สัมภาษณ์ สส.โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ปม 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคดี “พ่อทิพย์” สะเทือนระบบราชการ! เมื่อขบวนการ
คดี
"พ่อทิพย์" เป็นขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรและแจ้งเกิดเท็จให้กับชาวต่างชาติ (ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน) เพื่อสวมสิทธิ์สัญชาติไทย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรของโรงพยาบาลบางแห่งเข้าไปเกี่ยวข้อง
ข่าวการขยายผลคดี "พ่อทิพย์"
การตรวจสอบโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงสาธารณสุขได้ขยายผลการจับกุมขบวนการดังกล่าว
และกำลังตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร .. เขตห้วยขวาง
โดยพบความผิดปกติในการออกเอกสารรับรองการเกิด (ทร. 1/1) ที่มีการลงนามล่วงหน้า
สธ.คุ้ยข้อมูล 6 รพ.เอี่ยวขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ จ่อตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีสบส. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรให้เด็กชาวจีนเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย ว่า สบส.ได้ขอข้อมูลเวชระเบียนต่างๆ จากโรงพยาบาลเอกชนที่ตกเป็นข่าวรวม 6 แห่ง โดยตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับมาแล้ว 2 แห่ง ที่เหลืออีก 4 แห่งจะดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 17 ก.ค. ซึ่งยืนยันว่า ไม่มีโรงพยาบาลของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
ด้าน นพ.ภูวเดช กล่าวว่า แนวทางการตรวจสอบของ สบส. จะตรวจสอบเวชระเบียนและใบแจ้งเกิดซึ่งจะมีการแจ้งเพศ วันเวลาเกิด น้ำหนักแรกเกิด สถานที่ ที่สำคัญคือต้องมีพยานที่เห็นการเกิดซึ่งก็คือ ผู้ทำคลอด ซึ่งจะต้องลงนามการทำคลอด และมีแพทย์ลงนามยืนยัน รวมทั้งจะต้องมีเจ้าบ้านซึ่งก็คือผู้อำนวยการโรงพยาบาลลงนามกำกับอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ยังต้องระบุชื่อบิดามารดาของเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดเป็นข้อสังเกตว่า แม่เป็นคนต่างชาติ แต่มีบิดาเป็นคนไทย จึงทำให้เกิดการร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นพ.ภูวเดช กล่าวอีกว่า สบส.ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลโรงพยาบาลเอกชนก็จะเข้าไปตรวจเรื่องใบแจ้งเกิดที่เข้าข่ายคือ มีแม่เป็นคนต่างชาติ และมีพ่อเป็นคนไทย เป็นจริงหรือไม่ เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการได้รับสัญชาติไทย ก็จะเข้าไปดูว่าเข้าข่ายการแจ้งเท็จหรือไม่ หากมีความน่าสงสัยก็จะนำไปสู่การตรวจสอบขั้นตอนต่อไปด้วยวิธีทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันว่าเป็นพ่อจริงหรือไม่
หากพบว่าโรงพยาบาลมีการแจ้งเท็จ ก็มีความผิดจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 73 โทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับการดำเนินการเอาผิดกับสถานพยาบาลนั้น จะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1. ผู้ประกอบการซึ่งก็คือเจ้าของ 2.ผู้ดำเนินการ ซึ่งก็คือแพทย์ ทั้งนี้หากพบว่า ทั้งเจ้าของและแพทย์รู้เห็นด้วย ก็จะนำไปสู่การพักใบอนุญาตสถานพยาบาล ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบในรายละเอียดกันต่อไป
ขณะที่ ทพ.อาคม กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเอกสารต่างๆ จาก รพ.เอกชนแล้ว 2 แห่ง โดย รพ.เอกชนแห่งแรก มีข้อมูลที่คาดว่าน่าสงสัยมีจำนวน 196 เคส รพ.เอกชนแห่งที่ 2 น่าสงสัย 4 เคส โดยทั้งหมดจะตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 ก.ค. ทั้งนี้ข้อมูลต่างๆ ต้องรอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดทั้งหมดก่อน หากยังมีข้อสงสัยและต้องการให้มีการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นการสอบสวนเชิงลึก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะแจ้งให้ สบส.รับมาดำเนินการต่อ....
ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/6029507/
ตอนนี้เปิดชื่อ 6 รพ.ที่คาดว่า จนท รพ.เกี่ยวข้อง ในสปอย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หากพบว่าโรงพยาบาลมีการแจ้งเท็จ ก็มีความผิดจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 73 โทษ
จำคุก ไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับการดำเนินการเอาผิดกับสถานพยาบาลนั้น จะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ
1. ผู้ประกอบการซึ่งก็คือเจ้าของ 2.ผู้ดำเนินการ
ซึ่งก็คือแพทย์ ทั้งนี้หากพบว่า ทั้งเจ้าของและแพทย์รู้เห็นด้วย ก็จะนำไปสู่การพักใบอนุญาตสถานพยาบาล
"พ่อทิพย์" อาละวาดหนัก จ้างชายไทยสวมรอยเป็นพ่อให้ลูกคนจีน เพื่อเป้าหมายเดียวคือ "สัญชาติไทย",
ล่าสุด "โตโต้ ปิยรัตน์" สส.พรรคประชาชน กางหลักฐานเด็ดใบสูติบัตรจากโรงพยาบาลดัง พบพิรุธเพียบ! พ่อวัยเพียง 22 ปีจากพิจิตร
แต่ แม่เป็นคนจีน,
แถมเอกสารรับรองการเกิดไม่มี ใบแจ้งเกิดหาย แต่กลับออกสูติบัตรและทำพาสปอร์ตผ่านฉลุยได้อย่างไร?

งานนี้ตำรวจและกระทรวงสาธารณสุขลุยตรวจเข้ม โรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ หลังพบเคสน่าสงสัยแล้วกว่า 200 รายในเบื้องต้น!
ขบวนการนี้มีข้าราชการกงสุล หรือ
เจ้าหน้าที่เขตห้วยขวางรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่?
แล้ว
ทำไมการขอพาสปอร์ตที่หนึ่งไม่ได้ แต่ อีกที่กลับออกให้ทันที?,, ค้นหาคำตอบของขบวนการเขย่าความมั่นคงนี้ได้ในคลิปเดียว!
คืบหน้า “พ่อทิพย์” ส่อนับพันเคส .. สอบแล้ว 2 รพ. เจออีก 200 เคส
คดี "พ่อทิพย์" เป็นขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรและแจ้งเกิดเท็จให้กับชาวต่างชาติ (ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน) เพื่อสวมสิทธิ์สัญชาติไทย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรของโรงพยาบาลบางแห่งเข้าไปเกี่ยวข้อง
ข่าวการขยายผลคดี "พ่อทิพย์"
การตรวจสอบโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงสาธารณสุขได้ขยายผลการจับกุมขบวนการดังกล่าว
และกำลังตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร .. เขตห้วยขวาง
โดยพบความผิดปกติในการออกเอกสารรับรองการเกิด (ทร. 1/1) ที่มีการลงนามล่วงหน้า
สธ.คุ้ยข้อมูล 6 รพ.เอี่ยวขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ จ่อตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ตอนนี้เปิดชื่อ 6 รพ.ที่คาดว่า จนท รพ.เกี่ยวข้อง ในสปอย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หากพบว่าโรงพยาบาลมีการแจ้งเท็จ ก็มีความผิดจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 73 โทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับการดำเนินการเอาผิดกับสถานพยาบาลนั้น จะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1. ผู้ประกอบการซึ่งก็คือเจ้าของ 2.ผู้ดำเนินการ
ซึ่งก็คือแพทย์ ทั้งนี้หากพบว่า ทั้งเจ้าของและแพทย์รู้เห็นด้วย ก็จะนำไปสู่การพักใบอนุญาตสถานพยาบาล
"พ่อทิพย์" อาละวาดหนัก จ้างชายไทยสวมรอยเป็นพ่อให้ลูกคนจีน เพื่อเป้าหมายเดียวคือ "สัญชาติไทย",
ล่าสุด "โตโต้ ปิยรัตน์" สส.พรรคประชาชน กางหลักฐานเด็ดใบสูติบัตรจากโรงพยาบาลดัง พบพิรุธเพียบ! พ่อวัยเพียง 22 ปีจากพิจิตร
แต่ แม่เป็นคนจีน, แถมเอกสารรับรองการเกิดไม่มี ใบแจ้งเกิดหาย แต่กลับออกสูติบัตรและทำพาสปอร์ตผ่านฉลุยได้อย่างไร?
งานนี้ตำรวจและกระทรวงสาธารณสุขลุยตรวจเข้ม โรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ หลังพบเคสน่าสงสัยแล้วกว่า 200 รายในเบื้องต้น!
ขบวนการนี้มีข้าราชการกงสุล หรือ เจ้าหน้าที่เขตห้วยขวางรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่?
แล้วทำไมการขอพาสปอร์ตที่หนึ่งไม่ได้ แต่ อีกที่กลับออกให้ทันที?,, ค้นหาคำตอบของขบวนการเขย่าความมั่นคงนี้ได้ในคลิปเดียว!