JJNY : ‘วีระ’สับ‘อ.ต.ก.’หนี้ท่วม-เจ๊งสาหัส│พริษฐ์ดักคอกกต.│หมอสุภัทรเหน็บอสพ.น่าจะเป็นหัวคะแนน│หวั่นผู้ลี้ภัยเสียชีวีต

‘วีระ’ สับ ‘อ.ต.ก.’ หนี้ท่วม-เจ๊งสาหัส ถามทำไมทุ่ม 168 ล้าน สร้างตลาดกลางที่พะเยา
https://www.dailynews.co.th/news/6031618/
.

.
‘วีระ’ ชี้ ‘อ.ต.ก.’ เจ๊งสาหัส หนี้ท่วม-ใกล้ล้มละลาย ถามทำไมทุ่ม 168 ล้าน สร้างตลาดกลางภาคเหนือที่พะเยา แนะเลิกทำ ‘ล้งแห่งชาติ’ เหตุไม่มีทางแข่งขันตลาดใหญ่ของเอกชน
.
ผู้สื่อรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา ซึ่งมีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมนั้น นายวีระ ธีระภัทรานันท์ กรรมาธิการฯ ในส่วนคณะรัฐมนตรี ได้อภิปรายรายการงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยช่วงหนึ่งระบุว่า กรณีขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 1,414 ล้านบาท  มีหนี้สินกว่า 9,512 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 8,371 ล้านบาท ถือว่าเจ๊งอย่างสาหัส ใกล้ล้มละลาย แต่เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงจะต้องอยู่ต่อไป และ อ.ต.ก. ยังมีภาระผูกพัน คือ ค่าเช่าที่ดินของการรถไฟฯ 1,312 ล้านบาท และหนี้สินในอนาคตที่ถูกฟ้องร้องจำนวน 24 คดี ทุนทรัพย์ 337 ล้านบาท จึงขอข้อมูลว่าถูกใครฟ้องและคดีไปถึงไหน และมีการตั้งงบเผื่อแพ้คดีไว้หรือไม่
.
นายวีระ ตั้งคำถามถึงโครงการที่ อ.ต.ก. ไปลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างตลาดกลางภาคเหนือ ต.แม่ต๋ำ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา มูลค่า 168 ล้านบาทว่า ทำไมจึงต้องเป็น จ.พะเยา และตอนนี้มีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งกรณีของโครงการล้งแห่งชาตินั้น ตนคิดว่า อ.ต.ก. เริ่มช้ามาก จนไม่ควรทำแล้ว และการทำตลาดกลางสินค้าเกษตรของ อ.ต.ก. ก็สู้ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมืองไม่ได้ ถือเป็นการแข่งแบบแพ้ไม่มีทางชนะเลย แล้วอย่างนี้ อ.ต.ก. จะทำอย่างไร
.

.
พริษฐ์ ดักคอ กกต. อย่าตัดตอน คดีฮั้ว สว. จี้สั่งฟ้องทั้งขบวนการ-เครือข่ายนักการเมือง
.
‘พริษฐ์’ ดักคอ กกต. อย่าตัดตอน คดีฮั้ว สว. ชี้หลักฐานชัดครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ จี้สั่งฟ้องทั้งขบวนการ-เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง
.
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าพยานคดีฮั้วสว.อยู่ในสำนวนแล้ว แต่อยู่ที่ดุลพินิจของ 7 กกต. จะพิจารณาสรุปในเดือนส.ค.นี้
.
โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนหวังว่าข้อมูลและหลักฐานที่ถูกนำเสนอโดยพยาน 4 คน บนเวทีเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกยืนยันโดยแถลงการณ์ของ กกต. ว่าอยู่ในสำนวนแล้ว จะทำให้สังคมเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า หลักฐานที่อยู่ในมือของหน่วยงานตรวจสอบอย่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความชัดเจนและหนักแน่นแค่ไหน
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ความจริงแล้วตนเชื่อว่าหากหน่วยงานตรวจสอบทำงานอย่างตรงไปตรงมา ในการสืบค้นเส้นทางการเงิน คลิปวงจรปิดของโรงแรมและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง หรือหลักฐานการสื่อสารระหว่างกันทางโทรศัพท์ หน่วยงานสามารถเข้าถึงหลักฐานได้ละเอียดกว่าที่ปรากฏต่อสาธารณะหรือที่ถูกบอกเล่าโดยพยานด้วยซ้ำ
.
อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าหลักฐานจากพยานทั้ง 4 คนบนเวที และจากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ ก็ได้ตอกย้ำให้เห็นชัดแล้วว่า ขบวนการโกง สว. ดังกล่าว เป็นขบวนการที่ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่ได้เจาะจงอยู่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง
.
เพราะนอกจากขบวนการดังกล่าวจะมีการใช้กระบวนการที่คล้ายกันในหลายจังหวัด ในการจ้างคนมาลงสมัคร และขนคนมารวมตัวกันเพื่อนัดแนะและจัดทำโพยตามโรงแรมต่างๆ แต่ในเชิงคณิตศาสตร์ ขบวนการที่ถูกกล่าวหานี้จะสำเร็จได้ตามข้อกล่าวหา ก็ต่อเมื่อเป็นขบวนการที่ทำกันในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
.
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ยิ่งไปกว่านั้นหลักฐานจากพยานทั้ง 4 คนบนเวที และจากข้อมูลก่อนหน้านี้ ยังบ่งชี้ตรงกันอีกว่า ขบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นขบวนการที่ถูกจัดทำโดยผู้สมัคร สว. กันเอง แต่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง และคาดว่ามีการสนับสนุนงบประมาณ
.
ดังนั้น หาก กกต. 7 คน ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยพิจารณาจากข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ผมเห็นว่า กกต.จะต้องไม่ตัดตอนการตรวจสอบโดยการสั่งฟ้องแค่บางจังหวัดหรือสั่งฟ้องแค่ผู้ถูกกล่าวหาในระดับปฏิบัติการ
.
และเห็นว่า กกต. ควรต้องส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาลในเดือนส.ค.นี้ โดยครอบคลุมทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ และครอบคลุมเครือข่ายนักการเมืองที่เป็นผู้วางแผนและอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการดังกล่าวเช่นกัน” นายพริษฐ์ กล่าว
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หาก กกต.มีการส่งเรื่องของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปที่ศาลตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ตนเชื่อว่าสังคมจะมีคำถามน้อยลงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการตรวจสอบคดีโกง สว. ในครั้งนี้ แต่หาก กกต.มีการไม่ส่งเรื่องของใครไปที่ศาลแม้หลักฐานชัด สังคมก็ย่อมมีสิทธิเดินหน้าต่อในการใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบ กกต. ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
.

.
หมอสุภัทร เหน็บ อสพ.ที่กำลังเปิดรับ น่าจะเป็นอาสาพยาบาลหัวคะแนนภูมิใจไทยมากกว่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5808381
.
หมอสุภัทรไม่เห็นด้วยอาสาพยาบาลที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำลังเปิดรับ โดยเห็นว่าน่าจะเป็นอาสาพยาบาลหัวคะแนนภูมิใจไทยมากกว่า
.
กรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยคณะกรรมการคัดเลือกอาสาพยาบาลชุมชน(อสพ.)จะทำการเปิดรับสมัครอสพ.โดยมีคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดประกอบด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตัวแทนผอ.รพศ/รพท./รพช ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอตัวแทนผู้อำนวยการรพ. สต.ตัวแทนอสมและตัวแทนชุมชน
.
วันที่ 16 กรกฎาคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และอดีตผู้สมัครส.ส.สงขลา พรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นอาสาพยาบาลหัวคะแนนภูมิใจไทย มากกว่า สิ่งที่น่ากังวลเพราะกระบวนการสอบใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น เกณฑ์ที่กำหนดคงบอกอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องของจิตพิสัยล้วนๆ อาทิ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างไร เพราะฉะนั้น การสอบโดยการสัมภาษณ์ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังอะไรได้เลย กรรมการที่สอบสัมภาษณ์แต่ละจังหวัดคิดว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลและผู้มีอำนาจกรรมการคนนอกมีอยู่เพียงภาคประชาชนเพียงคนเดียว
.
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าจะมีผู้คนให้ความสนใจแน่นอนอยู่แล้วเพราะหัวคะแนนจะมีการจัดตั้งคนมาสมัครอยู่แล้วเพื่อจะได้เงินเดือนก้อนนี้ เชื่อมั่นว่าทุกตำบลจะมีคนสมัครตำบลละ 1-2 คนมีแน่นอน
.
อสพ.แทบจะไม่มีประโยชน์เลย การทำงานซ้ำซ้อนชัดเจนกับอสม. อาสาพยาบาลไม่ใช่พยาบาลจะทำอะไรก็ไม่ได้แม้บอกว่าจะมีการฝึกอบรมแต่ก็ไม่ใช่พยาบาล อาจจะทำแผล ฉีดยาก็ทำเรื่องเล็กๆเช่นป้ายเบต้าดีนที่เป็นงานอสม.อยู่แล้ว ซึ่ง อสม.เก่งๆทำได้มากกว่านั้นเพราะถูกฝึกมานาน 10-20 ปีบางคนเก่งกว่ามาก “นพ.สุภัทร กล่าว
.
นพ.สุภัทร กล่าวว่า อาสาพยาบาลกำลังจะเดินหน้าเต็มตัว ปี 2570 จะจ้างอาสาพยาบาลให้ได้ตำบลละ 1 คน รวม 7,256 คน เดือนกรกฎาคมนี้จะเริ่มรับสมัครและสอบคัดเลือก ด้วยการสอบสัมภาษณ์ คิดเอาเองแล้วกันว่า จะเส้นกันวุ่นวายขนาดไหน
.
ในขณะที่ตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ายังมีพยาบาลวิชาชีพ ที่มีสถานะการจ้างเป็นลูกจ้าง ทั้งรายวันรายเหมาหรือลูกจ้างชั่วคราว ไม่ต่ำกว่า 7,021 คน นี่คือตัวเลขที่โรงพยาบาลรายงานมายัง สธ. เชื่อว่ามีอีกนับพันคนที่มีการจ้างในพื้นที่โดยไม่ได้แจ้งทาง สธ.ทราบ (สธ.กล้าๆสำรวจจริงจังด้วย)
.
นพ.สุภัทร ระบุว่า วิชาชีพพยาบาล องค์กรพยาบาล ออกมาตั้งคำถามและคัดค้านชัดเจน แต่ไม่สะทกสะท้าน จะจ้าง อาสาพยาบาล หัวคะแนนประจำตำบล  ให้ได้ น้องๆพยาบาลที่เป็นลูกจ้าง คงต้องลุกขึ้นมา call out พี่ๆพยาบาลและแพทย์ต้องร่วมกันช่วยปกป้อง มิเช่นนั้น น้องพยาบาลใครแหลมออกมาของถูกตั้งกรรมการสอบสวนแน่รมต.พัฒนาตอบหน่อย จะบรรจุตำแหน่งที่มั่นคงให้น้องๆพยาบาล 7,021 คนนี้ กี่โมง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่