล่นเกมส์เก่ง เป็นคนปากหวานหอม น่ารัก ขี้อ้อน เจ้าเล่ห์ พูดคุยเก่ง เพื่อนเยอะ ถึงแม้ภายนอกจะดูเป็นแบบนั้นแต่อีกมุมหนึ่งเดชก็มีอารมณ์ขันและเป็นสุภาพ บุรุษมากๆ ซึ่งโดนใจผมไม่น้อย ผมรู้สึกชอบเดชตั้งแต่ตอนผมอยู่ ม.1 ตอนนั้นบังเอิญเจอเดชตอนเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า ซึ่งเป็นวันเปิดเทอม ม.1 เทอมแรกวันแรก ตอนนั้นผมกับเดชยังไม่ได้รู้จักและสนิทกันเหมือนตอน ม.2 ผมก็ทำได้แต่แอบชอบอยู่ห่างๆ และคิดว่าซักวันผมจะต้องเดชเป็นแฟนให้ได้
และเมื่อวันเปิดเทอมแรกตอน ม.2 มาถึงพวกผมทุกคนดีใจมาก เราทุกคนต่างตื่นเต้นและเฝ้ารอการได้พบเจอเพื่อน เพราะเป็นเหมือนการได้เล่นเพื่อนไปในตัว เมื่อไปถึงทุกคนก็รวมตัวหน้าเสาธงเหมือนตอน ม.1 เมื่อถึงเวลาเข้าแถวตอนเช้านักเรียนทุกคนมาถึงก็ไปเข้าแถวหน้าเสาธงแบบนี้ทุกวัน พอเสร็จจากเข้าแถวครูก็ปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายเข้าห้องเรียน ถึงแม้ว่าห้องผมกับเดชจะไม่ใกล้กัน แต่ก็มองเห็นกันได้มากพอที่จะแอบดูตอนเดชเดินออกจากห้อง 2/9 ที่อยู่ชั้น 5 ส่วนห้องผมอยู่ชั้นบนสุดของชั้นห้องเรียนคือชั้น 6 อาคารที่ผมเรียนตอน ม.2 เป็นอาคารพิเศษสูง 7 ชั้นชื่อว่า อาคารเฉลิมพระบารมี ซึ่งเป็นอาคารหลักของโรงเรียน สร้างโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2543 ตึกนี้มีลิฟต์ Otis Gen2 Optima 1,600 Kg 21 Pers 2002 2 ตัว ซึ่งเป็นลิฟต์หลักของอาคาร และมีลิฟต์บรรทุกหนักสำหรับเจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านหลังตึกคือ Otis 2000 Optima 1,600 Kg 21 Pers 2001 2 ตัว อาคารเฉลิมพระบารมีนี้เป็นอาคารของชั้น ม.2 ห้อง 1-10 แบ่งเป็นชั้นห้อง 1-5 จะอยู่ชั้น 6 ส่วนห้อง 6-10 จะอยู่ชั้น 5 ห้อง Gifted จะอยู่ชั้น 4 ชั้น 3 เป็นห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 2 เป็นห้องงานบุคคลและทะเบียน ส่วนชั้น G เป็นห้องปกครองกับงานธุรการและห้องพักครู ชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตึกจะเป็นห้องประชุมบัวขาว พอถึงเวลาพักเที่ยงทุกคนก็ลงมากินอาหารกลางวัน หลังจากนั้นก็ไปนั่งเล่นม้าหินอ่อนกับเพื่อนหน้าอาคาร ม.2 ชั้น G และตอนนั้นผมก็ได้เห็นเดชเดินมากับเพื่อนขอนเดชพอดีจึงเก็บอาการเขินไม่อยู่และรีบเดินไปคว้ามือเดชไว้และบอกรักเดช และเดชก็ตอบรับรักผม ผมดีใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลย ใครจะคิดว่าผู้ชายผิวแทนที่เคยฝันถึงจะมีตัวตนอยู่จริงๆที่คิดว่าเป็นแค่ความฝัน และผู้ชายคนนั้นในชวีตจริงก็คือเดช หลังจากคบกันผมกับเดชก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมากขึ้น จูงมือเดินไปด้วยกัน ป้อนข้าวป้อนน้ำกัน แม้กระทั้งเดชป่วยเข้าโรงพยาบาลตอน ม.2 ผมก็ยังอยู่ดูแลเดชทุกวันจนเดชออกโรงพยาบาล
หลังจากวัน นั้นผ่านมา ผมกับเดชก็แอบโทรคุยกันมาตลอดจนโรงเรียนปิดเทอม และแอบไปนอนบ้านเดชที่บ้านคำโพนทอง กุฉินารายณ์ตลอด จนคบเป็นแฟนกันตั้งแต่ ม.2 ปัจจุบันผมได้แต่งงานกับเดชแล้ว และร่วมกันสร้างอาณาจักร Sigma Group และมีลูกชายฝาแฝด 2 คน คือน้องกรแฝดพี่กับน้องกานต์แฝดน้อง
ผมขอเล่าย้อนกลับไปตอน ม.2 อีกครั้งครับ ตั้งแต่ผมกับเดชคบกันมาได้ 2 เดือนกว่า ผมก็มีความคิดที่เกินวัยไปนิดนึงคือผมเก็บเงินซื้อวิทยุเทป toxi TX-9300 ตั้งแต่ตอนนั้นด้วยตัวเองราคา 5,990 บาท เพื่อเอามาเป็นเครื่องเล่นเพลงคู่ใจในวัย 14 ปี แค่นั้นยังไม่พอตอนผมได้ 4 ขวบผมก็มีเงินอยู่จำนวนนึงไปซื้อเทปคลาสเซ็ทของ อรวี สัจจานนท์ อัลบั้ม ขวัญเมือง ชุด 1-2 ซึ่งออกวางขายตอนนั้นพอดีในปี 2545 และซื้อเทปคลาสเซ็ทเพลงประกอบละคร สะใภ้ไร้ศักดินา 2544 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ก่อกำเนิดขึ้นตอนผมอยู่ ม.2 ผมซื้อทั้ง 2 อย่างเพื่อเอามาไว้เปิดฟังกับเดช 2 คนที่โรงเรียนในเวลาพักเที่ยง ผมเอาไปโรงเรียนทุกวันจนเหมือนเป็นเพื่อนคู่ใจในวัยเรียน แต่ก็ทำให้ผมกับเดชได้รู้จักเรียนรู้ใจกันตัวตนของกันและกันมากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่ชอบของตัวเอง
และในตอนนั้นเองผมได้ถ่ายรูปเดชไว้รูปนึงที่เอามือเท้าคางมองกล้อง เป็นรูปที่มีความหมายต่อใจและหลายความรู้สึกเกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงปิดเทอมตอน ม.2 ที่ผมต้องร้องไห้และกอดรูปเดชรูปนี้ไว้ตลอด 1 เดือน
และตอนที่ผมคิดถึงเดชผมก็หยิบรูปนี้ขึ้นมาดูแล้วจูบรูปนี้ทุกครั้งที่ดู และยังมีความรู้สึกอื่นๆอีกมากมายที่บอกไม่ถูก มาถึงช่วงเปิดเทอมแรกของ ม.3 ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับเทศกาลกีฬาสีพอดี ผมกับเดชอยู่สีเดียวกันแต่คนละห้องคือสีเหลือง สีเหลืองชั้นเรียนผมนี้จะมี ม.3/1 3/9 และกีฬาสีวันแรกผมกับเดชได้ถือป้ายประจำสีด้วยกันตอนเดินพาเหรด เดินตั้งแต่อ่างเลิงซิวบัวขาวจนถึงโรงเรียนบัวขาว ระยะทาง 5 กิโล ไม่คิดเลยว่าคนที่ผมรักมากชอบมากจะได้มาถือป้ายคู่กัน เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ใจสั่นรัวเต้นแรง หน้าแดงรู้สึกเขินมาก เป็นอะไรที่ผมมีความสุขมากแบบไม่เคยมีมาก่อน
ข้ามมาถึงวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของ ม.3 เทอม 2 เป็นวันที่ผมมีหลายความรู้สึกเกิดขึ้นในวันนั้นไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ผมจำได้คือ ใจลอย ใจหาย จิตใจไม่นิ่ง เหมือนอยากจะร้องไห้ แต่ก็ต้องเก็บอาการนั้นไว้จนถึงเวลาสอบเสร็จและต้องแยกย้ายกลับบ้าน
ผมก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า พอสอบเสร็จผมก็รีบไปหาเดชที่ห้อง 3/9 ทันทีและนั่งคุยกันนานมากและใช้เวลาที่เหลือได้อยู่ด้วยกันให้สมกับที่ผมรักเดชมากก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับเดชได้คุยกันว่าถ้ามีเวลาว่างหรือตอนคิดถึงกันมากๆ จะโทรหากันทุกวันจนกว่าจะเปิดเทอมตอนขึ้น ม.4 ย้อนกลับไปเมื่อสมัย ม. 4 ผมกับเดชอยู่ห้อง Gifted ที่เดชได้เข้าห้อง Gifted เพราะว่าผมเป็นคนดึงเข้า และออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลตอนเดชป่วยหรือแม้กระทั้งค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันค่าน้ำค่าไฟและค่าอาหารค่าเทอมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนรถยนต์ Mini Cooper SD Countryman ALL4 R60 LCI 2016 ทั้ง 2 คัน นั้น ผมก็เก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง ทั้ง 2 คัน นั้น มีมูลค่าคันละ 2,599,000 บาท
พอถึงวันเปิดเทอมแรกตอน ม 4 ผมกับเดชได้อยู่ห้องเดียวกันคือห้องคิงกิฟเต็ต 4/11 อาคารเฉลิมพระบารมี ชั้น 4 และตอนนั้นผมได้ออกรถยนต์ 2 คันพร้อมกันคือ
น้องสปาย Mini Cooper SD Countryman ALL4 R60 LCI 2016 สีแดง และน้อง Jungle Green Mini Cooper SD Countryman ALL4 R60 LCI 2016 สีเขียวที่ผมทำงานเก็บเงินซื้อเองเพื่อขับไปรับเดชที่บ้านคำโพนทองและไปโรงเรียนบัวขาว แต่วันนั้นผมขับน้องสปายสีแดงไปโรงเรียนวันแรก พอไปถึงบ้านเดชผมก็รีบลงรถไปหาเดชและวิ่งเข้ากอดหอมแก้มเดชหน้าบ้านด้วยความคิดถึง พอผมกับเดชไปถึงโรงเรียน ผมก็เอารถไปจอดไว้หน้าอาคารเฉลิมพระบารมี ชั้น G และก็จูงมือเดชขึ้นห้องเรียนชั้น 4 พร้อมกัน เดชกับผมนี้ฐานะแตกต่างกัน เดชเป็นคนที่มีฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวย ส่วนผมนี้มีฐานะร่ำรวยมรดกของอากง แต่ผมคบกับเดชไม่ใช่เพราะฐานะเงินทองแต่เพราะผมรักเดชมาก รักมากกว่าชีวิตของผมอีก ผมเลยอยากอัพเกรดให้เดชเป็นไฮโซ และมีภาพลักษณ์เป็นผู้ดีมีตระกูลเหมือนกับผม ผมเปลี่ยนเดชคนเดิมให้เป็นคนใหม่ตั้งแต่ ม.4 จนจบ ม.6 รวมทั้งตอนเรียนบริหารธุรกิจอินเตอร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยกัน ก็ใช้รถคู่ใจสมัยเรียนบัวขาวขับไปเรียน มข.ด้วยกันกับเดช โดยใช้สลับกัน 2 คันระหว่างน้องสปายกับน้อง Jungle Green เมื่อเรียนจบก็ได้กลายเป็นคู่ชีวิตนักธุรกิจแสนล้านคู่กันอย่างเต็มตัวที่ร่วมกันสร้างและเป็นเจ้าของธุรกิจ Sigma Group เจ้าของรถยนต์ 36 คัน และมอเตอร์ไซค์ 3 คัน จนถึงปัจจุบันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ผมกับเดชเรียนอยู่ชั้น ม. 2 ที่อาคารเฉลิมพระบารมี ผมได้มีรถยนต์คันหนึ่งเป็นรถคู่ใจที่อากงซื้อให้ตอนป้ายแดง คือ รถยนต์ BMW 525D F10 สีดำ ปี 2014 และขับไปรับส่งเดชทุกวันจนจบ ม.3
รถยนต์ BMW 525d F10 LCI ป้ายแดงที่อากงซื้อให้ เป็นของขวัญที่ผมสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา ตอนจบ ม. 1 แล้ว เริ่มขึ้น ม. 2 เทอมแรก
และในเวลาเดียวกันในปีนั้น ผมได้มีรถยนต์ Honda Accord G8 2.4 EL Navi ปี 2010 สีดำป้ายแดงเหมือนกัน ที่เป็นรถที่อากงซื้อไว้ แล้วผมได้เอามาใช้ขับไปเรียนตอน ม.1 ก่อนที่อากงจะไปซื้อ BMW 525D F10 LCI ป้ายแดง ให้ในภายหลังปี 2014 ตอนอยู่ ม.2 ผมก็ใช้รถคันนี้รับส่งเดชเหมือนกัน ตั้งแต่มอ 1 จนถึง ม. 3 ใช้สลับกันกับ BMW 525D สีดำ
แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกก็คือ ณ ตอนนั้น ม.2 อากงได้ซื้อรถยนต์ให้เพิ่มอีก 1 คัน เป็น Toyota Fortuner Champ 3.0 TRD Sportivo Full Time 4 Wheel Drive ปี 2014 สีดำป้ายแดงเหมือนกัน ซื้อเป็นของขวัญเพิ่มให้อีก 1 คัน
ย้อนกลับไปเมื่อตอน ม.1 ผมป่วยเป็นไข้เลือดออก จนต้องเข้าโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ก็เลยไม่ได้มาโรงเรียน และผมป่วยเข้าโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 7 วัน คือ 1 อาทิตย์ แต่ว่าเดชไม่รู้เลยว่าผมป่วย และตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้รู้จักกันด้วย และผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเดชเอง ก็ชอบผมเหมือนกัน และในตอนนั้นตอนที่ผมนอนป่วยอยู่ในห้องพิเศษชั้น 6 อายุรกรรมรวมอาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ผมเองก็ทำอะไรไม่ถูกเลย มีแต่อยากกลับบ้านอย่างเดียวและอยากไปโรงเรียน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงอยากไปโรงเรียนมากขนาดนั้น ถึงแม้ว่าตัวเองป่วยก็ตาม
ในวันที่ผมนอนพักรักษาตัวในห้องพิเศษ VIP ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระบารมีโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ก้าวเข้าสู่วันที่ 5 ของการนอนโรงพยาบาล ก็มีกลุ่มเพื่อนจากห้อง ม. 1/1 และคณะคุณครูมาเยี่ยมผมในวันนั้นพอดี และสิ่งที่ผมไม่คาดคิดนั่นก็คือ มีเพื่อนร่วมชั้นอย่างห้อง ม. 1/9 มาเยี่ยมผมด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเดชมาเยี่ยมผมด้วย ผมทั้งตกใจและก็ดีใจมาก แต่ก็ไม่แสดงอาการออก ตอนผมเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆยังไม่มีใครรู้ว่าผมป่วย จนกระทั่งเพื่อนโทรมาถามว่าทำไมไม่มาโรงเรียนตั้ง 4 วัน ก็เลยบอกว่าป่วยเข้าโรงพยาบาล
ในวันที่ผมนอนพักรักษาตัวในห้องพิเศษ VIP ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระบารมีโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และก้าวเข้าสู่วันที่ 7 วันสุดท้ายของการนอนโรงพยาบาล ก็มีกลุ่มเพื่อนจากห้อง ม. 1/1 และคณะคุณครูมาเยี่ยมผมในวันนั้นอีกครั้ง และสิ่งที่ผมไม่คาดคิดนั่นก็คือ มีเพื่อนร่วมชั้นอย่างห้อง ม. 1/9 มาเยี่ยมผมด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเดชมาเยี่ยมผมด้วย เดชเดินเข้ามาถามอาการแล้วจับมือผม ผมดีใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ก็เก็บอาการไว้
และยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมยังไม่ได้เล่าให้ฟังก็คือ ในช่วงตอนที่ผมขึ้น ม. 2 และตอนที่ผมกับเดชได้เริ่มคบกันแล้ว ผมก็มาป่วยอีก ก็คือ ผมป่วยเป็น ไส้ติ่งอักเสบ ต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ไส้ติ่ง อยู่ที่ อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอนุสรณ์ ชั้น 15 โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในตอนนั้นเอง เดทก็เป็นคนเฝ้าไข้ผมอยู่ตลอด ซึ่งเป็นช่วงที่ปิดเทอมพอดี
และในตอนนั้นผมก็ต้องได้นอนโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 อาทิตย์ คือ 14 วัน ก็ทำให้ผมกับเดทได้เรียนรู้กันมากขึ้น ในช่วงที่ผม
บันทึกเรื่องราวเส้นทางความรักของคูเปอร์กับเดชที่คบกันมานานถึง 14 ปี
ผมชื่อ คูเปอร์ ปัจจุบันอายุ 28 ปี ผมรู้ตัวเองว่าตกหลุมรักและชอบเดชตั้งแต่ตอนผมขึ้น ม.1 2554 วันแรก ผมเรียนอยู่อาคารบัวขาว 1 เป็นอาคาร 4 ชั้นของ ม.1 เดชก็เรียนอยู่ตึกนี้เหมือนกันแต่คนละชั้น ผมอยู่ชั้น 4 ห้อง ม.1/1 ส่วนเดชอยู่ชั้น 3 ห้อง ม.1/9 ผมกับเดชเป็นรุ่นเดียวกันอายุเท่ากันตอนนั้นผมกับเดชสองคนอายุ 13 ปี ผมเชื่อว่าทุกคนเคยมีความรักมาตั้งแต่ ม.ต้น โรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลชื่อว่าโรงเรียนบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีทั้งชายและหญิงปะปนกัน เด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งหน้าตาดีมากๆ หน้าตาแย่มากๆ แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเด็กแว้นและเด็กสก็อยปนกันไป ซึ่งตอนที่ผมอยู่ ม.2 2555 นั้น ระดับชั้นผมมีทั้งหมด 10 ห้อง ไม่รวมห้องคิง ผมอยู่ห้อง 1 ก็จะถูกห้องอื่นๆเขม่นและหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กห้อง 9 ซึ่งเป็นห้องที่เดชอยู่ เด็กห้อง 9 เป็นเด็กที่ค่อนข่างเกเรไม่เอาถ่าน วันๆเอาแต่ขับมอเตอร์ไซค์แว้นกันไปทั่ว ดีที่เดชไม่ได้เป็นเด็กแบบนั้นไปด้วย แต่โดยส่วนตัวสเปคของผมชอบผู้ชายผิวแทนหน้าตาบ้านๆหล่อๆออกแนวคมเข้ม และผมก็ปิ๊งเด็กผู้ชายที่อยู่ห้อง 9 คนหนึ่ง เขาชื่อ เดช เดชเป็นคนเล่นเกมส์เก่ง เป็นคนปากหวานหอม น่ารัก ขี้อ้อน เจ้าเล่ห์ พูดคุยเก่ง เพื่อนเยอะ ถึงแม้ภายนอกจะดูเป็นแบบนั้นแต่อีกมุมหนึ่งเดชก็มีอารมณ์ขันและเป็นสุภาพ บุรุษมากๆ ซึ่งโดนใจผมไม่น้อย ผมรู้สึกชอบเดชตั้งแต่ตอนผมอยู่ ม.1 ตอนนั้นบังเอิญเจอเดชตอนเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า ซึ่งเป็นวันเปิดเทอม ม.1 เทอมแรกวันแรก ตอนนั้นผมกับเดชยังไม่ได้รู้จักและสนิทกันเหมือนตอน ม.2 ผมก็ทำได้แต่แอบชอบอยู่ห่างๆ และคิดว่าซักวันผมจะต้องเดชเป็นแฟนให้ได้
และเมื่อวันเปิดเทอมแรกตอน ม.2 มาถึงพวกผมทุกคนดีใจมาก เราทุกคนต่างตื่นเต้นและเฝ้ารอการได้พบเจอเพื่อน เพราะเป็นเหมือนการได้เล่นเพื่อนไปในตัว เมื่อไปถึงทุกคนก็รวมตัวหน้าเสาธงเหมือนตอน ม.1 เมื่อถึงเวลาเข้าแถวตอนเช้านักเรียนทุกคนมาถึงก็ไปเข้าแถวหน้าเสาธงแบบนี้ทุกวัน พอเสร็จจากเข้าแถวครูก็ปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายเข้าห้องเรียน ถึงแม้ว่าห้องผมกับเดชจะไม่ใกล้กัน แต่ก็มองเห็นกันได้มากพอที่จะแอบดูตอนเดชเดินออกจากห้อง 2/9 ที่อยู่ชั้น 5 ส่วนห้องผมอยู่ชั้นบนสุดของชั้นห้องเรียนคือชั้น 6 อาคารที่ผมเรียนตอน ม.2 เป็นอาคารพิเศษสูง 7 ชั้นชื่อว่า อาคารเฉลิมพระบารมี ซึ่งเป็นอาคารหลักของโรงเรียน สร้างโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2543 ตึกนี้มีลิฟต์ Otis Gen2 Optima 1,600 Kg 21 Pers 2002 2 ตัว ซึ่งเป็นลิฟต์หลักของอาคาร และมีลิฟต์บรรทุกหนักสำหรับเจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านหลังตึกคือ Otis 2000 Optima 1,600 Kg 21 Pers 2001 2 ตัว อาคารเฉลิมพระบารมีนี้เป็นอาคารของชั้น ม.2 ห้อง 1-10 แบ่งเป็นชั้นห้อง 1-5 จะอยู่ชั้น 6 ส่วนห้อง 6-10 จะอยู่ชั้น 5 ห้อง Gifted จะอยู่ชั้น 4 ชั้น 3 เป็นห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 2 เป็นห้องงานบุคคลและทะเบียน ส่วนชั้น G เป็นห้องปกครองกับงานธุรการและห้องพักครู ชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตึกจะเป็นห้องประชุมบัวขาว พอถึงเวลาพักเที่ยงทุกคนก็ลงมากินอาหารกลางวัน หลังจากนั้นก็ไปนั่งเล่นม้าหินอ่อนกับเพื่อนหน้าอาคาร ม.2 ชั้น G และตอนนั้นผมก็ได้เห็นเดชเดินมากับเพื่อนขอนเดชพอดีจึงเก็บอาการเขินไม่อยู่และรีบเดินไปคว้ามือเดชไว้และบอกรักเดช และเดชก็ตอบรับรักผม ผมดีใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลย ใครจะคิดว่าผู้ชายผิวแทนที่เคยฝันถึงจะมีตัวตนอยู่จริงๆที่คิดว่าเป็นแค่ความฝัน และผู้ชายคนนั้นในชวีตจริงก็คือเดช หลังจากคบกันผมกับเดชก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมากขึ้น จูงมือเดินไปด้วยกัน ป้อนข้าวป้อนน้ำกัน แม้กระทั้งเดชป่วยเข้าโรงพยาบาลตอน ม.2 ผมก็ยังอยู่ดูแลเดชทุกวันจนเดชออกโรงพยาบาล
หลังจากวัน นั้นผ่านมา ผมกับเดชก็แอบโทรคุยกันมาตลอดจนโรงเรียนปิดเทอม และแอบไปนอนบ้านเดชที่บ้านคำโพนทอง กุฉินารายณ์ตลอด จนคบเป็นแฟนกันตั้งแต่ ม.2 ปัจจุบันผมได้แต่งงานกับเดชแล้ว และร่วมกันสร้างอาณาจักร Sigma Group และมีลูกชายฝาแฝด 2 คน คือน้องกรแฝดพี่กับน้องกานต์แฝดน้อง
ผมขอเล่าย้อนกลับไปตอน ม.2 อีกครั้งครับ ตั้งแต่ผมกับเดชคบกันมาได้ 2 เดือนกว่า ผมก็มีความคิดที่เกินวัยไปนิดนึงคือผมเก็บเงินซื้อวิทยุเทป toxi TX-9300 ตั้งแต่ตอนนั้นด้วยตัวเองราคา 5,990 บาท เพื่อเอามาเป็นเครื่องเล่นเพลงคู่ใจในวัย 14 ปี แค่นั้นยังไม่พอตอนผมได้ 4 ขวบผมก็มีเงินอยู่จำนวนนึงไปซื้อเทปคลาสเซ็ทของ อรวี สัจจานนท์ อัลบั้ม ขวัญเมือง ชุด 1-2 ซึ่งออกวางขายตอนนั้นพอดีในปี 2545 และซื้อเทปคลาสเซ็ทเพลงประกอบละคร สะใภ้ไร้ศักดินา 2544 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ก่อกำเนิดขึ้นตอนผมอยู่ ม.2 ผมซื้อทั้ง 2 อย่างเพื่อเอามาไว้เปิดฟังกับเดช 2 คนที่โรงเรียนในเวลาพักเที่ยง ผมเอาไปโรงเรียนทุกวันจนเหมือนเป็นเพื่อนคู่ใจในวัยเรียน แต่ก็ทำให้ผมกับเดชได้รู้จักเรียนรู้ใจกันตัวตนของกันและกันมากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่ชอบของตัวเอง
และในตอนนั้นเองผมได้ถ่ายรูปเดชไว้รูปนึงที่เอามือเท้าคางมองกล้อง เป็นรูปที่มีความหมายต่อใจและหลายความรู้สึกเกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงปิดเทอมตอน ม.2 ที่ผมต้องร้องไห้และกอดรูปเดชรูปนี้ไว้ตลอด 1 เดือน
และตอนที่ผมคิดถึงเดชผมก็หยิบรูปนี้ขึ้นมาดูแล้วจูบรูปนี้ทุกครั้งที่ดู และยังมีความรู้สึกอื่นๆอีกมากมายที่บอกไม่ถูก มาถึงช่วงเปิดเทอมแรกของ ม.3 ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับเทศกาลกีฬาสีพอดี ผมกับเดชอยู่สีเดียวกันแต่คนละห้องคือสีเหลือง สีเหลืองชั้นเรียนผมนี้จะมี ม.3/1 3/9 และกีฬาสีวันแรกผมกับเดชได้ถือป้ายประจำสีด้วยกันตอนเดินพาเหรด เดินตั้งแต่อ่างเลิงซิวบัวขาวจนถึงโรงเรียนบัวขาว ระยะทาง 5 กิโล ไม่คิดเลยว่าคนที่ผมรักมากชอบมากจะได้มาถือป้ายคู่กัน เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ใจสั่นรัวเต้นแรง หน้าแดงรู้สึกเขินมาก เป็นอะไรที่ผมมีความสุขมากแบบไม่เคยมีมาก่อน
ข้ามมาถึงวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของ ม.3 เทอม 2 เป็นวันที่ผมมีหลายความรู้สึกเกิดขึ้นในวันนั้นไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ผมจำได้คือ ใจลอย ใจหาย จิตใจไม่นิ่ง เหมือนอยากจะร้องไห้ แต่ก็ต้องเก็บอาการนั้นไว้จนถึงเวลาสอบเสร็จและต้องแยกย้ายกลับบ้าน
ผมก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า พอสอบเสร็จผมก็รีบไปหาเดชที่ห้อง 3/9 ทันทีและนั่งคุยกันนานมากและใช้เวลาที่เหลือได้อยู่ด้วยกันให้สมกับที่ผมรักเดชมากก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับเดชได้คุยกันว่าถ้ามีเวลาว่างหรือตอนคิดถึงกันมากๆ จะโทรหากันทุกวันจนกว่าจะเปิดเทอมตอนขึ้น ม.4 ย้อนกลับไปเมื่อสมัย ม. 4 ผมกับเดชอยู่ห้อง Gifted ที่เดชได้เข้าห้อง Gifted เพราะว่าผมเป็นคนดึงเข้า และออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลตอนเดชป่วยหรือแม้กระทั้งค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันค่าน้ำค่าไฟและค่าอาหารค่าเทอมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนรถยนต์ Mini Cooper SD Countryman ALL4 R60 LCI 2016 ทั้ง 2 คัน นั้น ผมก็เก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง ทั้ง 2 คัน นั้น มีมูลค่าคันละ 2,599,000 บาท
พอถึงวันเปิดเทอมแรกตอน ม 4 ผมกับเดชได้อยู่ห้องเดียวกันคือห้องคิงกิฟเต็ต 4/11 อาคารเฉลิมพระบารมี ชั้น 4 และตอนนั้นผมได้ออกรถยนต์ 2 คันพร้อมกันคือ
น้องสปาย Mini Cooper SD Countryman ALL4 R60 LCI 2016 สีแดง และน้อง Jungle Green Mini Cooper SD Countryman ALL4 R60 LCI 2016 สีเขียวที่ผมทำงานเก็บเงินซื้อเองเพื่อขับไปรับเดชที่บ้านคำโพนทองและไปโรงเรียนบัวขาว แต่วันนั้นผมขับน้องสปายสีแดงไปโรงเรียนวันแรก พอไปถึงบ้านเดชผมก็รีบลงรถไปหาเดชและวิ่งเข้ากอดหอมแก้มเดชหน้าบ้านด้วยความคิดถึง พอผมกับเดชไปถึงโรงเรียน ผมก็เอารถไปจอดไว้หน้าอาคารเฉลิมพระบารมี ชั้น G และก็จูงมือเดชขึ้นห้องเรียนชั้น 4 พร้อมกัน เดชกับผมนี้ฐานะแตกต่างกัน เดชเป็นคนที่มีฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวย ส่วนผมนี้มีฐานะร่ำรวยมรดกของอากง แต่ผมคบกับเดชไม่ใช่เพราะฐานะเงินทองแต่เพราะผมรักเดชมาก รักมากกว่าชีวิตของผมอีก ผมเลยอยากอัพเกรดให้เดชเป็นไฮโซ และมีภาพลักษณ์เป็นผู้ดีมีตระกูลเหมือนกับผม ผมเปลี่ยนเดชคนเดิมให้เป็นคนใหม่ตั้งแต่ ม.4 จนจบ ม.6 รวมทั้งตอนเรียนบริหารธุรกิจอินเตอร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยกัน ก็ใช้รถคู่ใจสมัยเรียนบัวขาวขับไปเรียน มข.ด้วยกันกับเดช โดยใช้สลับกัน 2 คันระหว่างน้องสปายกับน้อง Jungle Green เมื่อเรียนจบก็ได้กลายเป็นคู่ชีวิตนักธุรกิจแสนล้านคู่กันอย่างเต็มตัวที่ร่วมกันสร้างและเป็นเจ้าของธุรกิจ Sigma Group เจ้าของรถยนต์ 36 คัน และมอเตอร์ไซค์ 3 คัน จนถึงปัจจุบันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ผมกับเดชเรียนอยู่ชั้น ม. 2 ที่อาคารเฉลิมพระบารมี ผมได้มีรถยนต์คันหนึ่งเป็นรถคู่ใจที่อากงซื้อให้ตอนป้ายแดง คือ รถยนต์ BMW 525D F10 สีดำ ปี 2014 และขับไปรับส่งเดชทุกวันจนจบ ม.3
รถยนต์ BMW 525d F10 LCI ป้ายแดงที่อากงซื้อให้ เป็นของขวัญที่ผมสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา ตอนจบ ม. 1 แล้ว เริ่มขึ้น ม. 2 เทอมแรก
และในเวลาเดียวกันในปีนั้น ผมได้มีรถยนต์ Honda Accord G8 2.4 EL Navi ปี 2010 สีดำป้ายแดงเหมือนกัน ที่เป็นรถที่อากงซื้อไว้ แล้วผมได้เอามาใช้ขับไปเรียนตอน ม.1 ก่อนที่อากงจะไปซื้อ BMW 525D F10 LCI ป้ายแดง ให้ในภายหลังปี 2014 ตอนอยู่ ม.2 ผมก็ใช้รถคันนี้รับส่งเดชเหมือนกัน ตั้งแต่มอ 1 จนถึง ม. 3 ใช้สลับกันกับ BMW 525D สีดำ
แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกก็คือ ณ ตอนนั้น ม.2 อากงได้ซื้อรถยนต์ให้เพิ่มอีก 1 คัน เป็น Toyota Fortuner Champ 3.0 TRD Sportivo Full Time 4 Wheel Drive ปี 2014 สีดำป้ายแดงเหมือนกัน ซื้อเป็นของขวัญเพิ่มให้อีก 1 คัน
ย้อนกลับไปเมื่อตอน ม.1 ผมป่วยเป็นไข้เลือดออก จนต้องเข้าโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ก็เลยไม่ได้มาโรงเรียน และผมป่วยเข้าโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 7 วัน คือ 1 อาทิตย์ แต่ว่าเดชไม่รู้เลยว่าผมป่วย และตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้รู้จักกันด้วย และผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเดชเอง ก็ชอบผมเหมือนกัน และในตอนนั้นตอนที่ผมนอนป่วยอยู่ในห้องพิเศษชั้น 6 อายุรกรรมรวมอาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ผมเองก็ทำอะไรไม่ถูกเลย มีแต่อยากกลับบ้านอย่างเดียวและอยากไปโรงเรียน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงอยากไปโรงเรียนมากขนาดนั้น ถึงแม้ว่าตัวเองป่วยก็ตาม
ในวันที่ผมนอนพักรักษาตัวในห้องพิเศษ VIP ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระบารมีโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ก้าวเข้าสู่วันที่ 5 ของการนอนโรงพยาบาล ก็มีกลุ่มเพื่อนจากห้อง ม. 1/1 และคณะคุณครูมาเยี่ยมผมในวันนั้นพอดี และสิ่งที่ผมไม่คาดคิดนั่นก็คือ มีเพื่อนร่วมชั้นอย่างห้อง ม. 1/9 มาเยี่ยมผมด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเดชมาเยี่ยมผมด้วย ผมทั้งตกใจและก็ดีใจมาก แต่ก็ไม่แสดงอาการออก ตอนผมเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆยังไม่มีใครรู้ว่าผมป่วย จนกระทั่งเพื่อนโทรมาถามว่าทำไมไม่มาโรงเรียนตั้ง 4 วัน ก็เลยบอกว่าป่วยเข้าโรงพยาบาล
ในวันที่ผมนอนพักรักษาตัวในห้องพิเศษ VIP ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระบารมีโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และก้าวเข้าสู่วันที่ 7 วันสุดท้ายของการนอนโรงพยาบาล ก็มีกลุ่มเพื่อนจากห้อง ม. 1/1 และคณะคุณครูมาเยี่ยมผมในวันนั้นอีกครั้ง และสิ่งที่ผมไม่คาดคิดนั่นก็คือ มีเพื่อนร่วมชั้นอย่างห้อง ม. 1/9 มาเยี่ยมผมด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเดชมาเยี่ยมผมด้วย เดชเดินเข้ามาถามอาการแล้วจับมือผม ผมดีใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ก็เก็บอาการไว้
และยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมยังไม่ได้เล่าให้ฟังก็คือ ในช่วงตอนที่ผมขึ้น ม. 2 และตอนที่ผมกับเดชได้เริ่มคบกันแล้ว ผมก็มาป่วยอีก ก็คือ ผมป่วยเป็น ไส้ติ่งอักเสบ ต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ไส้ติ่ง อยู่ที่ อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอนุสรณ์ ชั้น 15 โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในตอนนั้นเอง เดทก็เป็นคนเฝ้าไข้ผมอยู่ตลอด ซึ่งเป็นช่วงที่ปิดเทอมพอดี
และในตอนนั้นผมก็ต้องได้นอนโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 อาทิตย์ คือ 14 วัน ก็ทำให้ผมกับเดทได้เรียนรู้กันมากขึ้น ในช่วงที่ผม