สังเกตไหมคะว่าแอปพลิเคชันที่เราเปิดใช้แทบทุกวันอย่าง Grab หรือ Shopee ที่เมื่อก่อนยอมขาดทุนมหาศาล แจกโค้ดลดรัวๆ จนเราแอบคิดว่าเขาเปิดเป็นองค์กรการกุศลหรือเปล่า แต่มาวันนี้ พวกเขากลับมาโกยกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ! วันนี้ช่อง "เม้ามอยชีวิต" จะพามาถอดรหัสวิชาธุรกิจ ว่าพวกเขาเดินเกมอย่างไรถึงพลิกกระดานกลับมาชนะได้แบบไร้รอยต่อ
กลยุทธ์แรกที่บริษัทระดับโลกกลุ่มนี้ใช้คือ
"การแทรกซึมผ่านปัญหาใกล้ตัว" ค่ะ พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการขายสิ่งที่ซับซ้อน แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาปวดหัวในชีวิตประจำวัน เช่น หารถยาก ขี้เกียจออกไปซื้อข้าว หรือหาของที่อยากได้ไม่เจอ พอแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยราคาที่ดึงดูดใจ (ผ่านโปรโมชั่นช่วงแรก) ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็เริ่มสร้าง "ความคุ้นเคย" จนกลายเป็น "ความเสพติด" ในที่สุด
เมื่อแพลตฟอร์มมีคนเข้ามาใช้งานมากพอ สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดที่พวกเขาได้รับไม่ใช่เงินในทันที แต่คือ
"Data (ข้อมูล)" พฤติกรรมผู้บริโภคค่ะ เขารู้ว่าเราชอบกินอะไร ช้อปปิ้งช่วงเวลาไหน เดินทางไปไหนบ่อย ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้นี่แหละค่ะ ที่ถูกนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อหา "จุดเชื่อมต่อ" ในการขยายธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้จริง
และไม้ตายสำคัญที่ทำให้พลิกกลับมากำไรได้ คือการใส่
"บริการทางการเงิน" เข้าไปทีหลังค่ะ ยกตัวอย่างเช่น Sea Limited (บริษัทแม่ของ Shopee) ที่นำ ShopeePay เข้ามาฝังตัวอยู่ในขั้นตอนการชำระเงินของแอปฯ โดยตรง เมื่อเราคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งแล้ว การกดจ่ายผ่านระบบของเขาเองก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว วิธีนี้ทำให้แพลตฟอร์มไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้คนกลาง แถมยังขังผู้ใช้ให้อยู่ใน Ecosystem ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การทำธุรกิจหรือแม้แต่การสร้างตัวตนในยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบหาเงินตั้งแต่วันแรกเสมอไป แต่การสร้าง "คุณค่า" แก้ปัญหาให้คนได้มากพอ และเก็บข้อมูลมาต่อยอดให้ถูกจุด คือหัวใจสำคัญของการเติบโตแบบก้าวกระโดดนั่นเองค่ะ
อ่านจบแล้ว เพื่อนๆ คิดว่าตัวเองโดนตกด้วยบริการไหนมากที่สุดคะ? ระหว่างสั่งอาหาร เรียกรถ หรือช้อปปิ้งออนไลน์? คอมเมนต์มาเม้ามอย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยค่ะ! 👇✨
ไขความลับ! Grab & Shopee พลิกเกมจาก "ขาดทุนยับ" สู่ "กำไรพุ่ง" เขาใช้วิธีไหนผูกขาดชีวิตเรา?
กลยุทธ์แรกที่บริษัทระดับโลกกลุ่มนี้ใช้คือ "การแทรกซึมผ่านปัญหาใกล้ตัว" ค่ะ พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการขายสิ่งที่ซับซ้อน แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาปวดหัวในชีวิตประจำวัน เช่น หารถยาก ขี้เกียจออกไปซื้อข้าว หรือหาของที่อยากได้ไม่เจอ พอแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยราคาที่ดึงดูดใจ (ผ่านโปรโมชั่นช่วงแรก) ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็เริ่มสร้าง "ความคุ้นเคย" จนกลายเป็น "ความเสพติด" ในที่สุด
เมื่อแพลตฟอร์มมีคนเข้ามาใช้งานมากพอ สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดที่พวกเขาได้รับไม่ใช่เงินในทันที แต่คือ "Data (ข้อมูล)" พฤติกรรมผู้บริโภคค่ะ เขารู้ว่าเราชอบกินอะไร ช้อปปิ้งช่วงเวลาไหน เดินทางไปไหนบ่อย ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้นี่แหละค่ะ ที่ถูกนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อหา "จุดเชื่อมต่อ" ในการขยายธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้จริง
และไม้ตายสำคัญที่ทำให้พลิกกลับมากำไรได้ คือการใส่ "บริการทางการเงิน" เข้าไปทีหลังค่ะ ยกตัวอย่างเช่น Sea Limited (บริษัทแม่ของ Shopee) ที่นำ ShopeePay เข้ามาฝังตัวอยู่ในขั้นตอนการชำระเงินของแอปฯ โดยตรง เมื่อเราคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งแล้ว การกดจ่ายผ่านระบบของเขาเองก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว วิธีนี้ทำให้แพลตฟอร์มไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้คนกลาง แถมยังขังผู้ใช้ให้อยู่ใน Ecosystem ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การทำธุรกิจหรือแม้แต่การสร้างตัวตนในยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบหาเงินตั้งแต่วันแรกเสมอไป แต่การสร้าง "คุณค่า" แก้ปัญหาให้คนได้มากพอ และเก็บข้อมูลมาต่อยอดให้ถูกจุด คือหัวใจสำคัญของการเติบโตแบบก้าวกระโดดนั่นเองค่ะ
อ่านจบแล้ว เพื่อนๆ คิดว่าตัวเองโดนตกด้วยบริการไหนมากที่สุดคะ? ระหว่างสั่งอาหาร เรียกรถ หรือช้อปปิ้งออนไลน์? คอมเมนต์มาเม้ามอย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยค่ะ! 👇✨