🌊 “คลอง” สายน้ำแห่งพระเมตตา รินไหลมาสู่อาณาราษฎร 🙏
.
🙏 บรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ทรงธำรงไว้ซึ่งพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมนำพาความร่มเย็นเป็นสุขมาทุกยุคทุกสมัย สายน้ำแห่งลำคลองดุจพระบารมีรินไหลมาสู่อาณาราษฎรมิได้ขาดสาย ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ มี
“คลองคูเมืองเดิม” ที่ขุดมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เริ่มต้นตั้งแต่บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว - ปากคลองตลาด จุดเริ่มต้นเป็นคติความเชื่อ และความนิยมในการสร้างคลองรอบพระนครหรือคลองรอบกรุงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
.
ผังเมืองกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อสมัยแรกสร้าง ยังมีอาณาเขตล้อมรอบด้วยคูเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพระนครชั้นใน ก่อนที่จะขยายออกมาในภายหลัง (ภาพจากหนังสือ จดหมายเหตุการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์, น.56)
๑. นิวาสสถานเจ้าพระยาจักรี
๒. วังเจ้านายและคุก
๓. พระราชวังเดิม
๔. สนามหลวง
๕. ศาลหลวงและวัดเจ้านาย
๖. วังเจ้านาย
๗. บ้านเรือนเสนาบดี
๘. ตึกดิน
๙. กรมพระนครบาลและคุก
๑๐. นิคมมาลายู
๑๑. บ้านเรือนข้าราชการและราษฎร
๑๒. นิคมมอญ
๑๓. นิคมญวน
๑๔. นิคมจีน

คลองคูเมืองเดิม
คลองคูเมืองเดิมนี้ขุดสมัยกรุงธนบุรี ปลูกต้นขนุนเรียงรายตามคลอง เพราะเป็นหลังกรุงธนบุรี ตามความเชื่อการปลูกขนุนหนุนนำบ้านเมือง
✨ เมื่อรัชกาลที่ ๑ ทรงย้ายเมืองหลวงมาทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการขุดคูคลองขึ้นเป็นปราการของเมืองและขยายขอบเขตขอบพระนครให้กว้างมากขึ้นจากเดิม คือ
“คลองบางลำพู-คลองโอ่งอ่าง” เพื่อเป็นทั้งขอบขันธสีมา และยังหมายให้เป็นป้อมค่ายป้องกันข้าศึกศัตรู ถูกขนานด้วยป้อมรบ และกำแพงพระนครโดยรอบที่เรียกว่า
"เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน" ตามคติการสร้างเมือง ให้เป็นการจำลองจักรวาลที่วัดสุทัศนเทพวาราม ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร สอดคล้องกับ
“สุทัสนนคร” อันเป็นเมืองของพระอินทร์บนยอดเขาพระสุเมรุ แกนกลางจักรวาล และมีมหานทีสีธันดรล้อมรอบ อีกทั้งมีพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับและเป็นศูนย์ทางการปกครอง เฉกเช่นเดียวกับสมัยกรุงศรีอยุธยา
.
🌊 “คลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง” จึงเป็นคูคลองสายประวัติศาสตร์สำคัญอีกสายหนึ่งที่มีความสำคัญมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เป็นการขยายขอบเขตขอบพระนครให้กว้างมากขึ้นจากเดิม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเหนือที่ตำบลบางลำพูไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เชื่อมต่อกับคลองโอ่งอ่างที่มีขอบเขตจากปากคลองมหานาคไปถึงปากคลองแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนใต้เชิงสะพานพระปกเกล้าฝั่งพระนคร ระหว่างสองฝากฝั่งคลองทั้งสองสายนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายแทรกด้วยชุมชนที่อยู่อาศัย จนกลายเป็นวิถีวัฒนธรรมชุมชนเมืองวิถีคลองมาจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นคูคลองในระยะแรก นอกจากจะยังทำหน้าที่กำหนดและบอกขอบเขตพระนครแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ยังประโยชน์แก่อาณาราษฎร เพื่อการคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างกัน
.
คลองบางลำพู
คลองโอ่งอ่าง
💙 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ บทบาทหน้าที่ของคูคลองได้ขยายใหญ่ขึ้น นอกจากเป็นเส้นทางสัญจรคมนาคมขนส่งการค้าขยายทั้งภายในเมืองกับหัวเมืองต่าง ๆ แล้ว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขุดคลองประวัติศาสตร์สำคัญอีกสายหนึ่งซึ่งใช้เป็นเส้นทางเดินทัพที่สำคัญ คือ
“คลองแสนแสบ” ปรากฏเป็นยุทธการณ์การรบที่สำคัญ คือ
"อานัมสยามยุทธ" สงครามยาวนานถึง ๑๔ ปี ระหว่างสยามกับญวน ยังส่งผลให้ลักษณะของคลองแสนแสบนี้ขุดเป็นแนวเส้นตรงไปทางตะวันออก และก่อเกิดแหล่งชุมชนใหม่ขึ้นระหว่างสองฝั่งคลองเป็นพหุวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบันทางด้านฝั่งตะวันออกของพระนคร
.
คลองผดุงกรุงเกษม
ปากคลองผดุงแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนเหนือเกาะรัตนโกสินทร์ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
ภาพถ่ายมุมสูงเรือนจำกลางคลองเปรม ตำบลลาดยาวในยุคบุกเบิก (ภาพจาก เว็บไซต์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์)
🧡 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขยายขอบเขตพระนครให้กว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม จากสาเหตุของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นความแออัดของพระนคร ตลอดทั้งการติดต่อสมาคมค้าขายกับชาวต่างประเทศ จึงมีการขุดคลองหลายสายขึ้น และคูคลองที่สำคัญที่ทำให้เกิดการขยายเขตพระนครให้กว้างขึ้นไปทางตอนเหนือจนเป็นที่มาของการขุด
“คลองผดุงกรุงเกษม” โดยมีจุดเริ่มต้นคลองที่แม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนเหนือบริเวณปากคลองวัดเทวราชกุญชร และออกสู่บริเวณปากคลอง สี่พระยาทางตอนใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดแนวของสองฝั่งคลองยังเป็นที่ตั้งของ
“บวร” ประกอบไปด้วยบ้าน วัด ชุมชน โรงเรียนที่สำคัญจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
.
คลองแสนแสบ
💖
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีแนวคิดที่จะขยายการเชื่อมต่อพระนครกับหัวเมืองทางทิศเหนือเพิ่มเติมทรงริเริ่มการขุดคลองสายแรกในรัชกาล คือ
“คลองสวัสดิ์เปรมประชากร” มีจุดเริ่มต้นต่อเนื่องกับคลองผดุงกรุงเกษม หน้าทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน เป็นคลองขุดยาวตลอดไปจนถึงตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้เกิดวิถีชีวิตริมคลองที่เริ่มคลี่คลายจากวิถีชุมชนเมืองสู่วิถีชาวบ้านสามารถสัมผัสได้ทั้งสองฝั่งคลองนอกจากนี้ และในรัชสมัยของพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดการน้ำมาใช้ในพระนครเป็นครั้งแรก จึงเป็นจุดกำเนิด
“การประปาสยาม” จุดเริ่มต้นของคลองประปาจากปากคลองวัดสำแล ให้ตั้งทำที่ขังน้ำที่คลองเชียงราก ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่พ้นเขตน้ำเค็มขึ้นถึงทุกฤดูกาล ขุดคลองแยกจากที่ขังน้ำนั้นเป็นทางน้ำลงมาถึงคลองสามเสนฝั่งเหนือตามแนวทางรถไฟ การขุดคลองประปาในครั้งนั้น เพื่อให้บรรดาพสกนิกรมีความเป็นอยู่อย่างถูกสุขลักษณะ ปราศจากโรคภัยร้ายแรง ด้วยพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าในขณะนั้นประชาชนทั่วไปยังคงใช้น้ำ ซึ่งปราศจากความสะอาดบริสุทธิ์
.
🌿 บึงพระราม 9 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 🌿
การพัฒนาพื้นที่รองรับน้ำบริเวณบึงพระราม9
💛 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของลำคลอง และคลองสาขา เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนเมือง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังน้ำเสียทรงริเริ่มในการพัฒนาคลอง และแหล่งน้ำในเขตเมืองหลวงเพิ่มมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น
การพัฒนาพื้นที่รองรับน้ำบริเวณบึงพระรามเก้า เป็นต้น
.
คลองเปรมประชากร
🤍 จวบจนมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ด้วยการขยายตัวของเมืองหลวงที่จะถูกยกระดับเป็นเมืองมหานคร ประกอบกับการรัดตัวทางสังคม และเศษฐกิจ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมคลองที่เคยเป็นสายสำคัญเส้นทางคมนาคมในอดีตกำลังถูกลืมเลือน เนื่องจากมีถนนหนทางแทนที่ ลำคลองเหล่านี้ จึงถูกรุกคืบด้วยวิถีนครเมืองสมัยใหม่ ความแออัดจึงเกิดขึ้น สุขภาวะอนามัยเสื่อมโทรม ชนชั้นล่างที่ยากจนที่อาศัยอยู่ตามริมคลองถูกทอดทิ้ง ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑๐ จึงทรงมีพระราชดำริ และพระบรมราโชบายที่จะพัฒนาสองฝั่งคลองให้มีมาตรฐานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีโครงการพัฒนาคูคลองขึ้น คือ
“คลองเปรมประชากร” (ชื่อในปัจจุบัน) โดยเป็นโครงการนำร่อง เมื่อแล้วเสร็จจึงเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เองทรงเปิดโครงการฯ เป็นปฐมฤกษ์ การดังกล่าวจึงเป็นที่ของน้ำพระราชหฤทัยที่หลั่งไหลเปรียบประดุจสายน้ำในลำคลองที่ได้ชุบเลี้ยงชีวิตพสกนิกรของพระองค์อย่างมิได้ขาดสายมาจนถึงปัจจุบัน และยังสอดคล้องกับพระปฐมบรมราชโองการว่า
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
------
เรียบเรียงโดย :
ผศ.ดร.ดวงกมล อัศวมาศ
ผศ.ดร.สาระ มีผลกิจ
ผศ.ดร.ธนันท์วัฒน์ สภานุรัตน์
ที่มา:
facebook กรุงเทพมหานคร
🌊 “คลอง” สายน้ำแห่งพระเมตตา รินไหลมาสู่อาณาราษฎร - สายน้ำแห่งลำคลองดุจพระบารมีรินไหลมาสู่อาณาราษฎรมิได้ขาดสาย 🙏
🌊 “คลอง” สายน้ำแห่งพระเมตตา รินไหลมาสู่อาณาราษฎร 🙏
.
🙏 บรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ทรงธำรงไว้ซึ่งพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมนำพาความร่มเย็นเป็นสุขมาทุกยุคทุกสมัย สายน้ำแห่งลำคลองดุจพระบารมีรินไหลมาสู่อาณาราษฎรมิได้ขาดสาย ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ มี “คลองคูเมืองเดิม” ที่ขุดมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เริ่มต้นตั้งแต่บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว - ปากคลองตลาด จุดเริ่มต้นเป็นคติความเชื่อ และความนิยมในการสร้างคลองรอบพระนครหรือคลองรอบกรุงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
.
ผังเมืองกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อสมัยแรกสร้าง ยังมีอาณาเขตล้อมรอบด้วยคูเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพระนครชั้นใน ก่อนที่จะขยายออกมาในภายหลัง (ภาพจากหนังสือ จดหมายเหตุการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์, น.56)
๑. นิวาสสถานเจ้าพระยาจักรี
๒. วังเจ้านายและคุก
๓. พระราชวังเดิม
๔. สนามหลวง
๕. ศาลหลวงและวัดเจ้านาย
๖. วังเจ้านาย
๗. บ้านเรือนเสนาบดี
๘. ตึกดิน
๙. กรมพระนครบาลและคุก
๑๐. นิคมมาลายู
๑๑. บ้านเรือนข้าราชการและราษฎร
๑๒. นิคมมอญ
๑๓. นิคมญวน
๑๔. นิคมจีน
คลองคูเมืองเดิม
คลองคูเมืองเดิมนี้ขุดสมัยกรุงธนบุรี ปลูกต้นขนุนเรียงรายตามคลอง เพราะเป็นหลังกรุงธนบุรี ตามความเชื่อการปลูกขนุนหนุนนำบ้านเมือง
✨ เมื่อรัชกาลที่ ๑ ทรงย้ายเมืองหลวงมาทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการขุดคูคลองขึ้นเป็นปราการของเมืองและขยายขอบเขตขอบพระนครให้กว้างมากขึ้นจากเดิม คือ “คลองบางลำพู-คลองโอ่งอ่าง” เพื่อเป็นทั้งขอบขันธสีมา และยังหมายให้เป็นป้อมค่ายป้องกันข้าศึกศัตรู ถูกขนานด้วยป้อมรบ และกำแพงพระนครโดยรอบที่เรียกว่า "เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน" ตามคติการสร้างเมือง ให้เป็นการจำลองจักรวาลที่วัดสุทัศนเทพวาราม ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร สอดคล้องกับ “สุทัสนนคร” อันเป็นเมืองของพระอินทร์บนยอดเขาพระสุเมรุ แกนกลางจักรวาล และมีมหานทีสีธันดรล้อมรอบ อีกทั้งมีพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับและเป็นศูนย์ทางการปกครอง เฉกเช่นเดียวกับสมัยกรุงศรีอยุธยา
.
🌊 “คลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง” จึงเป็นคูคลองสายประวัติศาสตร์สำคัญอีกสายหนึ่งที่มีความสำคัญมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เป็นการขยายขอบเขตขอบพระนครให้กว้างมากขึ้นจากเดิม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเหนือที่ตำบลบางลำพูไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เชื่อมต่อกับคลองโอ่งอ่างที่มีขอบเขตจากปากคลองมหานาคไปถึงปากคลองแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนใต้เชิงสะพานพระปกเกล้าฝั่งพระนคร ระหว่างสองฝากฝั่งคลองทั้งสองสายนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายแทรกด้วยชุมชนที่อยู่อาศัย จนกลายเป็นวิถีวัฒนธรรมชุมชนเมืองวิถีคลองมาจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นคูคลองในระยะแรก นอกจากจะยังทำหน้าที่กำหนดและบอกขอบเขตพระนครแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ยังประโยชน์แก่อาณาราษฎร เพื่อการคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างกัน
.
คลองบางลำพู
คลองโอ่งอ่าง
💙 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ บทบาทหน้าที่ของคูคลองได้ขยายใหญ่ขึ้น นอกจากเป็นเส้นทางสัญจรคมนาคมขนส่งการค้าขยายทั้งภายในเมืองกับหัวเมืองต่าง ๆ แล้ว ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขุดคลองประวัติศาสตร์สำคัญอีกสายหนึ่งซึ่งใช้เป็นเส้นทางเดินทัพที่สำคัญ คือ “คลองแสนแสบ” ปรากฏเป็นยุทธการณ์การรบที่สำคัญ คือ "อานัมสยามยุทธ" สงครามยาวนานถึง ๑๔ ปี ระหว่างสยามกับญวน ยังส่งผลให้ลักษณะของคลองแสนแสบนี้ขุดเป็นแนวเส้นตรงไปทางตะวันออก และก่อเกิดแหล่งชุมชนใหม่ขึ้นระหว่างสองฝั่งคลองเป็นพหุวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบันทางด้านฝั่งตะวันออกของพระนคร
.
คลองผดุงกรุงเกษม
ปากคลองผดุงแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนเหนือเกาะรัตนโกสินทร์ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
ภาพถ่ายมุมสูงเรือนจำกลางคลองเปรม ตำบลลาดยาวในยุคบุกเบิก (ภาพจาก เว็บไซต์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์)
🧡 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขยายขอบเขตพระนครให้กว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม จากสาเหตุของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นความแออัดของพระนคร ตลอดทั้งการติดต่อสมาคมค้าขายกับชาวต่างประเทศ จึงมีการขุดคลองหลายสายขึ้น และคูคลองที่สำคัญที่ทำให้เกิดการขยายเขตพระนครให้กว้างขึ้นไปทางตอนเหนือจนเป็นที่มาของการขุด “คลองผดุงกรุงเกษม” โดยมีจุดเริ่มต้นคลองที่แม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนเหนือบริเวณปากคลองวัดเทวราชกุญชร และออกสู่บริเวณปากคลอง สี่พระยาทางตอนใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดแนวของสองฝั่งคลองยังเป็นที่ตั้งของ “บวร” ประกอบไปด้วยบ้าน วัด ชุมชน โรงเรียนที่สำคัญจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
.
คลองแสนแสบ
💖 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีแนวคิดที่จะขยายการเชื่อมต่อพระนครกับหัวเมืองทางทิศเหนือเพิ่มเติมทรงริเริ่มการขุดคลองสายแรกในรัชกาล คือ “คลองสวัสดิ์เปรมประชากร” มีจุดเริ่มต้นต่อเนื่องกับคลองผดุงกรุงเกษม หน้าทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน เป็นคลองขุดยาวตลอดไปจนถึงตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้เกิดวิถีชีวิตริมคลองที่เริ่มคลี่คลายจากวิถีชุมชนเมืองสู่วิถีชาวบ้านสามารถสัมผัสได้ทั้งสองฝั่งคลองนอกจากนี้ และในรัชสมัยของพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดการน้ำมาใช้ในพระนครเป็นครั้งแรก จึงเป็นจุดกำเนิด “การประปาสยาม” จุดเริ่มต้นของคลองประปาจากปากคลองวัดสำแล ให้ตั้งทำที่ขังน้ำที่คลองเชียงราก ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่พ้นเขตน้ำเค็มขึ้นถึงทุกฤดูกาล ขุดคลองแยกจากที่ขังน้ำนั้นเป็นทางน้ำลงมาถึงคลองสามเสนฝั่งเหนือตามแนวทางรถไฟ การขุดคลองประปาในครั้งนั้น เพื่อให้บรรดาพสกนิกรมีความเป็นอยู่อย่างถูกสุขลักษณะ ปราศจากโรคภัยร้ายแรง ด้วยพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าในขณะนั้นประชาชนทั่วไปยังคงใช้น้ำ ซึ่งปราศจากความสะอาดบริสุทธิ์
.
🌿 บึงพระราม 9 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 🌿
การพัฒนาพื้นที่รองรับน้ำบริเวณบึงพระราม9
💛 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของลำคลอง และคลองสาขา เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนเมือง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังน้ำเสียทรงริเริ่มในการพัฒนาคลอง และแหล่งน้ำในเขตเมืองหลวงเพิ่มมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น การพัฒนาพื้นที่รองรับน้ำบริเวณบึงพระรามเก้า เป็นต้น
.
คลองเปรมประชากร
🤍 จวบจนมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ด้วยการขยายตัวของเมืองหลวงที่จะถูกยกระดับเป็นเมืองมหานคร ประกอบกับการรัดตัวทางสังคม และเศษฐกิจ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมคลองที่เคยเป็นสายสำคัญเส้นทางคมนาคมในอดีตกำลังถูกลืมเลือน เนื่องจากมีถนนหนทางแทนที่ ลำคลองเหล่านี้ จึงถูกรุกคืบด้วยวิถีนครเมืองสมัยใหม่ ความแออัดจึงเกิดขึ้น สุขภาวะอนามัยเสื่อมโทรม ชนชั้นล่างที่ยากจนที่อาศัยอยู่ตามริมคลองถูกทอดทิ้ง ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑๐ จึงทรงมีพระราชดำริ และพระบรมราโชบายที่จะพัฒนาสองฝั่งคลองให้มีมาตรฐานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีโครงการพัฒนาคูคลองขึ้น คือ “คลองเปรมประชากร” (ชื่อในปัจจุบัน) โดยเป็นโครงการนำร่อง เมื่อแล้วเสร็จจึงเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เองทรงเปิดโครงการฯ เป็นปฐมฤกษ์ การดังกล่าวจึงเป็นที่ของน้ำพระราชหฤทัยที่หลั่งไหลเปรียบประดุจสายน้ำในลำคลองที่ได้ชุบเลี้ยงชีวิตพสกนิกรของพระองค์อย่างมิได้ขาดสายมาจนถึงปัจจุบัน และยังสอดคล้องกับพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
------
เรียบเรียงโดย :
ผศ.ดร.ดวงกมล อัศวมาศ
ผศ.ดร.สาระ มีผลกิจ
ผศ.ดร.ธนันท์วัฒน์ สภานุรัตน์
ที่มา: facebook กรุงเทพมหานคร