ทุกวันนี้เราได้ยินคำพูดอยู่เสมอว่า
«"การค้าขายยุคนี้ไม่ต้องมีหน้าร้านแล้ว ขอแค่ขายออนไลน์เก่งก็พอ"»
ผมมองว่า ประโยคนี้มีส่วนจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ความจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของการค้าขายยังคงเป็น การเข้าถึงลูกค้า เพียงแต่ในแต่ละยุค คำว่า "ทำเล" มีความหมายไม่เหมือนกัน
ในอดีต ทำเลหมายถึงถนนที่คนเดินผ่าน ตลาดที่คนพลุกพล่าน หรืออาคารพาณิชย์ในย่านการค้า
แต่ในปัจจุบัน โลกออนไลน์ได้กลายเป็น "ทำเล" อีกประเภทหนึ่ง ทำให้คนที่ไม่มีทุนมากพอจะเช่าพื้นที่ราคาแพง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้จากบ้านของตัวเอง
สาเหตุสำคัญไม่ใช่เพราะทำเลหมดความสำคัญ แต่เพราะทำเลดี ๆ ในโลกออฟไลน์ถูกจับจองไว้ตั้งแต่คนรุ่นก่อน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงเลือกสร้างตลาดของตัวเองบนโลกออนไลน์ ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อยกว่าและเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าการค้าขายที่แข็งแรงที่สุด คือการมีทั้ง หน้าร้านและออนไลน์ ควบคู่กัน
หน้าร้านช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าจริง ทดลอง สัมผัส และรู้ว่าผู้ขายมีตัวตนจริง
ส่วนออนไลน์ช่วยขยายตลาด ทำให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อจากที่ไหนก็ได้ จ่ายเงินแบบเรียลไทม์ และใช้บริษัทขนส่งส่งสินค้าได้ทั่วประเทศหรือทั่วโลก
ลูกค้าหลายคนอาจเข้ามาที่ร้านเพียงครั้งเดียว แต่หลังจากนั้นก็สั่งซื้อซ้ำผ่านออนไลน์ได้ตลอด
ผมมองว่า ช่วงเวลานี้เป็นเพียง "ช่วงเปลี่ยนผ่าน"
ในอนาคต หากร้านค้ารุ่นเก่าทยอยเลิกกิจการมากขึ้น อาคารพาณิชย์และพื้นที่ค้าขายบางส่วนอาจมีจำนวนมากกว่าความต้องการ ทำให้ค่าเช่าปรับตัวลดลง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มีหน้าร้านได้ง่ายขึ้น
แน่นอนว่า ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ เพราะแต่ละจังหวัด แต่ละย่าน มีปัจจัยทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน แต่ก็เป็นความเป็นไปได้ที่น่าจับตามอง
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดเช่นนี้ คือแม้โลกออนไลน์จะเติบโตต่อเนื่อง แต่บริษัทขนาดใหญ่กลับยังลงทุนเปิดสาขาใหม่ สร้างศูนย์การค้า และขยายพื้นที่ค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง
หากหน้าร้านไม่มีความสำคัญจริง การลงทุนมหาศาลเหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
นั่นทำให้ผมเชื่อว่า อนาคตของการค้าขายไม่ใช่การเลือกระหว่าง "ออนไลน์" หรือ "หน้าร้าน"
แต่คือการผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน
คนที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว ต้องเรียนรู้การขายออนไลน์
ส่วนคนที่เริ่มต้นจากออนไลน์ หากมีโอกาสและความพร้อม การมีหน้าร้านหรือจุดรับสินค้าเป็นของตัวเอง ก็อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทำเลบนถนน หรือทำเลบนหน้าจอมือถือ เป้าหมายก็เหมือนกัน คือทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่ายที่สุด และมั่นใจที่จะซื้อสินค้าจากเรา
ผมจึงไม่ได้มองว่า "ทำเลหมดความสำคัญ" แต่ผมมองว่า ความหมายของคำว่าทำเล กำลังเปลี่ยนไป และผู้ที่อยู่รอด คือผู้ที่ปรับตัวให้ใช้ทั้งโลกออฟไลน์และโลกออนไลน์ร่วมกันได้อย่างลงตัว
ทำเลค้าขาย...ยังสำคัญอยู่หรือไม่?
ทุกวันนี้เราได้ยินคำพูดอยู่เสมอว่า
«"การค้าขายยุคนี้ไม่ต้องมีหน้าร้านแล้ว ขอแค่ขายออนไลน์เก่งก็พอ"»
ผมมองว่า ประโยคนี้มีส่วนจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ความจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของการค้าขายยังคงเป็น การเข้าถึงลูกค้า เพียงแต่ในแต่ละยุค คำว่า "ทำเล" มีความหมายไม่เหมือนกัน
ในอดีต ทำเลหมายถึงถนนที่คนเดินผ่าน ตลาดที่คนพลุกพล่าน หรืออาคารพาณิชย์ในย่านการค้า
แต่ในปัจจุบัน โลกออนไลน์ได้กลายเป็น "ทำเล" อีกประเภทหนึ่ง ทำให้คนที่ไม่มีทุนมากพอจะเช่าพื้นที่ราคาแพง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้จากบ้านของตัวเอง
สาเหตุสำคัญไม่ใช่เพราะทำเลหมดความสำคัญ แต่เพราะทำเลดี ๆ ในโลกออฟไลน์ถูกจับจองไว้ตั้งแต่คนรุ่นก่อน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงเลือกสร้างตลาดของตัวเองบนโลกออนไลน์ ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อยกว่าและเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าการค้าขายที่แข็งแรงที่สุด คือการมีทั้ง หน้าร้านและออนไลน์ ควบคู่กัน
หน้าร้านช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าจริง ทดลอง สัมผัส และรู้ว่าผู้ขายมีตัวตนจริง
ส่วนออนไลน์ช่วยขยายตลาด ทำให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อจากที่ไหนก็ได้ จ่ายเงินแบบเรียลไทม์ และใช้บริษัทขนส่งส่งสินค้าได้ทั่วประเทศหรือทั่วโลก
ลูกค้าหลายคนอาจเข้ามาที่ร้านเพียงครั้งเดียว แต่หลังจากนั้นก็สั่งซื้อซ้ำผ่านออนไลน์ได้ตลอด
ผมมองว่า ช่วงเวลานี้เป็นเพียง "ช่วงเปลี่ยนผ่าน"
ในอนาคต หากร้านค้ารุ่นเก่าทยอยเลิกกิจการมากขึ้น อาคารพาณิชย์และพื้นที่ค้าขายบางส่วนอาจมีจำนวนมากกว่าความต้องการ ทำให้ค่าเช่าปรับตัวลดลง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มีหน้าร้านได้ง่ายขึ้น
แน่นอนว่า ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ เพราะแต่ละจังหวัด แต่ละย่าน มีปัจจัยทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน แต่ก็เป็นความเป็นไปได้ที่น่าจับตามอง
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดเช่นนี้ คือแม้โลกออนไลน์จะเติบโตต่อเนื่อง แต่บริษัทขนาดใหญ่กลับยังลงทุนเปิดสาขาใหม่ สร้างศูนย์การค้า และขยายพื้นที่ค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง
หากหน้าร้านไม่มีความสำคัญจริง การลงทุนมหาศาลเหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
นั่นทำให้ผมเชื่อว่า อนาคตของการค้าขายไม่ใช่การเลือกระหว่าง "ออนไลน์" หรือ "หน้าร้าน"
แต่คือการผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน
คนที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว ต้องเรียนรู้การขายออนไลน์
ส่วนคนที่เริ่มต้นจากออนไลน์ หากมีโอกาสและความพร้อม การมีหน้าร้านหรือจุดรับสินค้าเป็นของตัวเอง ก็อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทำเลบนถนน หรือทำเลบนหน้าจอมือถือ เป้าหมายก็เหมือนกัน คือทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่ายที่สุด และมั่นใจที่จะซื้อสินค้าจากเรา
ผมจึงไม่ได้มองว่า "ทำเลหมดความสำคัญ" แต่ผมมองว่า ความหมายของคำว่าทำเล กำลังเปลี่ยนไป และผู้ที่อยู่รอด คือผู้ที่ปรับตัวให้ใช้ทั้งโลกออฟไลน์และโลกออนไลน์ร่วมกันได้อย่างลงตัว