นี่เด็ก 7 ขวบ หรืออาชญากร ?

เรื่องคือ ลูกชายเรา อายุ 7 ขวบ ทำพวงกุญแจของเพื่อน “หัก” ทำให้พ่อเพื่อนไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถึงกับต้องเรียกพบผู้ปกครอง

อันดับแรก ต้องบอกก่อนว่า ลูกเราผิดจริง ลูกยอมรับและขอโทษเพื่อนไปแล้ว แต่เรื่อง ไม่จบง่ายๆ เพราะเพื่อนลูกได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง...

เริ่มจากวันนั้น เราขอให้ แม่สามี(คุณย่า) ไปรับลูกที่โรงเรียนให้ แล้วมีครูเวรวันนั้นแจ้งว่า ให้คุณย่านำรถไปจอดก่อน เนื่องจากลูกเราไปทำของเล่นเพื่อนหัก เพื่อนเสียใจ แล้วคุณพ่อเพื่อนไม่พอใจมาก จึงให้คุณย่า และลูกเรา ไปนั่งรอที่ห้องๆหนึ่ง

คุณย่าก็เลยคุย และตักเตือนกับหลานว่า ต้องไปขอโทษเพื่อน และไม่ควรไปหยิบของเพื่อนมาเล่น ลูกเราก็ร้องไห้ ตามประสาเด็ก ที่กลัวความผิด

ซักพัก มีครูเดินเข้าห้องมา 3 คน มาแจ้งว่า ตอนนี้ครูประจำชั้นประชุมอยู่ ให้คุณย่ารอก่อน คุณย่าก็ตกใจว่า เรื่องใหญ่มากเลยหรอ ของมีมูลค่ามากมั้ย ทางเรายินดีชดใช้ และขอโทษนะคะ แต่ขอพาเด็กกลับก่อน เพราะน้องเครียดและกลัวมาก แล้วยิ่งครูเดินมาคุย ว่าพรุ่งนี้ต้องคุยกันนะ ลูกยิ่งกลัว ร้องไห้ ย่าก็ได้แต่กอดปลอบว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปขอโทษเพื่อนนะ เราไม่ได้มีเจตนาทำผิด ไม่ต้องเครียด เดี๋ยวเราซื้อของเล่นคืนเพื่อน

ครูก็แจ้งว่า ของเล่นนั้นมีคุณค่าทางจิตใจ เพราะเพื่อน ทำพวงกุญแจนั้นกับคุณแม่ จึงเสียใจมากที่ลูกเราไปหักของของเขา ลูกเราก็บอกว่า มันจะหลุดอยู่แล้ว เลยไปดึงออก เราก็เลยบอกลูก (คุยสายทางโทรศัพท์) ว่าไม่ว่าของชิ้นนั้นจะเป็นยังไง เราก็ไม่ควรไปจับโดยไม่ขออนุญาต และเมื่อของเสียหาย เราต้องยอมรับผิดและขอโทษ แม้เราจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ลูกเราก็รับฟัง ยอมรับผิดไป แต่คุณย่าก็ งง ว่า แล้วทำไมครูยังไม่ให้กลับบ้าน? หากจะตกลงค่าเสียหาย ให้คุณแม่มาเคลียร์ได้มั้ย

เราเลยโทร.หาครูประจำชั้น บอกว่า เรารับทราบปัญของลูกแล้ว ยินดีที่จะเข้าไปขอโทษและชดใช้ หรือเยียวยาจิตใจทุกอย่าง พร้อมทั้งจะพาลูกไปขอโทษด้วย เพียงแต่ตอนนี้เย็นมากแล้ว น้องเองก็สำนึกผิด กดดัน และกลัวมาก ขอให้น้องกับคุณย่ากลับบ้านก่อนได้มั้ย แล้วนัดหมายผู้ปกครองมาคุยกันอีกทีค่ะ

ครูแจ้งว่า ตอนนี้คุณพ่อเพื่อนคนนั้น เค้าไม่โอเคเลยค่ะ กำลังคุยกับฝ่ายที่ห้องประชุม ไม่พอใจมากที่ลูกเราทำแบบนี้ เขาจะขอพบให้ได้ แต่ทางโรงเรียนไม่มีนโยบาย ให้ผู้ปกครองที่มีปัญหามาเผชิญหน้ากันค่ะ ซึ่งทางนั้นไม่ยอม จะคุยให้ได้ เราตกใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่ขนาดนี้ เลยแจ้งครูไปว่า เรายินดีค่ะ แต่เด็ก 7 ขวบไม่ควรต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ มันดูร้ายแรงมากสำหรับเด็ก จึงยืนยันขอให้ลูกกลับบ้าน แล้วเราจะรีบขับรถไปคุยที่โรงเรียนเองค่ะ (แต่ก็ งง นิดๆ ว่าลูกเราไปทำไม่ดีอะไรหรือป่าวเขาถึงโกรธได้ขนาดนี้)

ซักพัก แม่ของเพื่อนลูกติดต่อมาทางไลน์ เราก็รีบของเบอร์เพื่อโทร.กลับทันที

สิ่งแรกที่พูดคือ เราขอโทษ ยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง และจะกลับไปอบรมตักเตือนลูกด้วย ทางคุณแม่เพื่อนก็ตอบกลับมาว่าเขาก็ขอโทษเหมือนกัน ขอโทษแทนสามีเขา ที่หัวร้อนเกินไปเลยไปตำหนิลูกเรา กลางลานที่โรงเรียน (อันนี้เราอึ้งไปแป๊บนึง แต่ไม่คิดว่าร้ายแรงอะไร คงผู้ใหญ่สอนเด็กธรรมดา เลยรับฟังเฉยๆไม่ตัดสิน)  ส่วนพวงกุญแจชิ้นนั้นลูกเค้าทำกับแม่ จึงเสียใจที่มันหัก แต่ทากาวติดแล้วก็ใช้ได้เหมือนเดิม แต่คุณพ่อเค้าไม่พอใจที่ลูกเราทำลูกเค้าเสียใจขนาดนี้ ยังไงก็จะนัดเจอเพื่อคุยกัน เราก็บอกว่ายินดีมาพบและเจรจา ให้ทางเค้านัดหมายมาได้เลยค่ะ

เราก็โทร.ไปบอกครูประจำชั้นว่าคุยแบบนี้นะ รบกวนโรงเรียนเป็นคนกลางประสานนัดหมายค่ะ แล้วเราก็สอบถามไปว่า ลูกเราโดนพ่อเพื่อนดุตอนไหน ทำไมเราไม่ทราบ คุณย่าก็ไม่ได้เล่า และไม่ทราบเรื่องเหมือนกันค่ะ

ครูก็เลยเล่าว่า เมื่อพ่อเพื่อนมารับลูก เห็นลูกร้องไห้ จึงเข้ามาถาม พอทราบว่า ลูกเราทำพวงกุญแจหัก เลยโกรธมาก และดุลูกเรา กลางลานโรงเรียนที่มีเด็กๆนั่งรอผู้ปกครองมารับ น่าจะเสียงดัง ลูกเรากลัวจนร้องไห้ ครูเวรตรงนั้นได้ยิน จึงรีบกันตัวคุณพ่อคนนั้น ออกจากลูกเรา เพราะดูมีท่าทีที่โมโห แล้วเข้าไปคุยในห้องประชุม จากนั้นคุณย่าถึงมา จึงไม่ทราบว่าลูกเราโดนดุอะไรบ้าง ครูประจำชั้นเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงเล่ารายละเอียดให้ฟังไม่ได้ ขอนำเข้าที่ประชุมก่อน แล้วจะแจ้งภายหลัง

อึ้ง เลยค่ะ นี่ลูกเราเจออะไรบ้าง เด็ก 7 ขวบที่ทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องโดนลงโทษโดยการทำร้ายจิตใจขนาดนี้เลยหรอ โดนดุ ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ โดนกักตัว เหมือนเป็นอาชญากรที่ทำผิดร้ายแรงคำถามในหัวเต็มไปหมด เช่น

ลูกคุณ เสียใจที่ของเล่นพัง ลูกเราจึงควรได้รับการลงโทษโดยวิธีการ “ทำร้ายจิตใจ” จากผู้ใหญ่หรือคะ?

ลูกคุณเสียใจ คุณจึงโมโห คุณปกป้องลูกคุณ โดยการมาดุด่าลูกเรา แล้วไม่คิดหรอคะ ว่าลูกเราก็โดนคำพูดจากผู้ใหญ่ทำร้ายจิตใจไม่ต่างกัน หากจะต่างกันก็ตรงที่ลูกเราไม่มีเจตนา แต่คุณตั้งใจว่าเด็ก 7 ขวบจนร้องไห้ ตอนนั้นคุณอ้าแขนปกป้องลูกคุณ ในขณะที่ลูกเรากลัวจนร้องไห้ ลำพัง คุณเป็นผู้ใหญ่ที่โตมาแบบไหนหรือคะ?

คุณโวยวาย ยืนยันจะเจอเรา เจตนาคือแค่รับฟังคำขอโทษจากเราต่อหน้า หรืออะไรกันแน่คะ?

ลูกเราบอกว่าโดนดุอยู่ซักพัก จำทั้งหมดไม่ได้ จำได้แค่ ”ทำไมไม่คิดก่อนทำ“ แล้วคุณเป็นผู้ใหญ่ ที่ไปยืนโวยวายด่าเด็ก 7 ขวบกลางลานโรงเรียน คุณคิดดีแล้วใช่มั้ยค?

ครูเล่าว่า ลูกเราเดินไปสารภาพกับเพื่อน ว่าทำของเพื่อนหัก ทั้งที่ไม่มีใครเห็น แต่ลูกเราเดินไปยอมรับและขอโทษเอง แต่ผลลัพธ์คือโดนคุณด่า กดดัน จนร้องไห้ แล้วแบบนี้ เด็กที่ไหนจะกล้าพูดความจริง หากผู้ใหญ่ใจแคบ และไม่มีเมตา (ปวดใจเลยค่ะ)

เราพยายามจะเยียวยาคูกรณีทุกทางเท่าที่ทำได้ แล้วสภาพจิตใจลูกเราล่ะ เขาสมควรโดนแบบนี้จริงๆหรือคะ?

และสุดท้าย... ลูกเราคือเด็ก 7 ขวบที่ทำผิดโดยไม่มีเจตนาร้ายอะไร แต่ผู้ใหญ่ ทำเหมือนเขาเป็นอาชญากร ที่ทำเรื่องเลวร้ายเกินให้อภัย มันถูกต้องแล้วหรือคะ ? น

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่