พ่อค้าแม่ค้ารุ่นเก่าหลายคน มักมองว่าพ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหม่เป็นเพียงมือใหม่ ประสบการณ์น้อย และเชื่อว่าอีกไม่นานก็คงเลิกกิจก




แต่ช่างโห้อยากบอกว่า...ความคิดแบบนี้อาจทำให้เรามองคู่แข่งผิดไป

คนรุ่นใหม่ไม่ได้แข็งแกร่งเพราะมีประสบการณ์มากกว่า แต่เขาได้เปรียบเพราะ มีต้นทุนชีวิตที่ต่ำกว่า

พ่อค้าแม่ค้ารุ่นเก่าจำนวนไม่น้อยแบกรับภาระทั้งค่าเช่าร้าน ค่าเช่าทำเล ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ และหนี้สินอีกมากมาย หลายร้านแม้ขายได้ แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วกลับเหลือกำไรน้อย หรือบางครั้งถึงขั้นขาดทุน แต่ก็ยังฝืนทำต่อ เพราะเสียดายทำเล เสียดายร้าน และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น จึงยังค้าขายในรูปแบบเดิมโดยไม่ยอมปรับตัว

ในขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มต้นจากบ้านของตัวเอง ใช้พื้นที่ของครอบครัวเป็นหน้าร้าน ไม่ต้องเสียค่าเช่า ไม่มีภาระผ่อนชำระมากมาย ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจต่ำกว่ามาก

ที่สำคัญกว่านั้นคือ คนรุ่นใหม่ใช้ Social Media เป็นหน้าร้าน สามารถประกาศให้คนทั้งประเทศรู้ว่าตัวเองขายอะไร โดยแทบไม่ต้องลงทุนกับทำเลราคาแพงอีกต่อไป

เมื่อมีต้นทุนต่ำ ภาระน้อย เขาจึงสามารถยืนระยะในการแข่งขันได้นาน แม้จะยังมีประสบการณ์น้อยกว่าพ่อค้าแม่ค้ารุ่นเก่า

ในทางกลับกัน พ่อค้าแม่ค้ารุ่นเก่าที่มีประสบการณ์มากกว่า กลับต้องแบกภาระที่หนักกว่า หากไม่ปรับตัว วันหนึ่งอาจไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่เลิกก่อน แต่อาจเป็นร้านเก่าที่ค่อย ๆ หมดทุนและหายไปจากตลาด

ดังนั้น สิ่งที่พ่อค้าแม่ค้ารุ่นเก่าควรทำ ไม่ใช่การดูถูกหรือรอให้คนรุ่นใหม่เลิกกิจการ แต่คือการปรับวิธีคิด

จงใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายสิบปี ผสานกับเครื่องมือของโลกออนไลน์ให้เกิดประโยชน์

บอกให้ผู้คนรู้ว่า...

"ร้านของเราดำเนินกิจการมากว่า 3 ชั่วอายุคน มีประสบการณ์ มีสินค้าคุณภาพ มีที่จอดรถสะดวก สามารถสั่งซื้อได้ทั้งทางออนไลน์ หรือจะมาซื้อหน้าร้านก็ยินดีให้บริการ"

ประสบการณ์คือจุดแข็งที่คนรุ่นใหม่ยังไม่มี แต่จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเรานำมันไปสื่อสารให้คนเห็น

อย่ามัวแต่คิดว่า "เดี๋ยวพวกมือใหม่ก็เลิก"

เพราะถึงแม้บางคนจะเลิกจริง แต่ระหว่างทางนั้น มีร้านค้าเก่าแก่จำนวนไม่น้อยที่หมดเนื้อหมดตัวไปก่อน เพียงเพราะไม่ยอมปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่