ไทยขึ้นแท่นฮับ Data Center แต่ต้องแลกด้วยค่าน้ำค่าไฟพุ่ง? เมื่อกฎหมายและทรัพยากรของเรายังตามไม่ทันเทคโนโลยี AI

ท่ามกลางกระแสที่สหรัฐฯ และหลายประเทศเริ่มสั่งชะลอการสร้าง Data Center ระดับไฮเปอร์สเกลเนื่องจากกังวลเรื่องการใช้ทรัพยากร แต่ในประเทศไทยกลับสวนกระแสด้วยการเปิดให้บริการไปแล้วกว่า 31 แห่ง และกำลังมีเมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทจ่อคิวเปิดตัวในปีหน้า คำถามคือ... เราพร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมาแล้วหรือยัง?


หากเจาะลึกเข้าไปดูแผนงานในไทย เราจะเห็นภาพการขยายตัวที่เร็วมากครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ

STT Bangkok 2 มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทที่มีกำหนดเปิดปลายปี 2026
Empyrion Digital (TH1) ขนาด 20 เมกะวัตต์ในย่านบางนา และที่สร้างความฮือฮาล่าสุดคือโครงการโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ GPU สำหรับ AI ของ Datasection (Thailand) มูลค่ากว่า 7,800 ล้านบาทในเขตกรุงเทพฯ ปทุมธานี



แต่สิ่งที่เราต้องมองให้ลึกไปกว่าตัวเลขการลงทุนที่สวยหรู คือ "ต้นทุนทางทรัพยากร" ที่ประเทศต้องจ่าย เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะการประมวลผลผ่านการ์ดจอ (GPU) ระดับสูงนั้น กินไฟฟ้ามหาศาลและคายความร้อนออกมาในปริมาณที่สูงมาก ส่งผลให้ต้องใช้น้ำปริมาณมหาศาลในการระบายความร้อนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความต้องการใช้น้ำและไฟของภาคประชาชนโดยตรง

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีข้อกฎหมายหรือข้อบังคับที่เข้มงวดพอในการควบคุมการใช้ทรัพยากรและการปล่อยคาร์บอนของธุรกิจประเภทนี้โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์ภาษีคาร์บอนและการบังคับให้ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%



แล้วประเทศไทยควรเดินเกมอย่างไรต่อจากนี้? แง่คิดที่สำคัญคือเราไม่สามารถปฏิเสธการลงทุนด้านเทคโนโลยีได้ เพราะนี่คือโอกาสที่จะผลักดันประเทศไปสู่ยุคดิจิทัล แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้อง "เดินเกมรุกเชิงนโยบาย" โดยด่วน:

เร่งออกกฎหมายควบคุมกำกับดูแล: กำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและจำกัดปริมาณการใช้น้ำของ Data Center
กระจายศูนย์ข้อมูลออกนอกพื้นที่แออัด: เพื่อลดภาระการใช้โครงข่ายไฟฟ้าร่วมกับเมืองหลวงและปริมณฑล
ผลักดันโครงการพลังงานหมุนเวียน: สนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างแหล่งพลังงานสะอาดใช้เองโดยตรง (Direct PPA) เพื่อไม่ให้แย่งโควตาไฟฟ้าของภาคครัวเรือน

การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ต้องไม่ทิ้งภาระและค่าครองชีพที่สูงขึ้นไว้เบื้องหลังให้กับประชาชน

      เพื่อนๆ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้างครับ? คิดว่าการมาถึงของศูนย์ข้อมูล AI เหล่านี้ คุ้มค่ากับทรัพยากรที่เราต้องเสียไปไหม หรือเราควรมีมาตรการรับมืออย่างไรก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป? มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสร้างสรรค์ด้านล่างได้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่