หลังจาก โทมัส ทูเคิล กุนซือชาวเยอรมันคุมอังกฤษตกรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2026 ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่า ฟุตบอลโลกทั้ง 23 ครั้งจะยังไม่มีกุนซือต่างชาติพาทีมได้แชมป์โลกเลยสักคนเดียว
โดยถ้าย้อนไปดูสถิติของฟุตบอลโลกทั้ง 22 ครั้งจะพบว่าทีมแชมป์โลกอย่าง อุรุกวัย อิตาลี เยอรมัน บราซิล อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ ล้วนแต่ใช้กุนซือชาติตนเองกันทั้งนั้น
ส่วนในปีนี้กุนซือที่จะพาทีมเป็นแชมป์โลกก็ยังไม่ใช่กุนซือต่างชาติเช่นเดิม เพราะหลุยส์ เดลาฟวนเต้ก็เป็นชาวสเปน ส่วนลิโอเนล สกาโลนีก็เป็นชาวอาร์เจนตินา
และถ้าหากเจาะให้ลึกไปยิ่งกว่านั้นก็จะพบว่าทีมที่เป็นรองแชมป์โลกในแต่ละปีก็จะมีแค่ สวีเดน ในปี 1958 ที่ใช้บริการของ จอร์จ เรย์เนอร์ กุนซือชาวอังกฤษและ เนเธอร์แลนด์ ในปี 1978 ที่ใช้บริการของ แอร์นส ฮัปเปิล กุนซือชาวออสเตรีย
ส่วน โธมัส ทูเคิล เป็นกุนซือชาวต่างชาติที่พาทีมมาถึงรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกับ กุส ฮิดดิงก์ ที่คุมเกาหลีใต้ในปี 2002 หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี ที่คุมโปรตุเกสในปี 2006 และโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ที่คุมเบลเยียมในปี 2018
ฟุตบอลโลกผ่านมา 23 ครั้งก็ยังไม่มีครั้งไหนเลยที่ กุนซือต่างชาติ จะพาทีมผงาดคว้าแชมป์โลก
โดยถ้าย้อนไปดูสถิติของฟุตบอลโลกทั้ง 22 ครั้งจะพบว่าทีมแชมป์โลกอย่าง อุรุกวัย อิตาลี เยอรมัน บราซิล อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ ล้วนแต่ใช้กุนซือชาติตนเองกันทั้งนั้น
ส่วนในปีนี้กุนซือที่จะพาทีมเป็นแชมป์โลกก็ยังไม่ใช่กุนซือต่างชาติเช่นเดิม เพราะหลุยส์ เดลาฟวนเต้ก็เป็นชาวสเปน ส่วนลิโอเนล สกาโลนีก็เป็นชาวอาร์เจนตินา
และถ้าหากเจาะให้ลึกไปยิ่งกว่านั้นก็จะพบว่าทีมที่เป็นรองแชมป์โลกในแต่ละปีก็จะมีแค่ สวีเดน ในปี 1958 ที่ใช้บริการของ จอร์จ เรย์เนอร์ กุนซือชาวอังกฤษและ เนเธอร์แลนด์ ในปี 1978 ที่ใช้บริการของ แอร์นส ฮัปเปิล กุนซือชาวออสเตรีย
ส่วน โธมัส ทูเคิล เป็นกุนซือชาวต่างชาติที่พาทีมมาถึงรอบรองชนะเลิศเช่นเดียวกับ กุส ฮิดดิงก์ ที่คุมเกาหลีใต้ในปี 2002 หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี ที่คุมโปรตุเกสในปี 2006 และโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ที่คุมเบลเยียมในปี 2018