สำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ ในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล

กระทู้สนทนา




ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: สำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ ในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล 


บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และกรอบแนวคิดของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพจากการวิเคราะห์เอกสารปฐมภูมิ ได้แก่ หนังสือ 180 วัน ในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งบันทึกผลการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540

ผลการศึกษาพบว่า สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสู่การปฏิบัติ ทั้งด้านการขยายโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาการศึกษาปฐมวัย การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การปรับปรุงโรงเรียนและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการพัฒนาการศึกษา ผลการดำเนินงานปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านการพัฒนาโรงเรียนและสิ่งก่อสร้างทางการศึกษา การพัฒนาสื่อและอุปกรณ์การเรียน การลงทุนด้านการศึกษาปฐมวัย และการระดมทรัพยากรจากภาคประชาชนในรูปของเงิน วัสดุอุปกรณ์ และแรงงานอาสาสมัคร

ผลการวิเคราะห์สะท้อนว่า ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งด้านโอกาส คุณภาพ ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเป็นกลไกสำคัญในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

คำสำคัญ: ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล, ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์, สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538, การปฏิรูปการศึกษา

บทนำ
รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและนำเสนอหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ในช่วงการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. [url=tel:2538-2540]2538–2540 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งศึกษาการดำเนินนโยบายด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาปฐมวัย การพัฒนาคุณภาพโรงเรียน การพัฒนาครู และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ในช่วงเวลาดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ภายใต้แนวคิดที่ผู้จัดทำเรียกว่า ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ การขยายโอกาสทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ และการระดมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public–Private Partnership: PPP) หรือ “ระบบโรงเรียนนิติบุคคล”
หลักฐานที่ปรากฏในรายงานของ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) และเอกสารร่วมสมัย แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานในหลายมิติ ทั้งการปรับปรุงโรงเรียนและอาคารเรียนทั่วประเทศ การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการศึกษา การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การขยายบริการการศึกษาปฐมวัย และการรณรงค์ตามนโยบาย “พฤษภาคมเด็กไทยทุกคนต้องได้เรียน” เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา

นอกจากนี้ ยังปรากฏการมีส่วนร่วมของประชาชนในวงกว้าง ทั้งการบริจาคเงิน วัสดุอุปกรณ์ และแรงงานอาสาสมัคร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโรงเรียนทั่วประเทศ สะท้อนรูปแบบการบริหารการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษาและสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐ

รายงานฉบับนี้มุ่งนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์จากเอกสารราชการและหลักฐานร่วมสมัย เพื่อบันทึกพัฒนาการของการจัดการศึกษาของประเทศไทยในช่วง พ.ศ. [url=tel:2538-2540]2538–2540 ทั้งในด้านการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพโรงเรียน การขยายโอกาสทางการศึกษา และการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การศึกษาไทยในช่วงก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

ทั้งนี้ รายงานนำเสนอข้อเท็จจริงตามเอกสารอ้างอิงเป็นหลัก และในส่วนที่เป็นการตีความหรือข้อสรุปเชิงนโยบาย จะระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการวิเคราะห์ของผู้จัดทำ โดยเปิดโอกาสให้ผู้อ่านพิจารณาหลักฐานและข้อค้นพบประกอบการศึกษาและวิจัยต่อไป

ทบทวนวรรณกรรม
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกลไกการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล

การศึกษาประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาไทยในช่วง พ.ศ. [url=tel:2538-2540]2538–2540 แสดงให้เห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการอภิวัฒน์การศึกษาของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งมุ่งพัฒนาการศึกษาทั้งด้านโอกาส ความเสมอภาค คุณภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนไปพร้อมกัน

จากรายงาน 180 วัน ในกระทรวงศึกษาธิการ พบว่า สปช. มิได้ทำหน้าที่เพียงบริหารโรงเรียนประถมศึกษา แต่ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาทั่วประเทศ โดยครอบคลุมการพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียน การพัฒนาครูและบุคลากร การขยายโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาเด็กปฐมวัย และการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม

ด้านการพัฒนาโรงเรียน สปช. กำหนดให้การพัฒนาสถานศึกษาเป็นเป้าหมายสำคัญของการอภิวัฒน์การศึกษา โดยสนับสนุนงบประมาณแก่สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดและโรงเรียนปฏิรูปการศึกษาในปี พ.ศ. 2540 เพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากร จัดทำสื่อการเรียนการสอน นิเทศติดตามผล และพัฒนาโรงเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทั้งด้านต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ แหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ และการลดปัญหาฝุ่นละอองและมลภาวะ

รายงานยังระบุว่า ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 สามารถปรับปรุงโรงเรียนได้ 29,845 โรงเรียน อาคารเรียน 38,112 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 12,227 หลัง และห้องน้ำ 11,257 แห่ง ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ชุมชน ผู้ปกครอง คณะกรรมการโรงเรียน สมาคม ชมรม และประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งร่วมสนับสนุนทั้งเงินบริจาค วัสดุอุปกรณ์ และแรงงานอาสาสมัคร

ในด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน รายงานระบุว่ามีเงินบริจาคจำนวน 119,131,250 บาท วัสดุอุปกรณ์มูลค่า 70,853,094 บาท และแรงงานอาสาสมัครจำนวน 695,079 คน คิดเป็นมูลค่า 165,505,488 บาท รวมมูลค่าความร่วมมือจากภาคประชาชนทั้งสิ้น 355,489,832 บาท สะท้อนให้เห็นแนวทางการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์

ด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สปช. ดำเนินการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรอย่างเป็นระบบ โดยจัดอบรมครูสอนคอมพิวเตอร์ 5,998 คน ครูผู้ควบคุมห้องปฏิบัติการทางภาษา 14,000 คน และครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ 14,000 คน พร้อมทั้งจัดประชุมคณะทำงานพัฒนาหลักสูตร จัดทำเอกสารประกอบการอบรม และพัฒนาผู้บริหารการศึกษาระดับอำเภอ เพื่อรองรับการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนทั่วประเทศ

ในด้านการขยายโอกาสทางการศึกษา สปช. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินนโยบาย “พฤษภาคมเด็กไทยทุกคนต้องได้เรียน” โดยเร่งรณรงค์ให้เด็กทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับกรมการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน รายงานระบุว่า สปช. สามารถเกณฑ์เด็กเข้าเรียนในเขตบริการได้ถึงร้อยละ 98.44 ส่วนเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กเร่ร่อน เด็กพิการ และเด็กชาวเขา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการให้ได้รับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม
สำหรับการศึกษาปฐมวัย รายงานแสดงให้เห็นว่า สปช. ได้ขยายบริการการศึกษาสำหรับเด็กอายุ 3–5 ปีอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการรับเด็กอายุ 3 ปีเข้าสู่ระบบการศึกษา พร้อมจัดสรรงบประมาณสำหรับการจ้างครูอนุบาล ผลิตคู่มือการอบรมเลี้ยงดูเด็ก จัดทำแบบประเมินพัฒนาการ สื่อการเรียนรู้ วีดิทัศน์ เทปเพลงเด็ก ค่าอาหารเสริม (นม) ค่าวัสดุประจำห้องเรียน ครุภัณฑ์การศึกษา และการอบรมครูผู้สอนอนุบาลทั่วประเทศ สะท้อนการลงทุนด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างครบวงจร ทั้งด้านบุคลากร สื่อการเรียนรู้ โภชนาการ และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้
เมื่อพิจารณาภาพรวมของการดำเนินงาน สปช. ตามที่ปรากฏในรายงาน 180 วัน ในกระทรวงศึกษาธิการ จะเห็นได้ว่า หน่วยงานดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของการอภิวัฒน์การศึกษา ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล โดยดำเนินงานควบคู่กันทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพครู การขยายโอกาสทางการศึกษา การลงทุนด้านการศึกษาปฐมวัย และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปการศึกษาในช่วงก่อนวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ตามข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ 180 วัน ในกระทรวงศึกษาธิการ ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่