++ Sir Christopher Edward Nolan เป็นคนสร้างหนังที่ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แต่กับ The Odyssey เขาได้ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย โดยการใช้เทคนิคทางภาพยนต์ชั้นสูง บอกตั้งแต่ต้นเลย ใครไม่รู้แบล็คกราวน์มหากาพย์นี้ดูรู้เรื่องมั้ย.. ตอบ.. รู้ครับ แต่ถ้ามีแบล็คกราวน์ คือ นิพพานไปเลยครับ.. อย่างที่เคยเขียนบอกไว้ในนี้เมื่อครั้งที่ Oppenheimer (2023) ออกฉาย ว่าตัวเองไม่ได้เป็น FC หนังของ Nolan เลย แต่สิ่งหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลย คือ Nolan เป็น ผกก. หนังที่เก่งมาก และหนังของเขาก็ดีมาก ที่ถึงแม้เราจะไม่ชอบเป็นการส่วนตัวในสไตล์หรือไวยากรณ์หนังของเขา แต่การที่จะมารีวิวโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวของเราที่ไม่ได้ชอบมากแบบนั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะองค์ประกอบในหนังของเขานั้น "มันดีงามมาก"...
++ มหากาพย์โอดิสซีย์ หรือ Odyssey เป็นงานวรรณกรรมที่ จขกท. เคยเรียนมาเมื่อนานมาแล้ว ในวิชาวรรณกรรมตะวันตก แต่เท่าที่จำได้ คือ เรียนแค่เป็นบทตัดตอนเท่านั้น ไม่เคยอ่านทั้งเล่ม ดังนั้น ก่อนเข้าไปดูจึงต้องทำการบ้านหนักมาก รื้อฟื้นความทรงจำสุด ๆ (ก็ที่เคยเรียนเวลามันก็ผ่านมากว่า 30 ปี ได้แล้วมั้ง อิอิ) โดยโอดีสซีย์ถือว่าเป็นบทประพันธ์กรีกโบราณ ที่มีความเป็นมหากาพย์ มีเนื้อหาต่อเนื่องจากมหากาพย์อีเลียด ที่เล่าเรื่องราวในช่วงปีที่สิ้นสุดของสงครามเมืองทรอย โดยทั้ง 2 เรื่องแต่งขึ้นโดย Homer กวีตาบอดชาวกรีกที่เกิดในช่วง 1194–1184 ปีก่อนคริสตกาล (แต่ก็ยังมีการถกกันว่า Homer นี้มีตัวตนจริงหรือไม่)...
++ เนื้อเรื่องในวรรณกรรม (แบบย่อสุด ๆ) จะเล่าถึง Odysseus หรือ Ulysses (Matt Damon) กษัตริย์แห่ง Ithaca ที่ต้องใช้เวลาเดินทางกลับบ้านนานถึง 10 ปี หลังเสร็จสิ้นสงครามเมืองทรอย ระหว่างทางเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคจากเทพเจ้าและสัตว์ประหลาด เช่น Scylla 6 หัว, ยักษ์ตาเดียว Cyclops The Polyphemus (Bill Irwin), ยักษ์ Laestrygonians, แม่มด Circi (Samantha Morton) และ เทพธิดา Calypso (Charlize Theron) เป็นต้น ในขณะที่ภรรยาของเขาอย่าง Penelope (Anne Hathaway) และลูกชายอย่าง Telemachus (Tom Holland) ก็ต้องต่อสู้กับกลุ่มคนที่มาแย่งชิงบัลลังก์ เช่น Antinous (Robert Pattinson) โดยการพยายามจะมาเป็นสามีใหม่และขึ้นครองราชย์ แต่การเดินทางของ Odysseus ก็ยังได้รับการคุ้มครองจากเทพธิดา Athena (Zendaya) ในที่นี้ จขกท. อยากจะขยายความถึง Odysseus สักหน่อย คือ ในเรื่อง Odysseus ก็คือผู้นำที่เป็นคน ๆ หนึ่ง มีถูก มีผิด เขาไม่ได้เป็นแบบ Super Hero ที่แบบเก่งและดีไปหมด ความเป็นผู้นำของเขาบางครั้งก็นำมาซึ่งความชิอ้ายได้เช่นกัน ดังนั้น ใครคิดว่า Odysseus จะเป็นคนแบบเดินหน้าฆ่ามัน แล้วชนะไปหมด ไม่ใช่นะครับ บางครั้งก็ต้องวิ่งหนีเหมือนกันนะ จขกท. ชอบความเป็นมนุษย์ที่มีหลายด้านของเขาในตรงนี้มาก...
++ ต้องบอกก่อนว่า มหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีย์นี้ มีคนที่แปลออกมาหลายเวอร์ชั่นมาก และโดยต้นกำเนิดที่มันเป็นเรื่องราวแบบ "มุขปาฐะ" หรือ เรื่องเล่าปากต่อปาก ผ่านมาเป็นพัน ๆ ปี มันก็ย่อมมีความผิดเพี้ยนไปบ้างตามแต่การตีความ กลับมาที่เรื่องของหนังกันบ้าง คหสต. ของ จขกท. คิดว่า Nolan น่าจะได้แรงบันดาลใจในการสร้าง The Odyssey จากงานแปลในเวอร์ชั่นของ Emily Wilson นักแปลหญิงคนแรกที่แปลงานวรรณกรรมชิ้นเอกของ Homer นี้ออกมาในปี ค.ศ.2017 โดยเธอใช้ภาษาแบบสมัยใหม่เลย อ่านง่าย เข้าใจง่าย โดนใจวัยรุ่นชอบ ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ก็มีการถกเถึยงกันเยอะมาก ทั้งในเรื่องภาษาที่ใช้ (แรงมากขนาดที่ว่าเป็นการทำลายวรรณกรรมคลาสสิกเลยทีเดียว) รวมทั้งเรื่องของการตีความอื่น ๆ ด้วย ที่จะมีความแตกต่างออกไปจากงานแปลดั้งเดิม ยังไงก็แล้วแต่ Emily ตัวจริงเธอก็เป็นถึงศาสตราจารย์แห่ง U. of Pennsylvania เชียวนะครับ...
++ หลังดูจบ สิ่งแรกที่อยากบอก คือ "หนังสนุกมาก ก.ไก่ล้านตัว" หนัง 3 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก ภาพรวมของหนังสำหรับ จขกท. แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ 1.ชอบมาก 2.ไม่ค่อยชอบ แต่มองข้ามได้ ส่วนที่ชอบ คือ งานภาพ งานเสียง บท ตัดต่อ เอฟเฟกต์ และ งานแสดง คือ ล้านเต็มสิบ ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้ว โดยเฉพาะการตัดต่อและเรียบเรียงภาพ คือ โคตะระเทพ ไม่นึกว่า Nolan จะทำออกมาแบบนี้ มันดีมาก เดี๋ยวมาว่ากันอีกที ด้านงานภาพและเสียง จขกท. เลือกดูในโรงระบบ Dolby Vision + Atmos เพราะต้องการคุณภาพเสียงจากระบบ Atmos (รีวิวต่างชาติบางส่วนกล่าวว่างานเสียง คือ สิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้) ส่วนคุณภาพของภาพ คือ พอใจในระบบนี้มากแล้ว เพราะ คหสต. แม้จะดูในโรง IMAX ยังไงก็ไม่ได้ภาพขนาด 1.43:1 ของฟิล์ม 70 mm อยู่ดี สรุปแล้ว คิดถูก คือ ดูวันแรกโรง IMAX คนจองล่วงหน้าเยอะมาก เลยหันหน้ามาทางนี้ เพราะไม่อยากเบียด สรุป คิดถูกซะงั้น เดี๋ยวจะแจงต่อไป...
++ พูดถึงเรื่องบท นี่ว่า Nolan เคารพเรื่องราวต้นฉบับอย่างดีเลยนะ มีการปรับเนื้อเรื่องบ้าง อาจจะเพื่อให้หนังมันกระชับและง่ายขึ้น ไม่ได้อิงจากหนังสือ 100% นะครับ ตัดตัวละครออกไปบ้างครับ เอาอันนั้นมาใส่ตรงนี้บ้าง แต่โดยรวมแล้วดีเลย พูดถึงเรื่องแคสติ้งบ้างดีกว่าครับ ในส่วนที่คนทั้งโลกพูดถึงก่อนเลย "แม่นาง Helen" (Lupita Nyong'o) นั่นเอง เอาเป็นว่า บทนางไม่ได้เด่นอะไรนะครับ ออกน้อยครับ มันเลยไม่ได้ขัดใจเท่าไหร่ มองข้ามได้ แต่ จขกท. อยากจะบอกว่าตอนช่วงที่ Menelaus (John Bernthal) กล่าวถึงนางให้ Telemachus ฟังในงานเลี้ยงนะ จขกท. หลุดขำบทพูดออกมาเลยอ่ะ จขกท. ดูเป็นคนเลวมาก ชั่วมากจริง ๆ ตรงนี้ว่าคนเขียนบทแกงนางสุด ๆ ส่วนที่จะพูดว่าอย่างไร ใครไปดูมาแล้วคงรู้ ขำเหมือนกันมั้ยอ่ะครับ อิอิ แล้วอีกคนที่ จขกท. ติดใจ คือ Charlize Theron ในบทเทพธิดา Calypso ในหนังสืออธิบายไว้ว่านาง คือ คนสวย สาว มีเสน่ห์ และไม่มีวันแก่ แต่ในหนัง Charlize ดูมีอายุไปหน่อยนะครับ แล้วแต่งนางออกมาได้แบบดูเลอะ ๆ ทรายด้วย แล้วนางออกเยอะด้วย อาจจะเป็นอะไรที่ขัด ๆ สำหรับ จขกท. ไปหน่อย แต่ก็ถือว่ามองข้ามไปได้ครับ...
++ จุดตายสำหรับเรื่องนี้ คือ การเรียบเรียงเนื้อเรื่องในแบบ Non-linear Narrative หรือสลับไปมาไม่เป็นเส้นตรง โดย ผกก. คนอื่นอาจใช้เทคนิคนี้เพื่อให้หนังมันดูมีชั้นเชิง มีอะไรที่ซับซ้อนขึ้น แต่สำหรับ Nolan เขาใช้เทคนิคนี้เพื่อให้หนังเรื่องนี้ดูง่ายขึ้นครับ เทพมาก! ต้องบอกก่อนว่าในหนังสือมันก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวแบบเป็นเส้นตรงนะครับ แต่จังหวะการตีของ Nolan มันตรงจังหวะมากครับ การย้อนความของเขา มันคือการขยายคีย์เนื้อเรื่องให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเวิ่นเว้อครับ เพราะหนังยาว 3 ชั่วโมง ถ้าจะเอาตามหนังสือเป๊ะ ๆ 3 วันจะจบหรือเปล่า แล้วการเดินเรื่องเร็วมาก ซีนต่อซีนไวมาก ทำให้หนังมันไม่ย้วยดีครับ...
++ มาถึงงานภาพ ทำไม จขกท. บอกว่าคิดถูกที่เลือกดูระบบ DV เพราะงาน Grading ของหนังเรื่องนี้เขาเน้นใช้สีแค่ 2 โทนหลัก ๆ ครับ คือ Black & Blue ในพาร์ททะเล กับ Gold & Fire Red ในพาร์ทบกหรือเมือง แล้วระบบภาพ DV สีดำมันคือดำจริง ๆ ดำแบบลืมตาในห้องมืดเลย ภาพผืนน้ำสีดำมันเลยดูน่ากลัวมากเลยครับ สีสวยมากครับ อธิบายไม่ถูกเลย สีโทน Blue กับ Gold & Fire Red ก็ขับออกมาสวยมากจะร้องไห้ นี่คือหนังที่ Grading สีสวยที่สุดเรื่องนึงเลยครับ...
++ มาถึงงานเสียง จขกท. เลือกระบบ DA ถูกใจอีกแล้วครับ Nolan มิกซ์เสียงออกมาแบบ 5ch แบบตายไปเลย ยิ่งถูกปล่อยออกมาในระบบ DA คือ หลับตา เราก็ยืนอยู่ในดงสงครามตรงนั้นเลยแหละครับ จขกท. ชอบเสียงของยอดหญ้าเสียดสีกันเมื่อโดนลมพัดบนเกาะของแม่มด Circi มาก ทำได้ยังไง มันไพเราะมาก แค่เสียงยอดหญ้าก็เพราะแล้ว Nolan เล่นกับเสียงเก่งมาก แต่ยิ่งกว่านั้น เขาทำให้แค่เสียงเคาะไม้เท้าก็อลังการได้แล้ว ต้องไปดูเองครับ มันไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริงอะครับ...
++ มาต่อกันที่งานเอฟเฟกต์ จขกท. ไม่อยากใช้คำว่า CGI กับงานนี้ของ Nolan เลย งานเอฟเฟกต์ของเขามันทำให้เราย้อนกลับไปนึกถึงหนังที่เคยดูสมัยเด็ก ๆ เช่น Jaws, Benhur หรือ The Gladiator อะไรแบบนี้ มันคืองาน Back to Basic อ่ะ ม้าไม้ คือ ม้าไม้ แค่ม้าไม้ไม่ต้องใช้ CGI ใช่! มันจะทำยากอะไร แล้วพวกอสูรประหลาดต่าง ๆ คือ มันให้ความรู้สึกถึงการมีอยู่ของเนื้อหนังมังสา โดยเฉพาะยักษ์ตาเดียวนั่นอ่ะ เบรนด์ออกมาดีมากครับ เพราะใช้คนจริง ๆ แสดงนะ แล้วต้องมาทาบกับคนอื่น ๆ ในเฟรม หรือการสู้รบในทะเลแปรปรวน เออ! มันคือคนที่เปียกน้ำอ่ะ คนที่อ้วกแตกกลางทะเลจริง ๆ ไม่ใช่งาน CGI ที่แบบลอยเป็นเลเยอร์แบบนั้นอ่ะครับ ประทับใจมาก ยิ่งงาน AI ยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนละชั้น เหมือนอย่างที่ Nolan พูดไว้แหละครับ...
++ มาถึงการแสดง ไม่ต้องพูดถึงดีทุกคน แต่ จขกท. ขอโฟกัสไปที่ John Leguizamo ในบท Eurylochus คนเลี้ยงหมูตาบอดผู้จงรักภักดี John เล่นบทนี้ได้แบบดีมาก เขาตาบอดนะครับ ไม่มีตาให้แสดงอารมณ์ แต่เขาใช้อวัยวะส่วนอื่นทั้งหมดเลยเล่นแทนตา สุดยอด! จขกท. ชอบพี่แกมาตั้งแต่ Romeo+Juliet (1996) แล้วนะคนนี้ อีกคน คือ Robert Pattinson คนนี้มีตา แล้วก็ใช้ตาเก่งแบบสุดยอดเสียด้วย แววตาช่วงองก์สุดท้ายของ Robert นี่แสดงความกลัวได้แบบสุดยอดเลยครับ เป็นความกลัวแบบเย็นวาบไปถึงสันหลังอ่ะ เช่นเดียวกับ Anne Hathaway ซีนระเบิดอารมณ์ในองก์สุดท้าย คือ เอาสักรางวัลมั้ยครับ อิอิ...
++ สารของหนังเรื่องนี้ที่ Nolan ต้องการสื่อ มันคือการต่อต้านสงครามนั่นแหละครับ การเดินทางกลับบ้านของ Odysseus ที่ต้องเจออะไรต่าง ๆ มันก็เหมือนทหารที่ไปสู้รบในสมัยนี้ แล้วต้องเจอภาวะ PTSD นั่นแหละ สงครามสร้างความเสียหาย ชัยชนะที่ว่างเปล่า กับทหารหาญที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมหลังสงครามที่ไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็น องก์สุดท้ายของหนังจึงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เต็มเปี่ยมจนเอ่อล้นของคนที่มีแต่ความคิดถึง มีแต่ความรัก และการรู้จักสัจธรรมในชีวิตที่แท้จริง...
++ สุดท้ายอยากบอกว่าใครที่จะไปดูควรเลือกดูในระบบที่ให้ภาพและเสียงที่ดีที่สุด IMAX, DVA หรือ Zigma อะไรก็ตามแต่ คุ้มครับ จขกท. หลุดคำว่า "โอ้โห" เบา ๆ ออกมาหลายครั้งเลย ปี ๆ นึงเราจะมีหนังแบบนี้ให้ดูกี่เรื่องเองครับ หนังที่เป็นหนังจริง ๆ คนแสดงจริง ๆ เอฟเฟกต์จริง ๆ แต่ถ้าไม่มี จขกท. คิดว่าดูโรงที่จอใหญ่หน่อยก็พอที่จะโอเคครับ เพราะงาน Nolan เขาละเอียดมาก และ Nolan ก็ยังคงเป็น ผกก. ที่ จขกท. ไม่ชอบในไวยากรณ์หนังของเขา แต่ก็ไม่อาจปฎิเสธในหนังของเขาได้เช่นกัน ไปดู The Odyssey กันนะครับ...
[ รีวิวหนังดี ] The Odyssey (2026)
++ Sir Christopher Edward Nolan เป็นคนสร้างหนังที่ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แต่กับ The Odyssey เขาได้ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย โดยการใช้เทคนิคทางภาพยนต์ชั้นสูง บอกตั้งแต่ต้นเลย ใครไม่รู้แบล็คกราวน์มหากาพย์นี้ดูรู้เรื่องมั้ย.. ตอบ.. รู้ครับ แต่ถ้ามีแบล็คกราวน์ คือ นิพพานไปเลยครับ.. อย่างที่เคยเขียนบอกไว้ในนี้เมื่อครั้งที่ Oppenheimer (2023) ออกฉาย ว่าตัวเองไม่ได้เป็น FC หนังของ Nolan เลย แต่สิ่งหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลย คือ Nolan เป็น ผกก. หนังที่เก่งมาก และหนังของเขาก็ดีมาก ที่ถึงแม้เราจะไม่ชอบเป็นการส่วนตัวในสไตล์หรือไวยากรณ์หนังของเขา แต่การที่จะมารีวิวโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวของเราที่ไม่ได้ชอบมากแบบนั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะองค์ประกอบในหนังของเขานั้น "มันดีงามมาก"...
++ มหากาพย์โอดิสซีย์ หรือ Odyssey เป็นงานวรรณกรรมที่ จขกท. เคยเรียนมาเมื่อนานมาแล้ว ในวิชาวรรณกรรมตะวันตก แต่เท่าที่จำได้ คือ เรียนแค่เป็นบทตัดตอนเท่านั้น ไม่เคยอ่านทั้งเล่ม ดังนั้น ก่อนเข้าไปดูจึงต้องทำการบ้านหนักมาก รื้อฟื้นความทรงจำสุด ๆ (ก็ที่เคยเรียนเวลามันก็ผ่านมากว่า 30 ปี ได้แล้วมั้ง อิอิ) โดยโอดีสซีย์ถือว่าเป็นบทประพันธ์กรีกโบราณ ที่มีความเป็นมหากาพย์ มีเนื้อหาต่อเนื่องจากมหากาพย์อีเลียด ที่เล่าเรื่องราวในช่วงปีที่สิ้นสุดของสงครามเมืองทรอย โดยทั้ง 2 เรื่องแต่งขึ้นโดย Homer กวีตาบอดชาวกรีกที่เกิดในช่วง 1194–1184 ปีก่อนคริสตกาล (แต่ก็ยังมีการถกกันว่า Homer นี้มีตัวตนจริงหรือไม่)...
++ เนื้อเรื่องในวรรณกรรม (แบบย่อสุด ๆ) จะเล่าถึง Odysseus หรือ Ulysses (Matt Damon) กษัตริย์แห่ง Ithaca ที่ต้องใช้เวลาเดินทางกลับบ้านนานถึง 10 ปี หลังเสร็จสิ้นสงครามเมืองทรอย ระหว่างทางเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคจากเทพเจ้าและสัตว์ประหลาด เช่น Scylla 6 หัว, ยักษ์ตาเดียว Cyclops The Polyphemus (Bill Irwin), ยักษ์ Laestrygonians, แม่มด Circi (Samantha Morton) และ เทพธิดา Calypso (Charlize Theron) เป็นต้น ในขณะที่ภรรยาของเขาอย่าง Penelope (Anne Hathaway) และลูกชายอย่าง Telemachus (Tom Holland) ก็ต้องต่อสู้กับกลุ่มคนที่มาแย่งชิงบัลลังก์ เช่น Antinous (Robert Pattinson) โดยการพยายามจะมาเป็นสามีใหม่และขึ้นครองราชย์ แต่การเดินทางของ Odysseus ก็ยังได้รับการคุ้มครองจากเทพธิดา Athena (Zendaya) ในที่นี้ จขกท. อยากจะขยายความถึง Odysseus สักหน่อย คือ ในเรื่อง Odysseus ก็คือผู้นำที่เป็นคน ๆ หนึ่ง มีถูก มีผิด เขาไม่ได้เป็นแบบ Super Hero ที่แบบเก่งและดีไปหมด ความเป็นผู้นำของเขาบางครั้งก็นำมาซึ่งความชิอ้ายได้เช่นกัน ดังนั้น ใครคิดว่า Odysseus จะเป็นคนแบบเดินหน้าฆ่ามัน แล้วชนะไปหมด ไม่ใช่นะครับ บางครั้งก็ต้องวิ่งหนีเหมือนกันนะ จขกท. ชอบความเป็นมนุษย์ที่มีหลายด้านของเขาในตรงนี้มาก...
++ ต้องบอกก่อนว่า มหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีย์นี้ มีคนที่แปลออกมาหลายเวอร์ชั่นมาก และโดยต้นกำเนิดที่มันเป็นเรื่องราวแบบ "มุขปาฐะ" หรือ เรื่องเล่าปากต่อปาก ผ่านมาเป็นพัน ๆ ปี มันก็ย่อมมีความผิดเพี้ยนไปบ้างตามแต่การตีความ กลับมาที่เรื่องของหนังกันบ้าง คหสต. ของ จขกท. คิดว่า Nolan น่าจะได้แรงบันดาลใจในการสร้าง The Odyssey จากงานแปลในเวอร์ชั่นของ Emily Wilson นักแปลหญิงคนแรกที่แปลงานวรรณกรรมชิ้นเอกของ Homer นี้ออกมาในปี ค.ศ.2017 โดยเธอใช้ภาษาแบบสมัยใหม่เลย อ่านง่าย เข้าใจง่าย โดนใจวัยรุ่นชอบ ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ก็มีการถกเถึยงกันเยอะมาก ทั้งในเรื่องภาษาที่ใช้ (แรงมากขนาดที่ว่าเป็นการทำลายวรรณกรรมคลาสสิกเลยทีเดียว) รวมทั้งเรื่องของการตีความอื่น ๆ ด้วย ที่จะมีความแตกต่างออกไปจากงานแปลดั้งเดิม ยังไงก็แล้วแต่ Emily ตัวจริงเธอก็เป็นถึงศาสตราจารย์แห่ง U. of Pennsylvania เชียวนะครับ...
++ หลังดูจบ สิ่งแรกที่อยากบอก คือ "หนังสนุกมาก ก.ไก่ล้านตัว" หนัง 3 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก ภาพรวมของหนังสำหรับ จขกท. แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ 1.ชอบมาก 2.ไม่ค่อยชอบ แต่มองข้ามได้ ส่วนที่ชอบ คือ งานภาพ งานเสียง บท ตัดต่อ เอฟเฟกต์ และ งานแสดง คือ ล้านเต็มสิบ ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้ว โดยเฉพาะการตัดต่อและเรียบเรียงภาพ คือ โคตะระเทพ ไม่นึกว่า Nolan จะทำออกมาแบบนี้ มันดีมาก เดี๋ยวมาว่ากันอีกที ด้านงานภาพและเสียง จขกท. เลือกดูในโรงระบบ Dolby Vision + Atmos เพราะต้องการคุณภาพเสียงจากระบบ Atmos (รีวิวต่างชาติบางส่วนกล่าวว่างานเสียง คือ สิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้) ส่วนคุณภาพของภาพ คือ พอใจในระบบนี้มากแล้ว เพราะ คหสต. แม้จะดูในโรง IMAX ยังไงก็ไม่ได้ภาพขนาด 1.43:1 ของฟิล์ม 70 mm อยู่ดี สรุปแล้ว คิดถูก คือ ดูวันแรกโรง IMAX คนจองล่วงหน้าเยอะมาก เลยหันหน้ามาทางนี้ เพราะไม่อยากเบียด สรุป คิดถูกซะงั้น เดี๋ยวจะแจงต่อไป...
++ พูดถึงเรื่องบท นี่ว่า Nolan เคารพเรื่องราวต้นฉบับอย่างดีเลยนะ มีการปรับเนื้อเรื่องบ้าง อาจจะเพื่อให้หนังมันกระชับและง่ายขึ้น ไม่ได้อิงจากหนังสือ 100% นะครับ ตัดตัวละครออกไปบ้างครับ เอาอันนั้นมาใส่ตรงนี้บ้าง แต่โดยรวมแล้วดีเลย พูดถึงเรื่องแคสติ้งบ้างดีกว่าครับ ในส่วนที่คนทั้งโลกพูดถึงก่อนเลย "แม่นาง Helen" (Lupita Nyong'o) นั่นเอง เอาเป็นว่า บทนางไม่ได้เด่นอะไรนะครับ ออกน้อยครับ มันเลยไม่ได้ขัดใจเท่าไหร่ มองข้ามได้ แต่ จขกท. อยากจะบอกว่าตอนช่วงที่ Menelaus (John Bernthal) กล่าวถึงนางให้ Telemachus ฟังในงานเลี้ยงนะ จขกท. หลุดขำบทพูดออกมาเลยอ่ะ จขกท. ดูเป็นคนเลวมาก ชั่วมากจริง ๆ ตรงนี้ว่าคนเขียนบทแกงนางสุด ๆ ส่วนที่จะพูดว่าอย่างไร ใครไปดูมาแล้วคงรู้ ขำเหมือนกันมั้ยอ่ะครับ อิอิ แล้วอีกคนที่ จขกท. ติดใจ คือ Charlize Theron ในบทเทพธิดา Calypso ในหนังสืออธิบายไว้ว่านาง คือ คนสวย สาว มีเสน่ห์ และไม่มีวันแก่ แต่ในหนัง Charlize ดูมีอายุไปหน่อยนะครับ แล้วแต่งนางออกมาได้แบบดูเลอะ ๆ ทรายด้วย แล้วนางออกเยอะด้วย อาจจะเป็นอะไรที่ขัด ๆ สำหรับ จขกท. ไปหน่อย แต่ก็ถือว่ามองข้ามไปได้ครับ...
++ จุดตายสำหรับเรื่องนี้ คือ การเรียบเรียงเนื้อเรื่องในแบบ Non-linear Narrative หรือสลับไปมาไม่เป็นเส้นตรง โดย ผกก. คนอื่นอาจใช้เทคนิคนี้เพื่อให้หนังมันดูมีชั้นเชิง มีอะไรที่ซับซ้อนขึ้น แต่สำหรับ Nolan เขาใช้เทคนิคนี้เพื่อให้หนังเรื่องนี้ดูง่ายขึ้นครับ เทพมาก! ต้องบอกก่อนว่าในหนังสือมันก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวแบบเป็นเส้นตรงนะครับ แต่จังหวะการตีของ Nolan มันตรงจังหวะมากครับ การย้อนความของเขา มันคือการขยายคีย์เนื้อเรื่องให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเวิ่นเว้อครับ เพราะหนังยาว 3 ชั่วโมง ถ้าจะเอาตามหนังสือเป๊ะ ๆ 3 วันจะจบหรือเปล่า แล้วการเดินเรื่องเร็วมาก ซีนต่อซีนไวมาก ทำให้หนังมันไม่ย้วยดีครับ...
++ มาถึงงานภาพ ทำไม จขกท. บอกว่าคิดถูกที่เลือกดูระบบ DV เพราะงาน Grading ของหนังเรื่องนี้เขาเน้นใช้สีแค่ 2 โทนหลัก ๆ ครับ คือ Black & Blue ในพาร์ททะเล กับ Gold & Fire Red ในพาร์ทบกหรือเมือง แล้วระบบภาพ DV สีดำมันคือดำจริง ๆ ดำแบบลืมตาในห้องมืดเลย ภาพผืนน้ำสีดำมันเลยดูน่ากลัวมากเลยครับ สีสวยมากครับ อธิบายไม่ถูกเลย สีโทน Blue กับ Gold & Fire Red ก็ขับออกมาสวยมากจะร้องไห้ นี่คือหนังที่ Grading สีสวยที่สุดเรื่องนึงเลยครับ...
++ มาถึงงานเสียง จขกท. เลือกระบบ DA ถูกใจอีกแล้วครับ Nolan มิกซ์เสียงออกมาแบบ 5ch แบบตายไปเลย ยิ่งถูกปล่อยออกมาในระบบ DA คือ หลับตา เราก็ยืนอยู่ในดงสงครามตรงนั้นเลยแหละครับ จขกท. ชอบเสียงของยอดหญ้าเสียดสีกันเมื่อโดนลมพัดบนเกาะของแม่มด Circi มาก ทำได้ยังไง มันไพเราะมาก แค่เสียงยอดหญ้าก็เพราะแล้ว Nolan เล่นกับเสียงเก่งมาก แต่ยิ่งกว่านั้น เขาทำให้แค่เสียงเคาะไม้เท้าก็อลังการได้แล้ว ต้องไปดูเองครับ มันไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริงอะครับ...
++ มาต่อกันที่งานเอฟเฟกต์ จขกท. ไม่อยากใช้คำว่า CGI กับงานนี้ของ Nolan เลย งานเอฟเฟกต์ของเขามันทำให้เราย้อนกลับไปนึกถึงหนังที่เคยดูสมัยเด็ก ๆ เช่น Jaws, Benhur หรือ The Gladiator อะไรแบบนี้ มันคืองาน Back to Basic อ่ะ ม้าไม้ คือ ม้าไม้ แค่ม้าไม้ไม่ต้องใช้ CGI ใช่! มันจะทำยากอะไร แล้วพวกอสูรประหลาดต่าง ๆ คือ มันให้ความรู้สึกถึงการมีอยู่ของเนื้อหนังมังสา โดยเฉพาะยักษ์ตาเดียวนั่นอ่ะ เบรนด์ออกมาดีมากครับ เพราะใช้คนจริง ๆ แสดงนะ แล้วต้องมาทาบกับคนอื่น ๆ ในเฟรม หรือการสู้รบในทะเลแปรปรวน เออ! มันคือคนที่เปียกน้ำอ่ะ คนที่อ้วกแตกกลางทะเลจริง ๆ ไม่ใช่งาน CGI ที่แบบลอยเป็นเลเยอร์แบบนั้นอ่ะครับ ประทับใจมาก ยิ่งงาน AI ยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนละชั้น เหมือนอย่างที่ Nolan พูดไว้แหละครับ...
++ มาถึงการแสดง ไม่ต้องพูดถึงดีทุกคน แต่ จขกท. ขอโฟกัสไปที่ John Leguizamo ในบท Eurylochus คนเลี้ยงหมูตาบอดผู้จงรักภักดี John เล่นบทนี้ได้แบบดีมาก เขาตาบอดนะครับ ไม่มีตาให้แสดงอารมณ์ แต่เขาใช้อวัยวะส่วนอื่นทั้งหมดเลยเล่นแทนตา สุดยอด! จขกท. ชอบพี่แกมาตั้งแต่ Romeo+Juliet (1996) แล้วนะคนนี้ อีกคน คือ Robert Pattinson คนนี้มีตา แล้วก็ใช้ตาเก่งแบบสุดยอดเสียด้วย แววตาช่วงองก์สุดท้ายของ Robert นี่แสดงความกลัวได้แบบสุดยอดเลยครับ เป็นความกลัวแบบเย็นวาบไปถึงสันหลังอ่ะ เช่นเดียวกับ Anne Hathaway ซีนระเบิดอารมณ์ในองก์สุดท้าย คือ เอาสักรางวัลมั้ยครับ อิอิ...
++ สารของหนังเรื่องนี้ที่ Nolan ต้องการสื่อ มันคือการต่อต้านสงครามนั่นแหละครับ การเดินทางกลับบ้านของ Odysseus ที่ต้องเจออะไรต่าง ๆ มันก็เหมือนทหารที่ไปสู้รบในสมัยนี้ แล้วต้องเจอภาวะ PTSD นั่นแหละ สงครามสร้างความเสียหาย ชัยชนะที่ว่างเปล่า กับทหารหาญที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมหลังสงครามที่ไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็น องก์สุดท้ายของหนังจึงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เต็มเปี่ยมจนเอ่อล้นของคนที่มีแต่ความคิดถึง มีแต่ความรัก และการรู้จักสัจธรรมในชีวิตที่แท้จริง...
++ สุดท้ายอยากบอกว่าใครที่จะไปดูควรเลือกดูในระบบที่ให้ภาพและเสียงที่ดีที่สุด IMAX, DVA หรือ Zigma อะไรก็ตามแต่ คุ้มครับ จขกท. หลุดคำว่า "โอ้โห" เบา ๆ ออกมาหลายครั้งเลย ปี ๆ นึงเราจะมีหนังแบบนี้ให้ดูกี่เรื่องเองครับ หนังที่เป็นหนังจริง ๆ คนแสดงจริง ๆ เอฟเฟกต์จริง ๆ แต่ถ้าไม่มี จขกท. คิดว่าดูโรงที่จอใหญ่หน่อยก็พอที่จะโอเคครับ เพราะงาน Nolan เขาละเอียดมาก และ Nolan ก็ยังคงเป็น ผกก. ที่ จขกท. ไม่ชอบในไวยากรณ์หนังของเขา แต่ก็ไม่อาจปฎิเสธในหนังของเขาได้เช่นกัน ไปดู The Odyssey กันนะครับ...