[ WC 2026 ] 💎💎💎 37 Straight Unbeaten 💎💎 💎 : Who Can Stop SPAIN ?
♥️♥️ Luis Aragonés ♥️♥️ ( UEFA European Championship ( 2 ) , FIFA World Cup (1) ) : "We must control the ball. If we have the ball, we are not running after it, and we are not suffering." ( A summary of his perspective )
📌 เหตุการณ์ รอบรองชนะเลิศ ( ดราม่าและเหตุการณ์สำคัญ สเปน 2-0 ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก 2026 ) 📌 #ขออนุญาตAdminครับ
นาทีที่ 9 อาดรีแย็ง ราบีโย กองกลางฝรั่งเศส ได้รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์รุนแรง
นาทีที่ 21 ลูว์กา ดีญ กองหลังฝรั่งเศส ทำฟาวล์ ลามีน ยามัล ในกรอบเขตโทษ ท่ามกลางประเด็นหารือเรื่องบอลสัมผัสโดนแนวแขนเสื้อของยามัลก่อนการปะทะ แต่ผู้ตัดสินและวีเออาร์ยืนยันคำตัดสินให้เป็นจุดโทษแก่สเปน
นาทีที่ 22 มิเกล โอยาร์ซาบัล ยิงจุดโทษด้วยเท้าซ้ายเข้ามุมขวาล่างของตาข่ายให้สเปนขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 29 วีลียาม ซาลีบา กองหลังฝรั่งเศส ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวส่ง มักซ็องส์ ลาครัวซ์ ลงมาเล่นแทน
นาทีที่ 31 มาร์ก กูกูเรยา กองหลังสเปน ได้รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์
นาทีที่ 45 ฝรั่งเศสเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่ง ถอด อาดรีแย็ง ราบีโย ออก และส่ง มานู โคเน่ ลงเล่นแทน
นาทีที่ 58 ♥️ เปโดร ปอร์โร ♥️ ทำทางเติมเกมรุกขึ้นมาก่อนจะเล่นจังหวะหนึ่งสองกับ ดานิ โอลโม แล้วจับบอลดีดด้วยขวาผ่านตัวผู้รักษาประตู ไมค์ แมญ็อง เสียบเสาแรกให้สเปนนำห่าง 2-0
นาทีที่ 83 ระบบวีเออาร์เข้าแทรกแซงเพื่อตรวจสอบจังหวะการเล่น และยกเลิกคำตัดสินเดิมที่จะให้ลูกเตะมุมแก่ฝรั่งเศส
นาทีที่ 86 กีลียาน อึมบาเป กัปตันทีมฝรั่งเศส ได้รับใบเหลืองจาก ❌ การทำฟาวล์รุนแรง ใส่ผู้รักษาประตู อูไน ซิมอน ❌
📌 📊 ในภาพรวมของทีมในแมทช์นี้ 📌
โอกาสยิงทั้งหมด: สเปน 10 ครั้ง | ฝรั่งเศส 10 ครั้ง
เข้ากรอบ : สเปน 2 ครั้ง | ฝรั่งเศส 3 ครั้ง
การครองบอล: สเปน 45% | ฝรั่งเศส 46%
โอกาสได้ลูกเตะมุม: สเปน 1 ครั้ง | ฝรั่งเศส 7 ครั้ง
การทำฟาวล์และการคาดโทษ : สเปน 12 ครั้ง (ใบเหลือง 1 ใบ) | ฝรั่งเศส 11 ครั้ง (ใบเหลือง 2 ใบ)
สถิติที่น่าสนใจอื่นๆ : สเปนสร้างโอกาสสำคัญ 3 ครั้ง ฝรั่งเศส 0 ครั้ง และสเปนชนะการดวลกลางอากาศ 68% ขณะที่ฝรั่งเศสชนะ 32%
🏆 Man of The Match 🏆
Official ( FIFA ) : เปโดร ปอร์โร ( สเปน )
โดยสื่อมวลชน : เปโดร ปอร์โร ( ได้รับคะแนนประเมินสูงสุด 8.4 ( เต็ม 10 ) จากดาโซน ) และฟาเบียน รูอิซ (ได้รับเลือกโดยสื่อแอธลอนสปอร์ตส์)
โดยคนดู : ไม่มีข้อมูลการโหวตจากคนดูในแหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
📌 บทสัมภาษณ์หลังเกม 📌 ( เป็นคำพูดโดยสรุป )
เด ลา ฟูเอนเต ( กุนซือสเปน ) : "นี่คือชัยชนะที่เกิดจากความสอดประสานกันอย่างลงตัว ตัวละครของทีมสเปนยุคนี้สร้างขึ้นบนความถ่อมตัวและไม่มีเรื่องของอัตตาเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกคนมุ่งมั่นทำเพื่อเป้าหมายร่วมกัน และเราได้เรียกคืนจิตวิญญาณของทีมชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2010 กลับคืนมา"
เอร์นานเดซ ( กัปตันทีมสเปน ) : "ทีละก้าว เดินหน้าไปอีกขั้น ทีมมีความสุขมาก นี่เป็นครั้งที่สองที่เราเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เราต้องพักผ่อนในตอนนี้และดูว่าเราสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้างเพราะเราต้องการชนะในนัดถัดไป"
ปอร์โร ( MOMT ) : "มันคือความฝันที่เป็นจริง ไม่เคยคิดฝันมาก่อนในความฝันที่โลดโผนที่สุด มีความสุขมากกับทัศนคติของทีมตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเกม และนี่คือความสำเร็จร่วมกันของทีม"
เดช็อง ( กุนซือฝรั่งเศส ) : "ผู้เล่นทุกคนต่างรู้สึกผิดหวังและเสียใจมากเพราะเรามีความทะเยอทะยานไว้สูง แต่ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าวันนี้เราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองในแง่เทคนิคและพลังงาน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความผิดพลาดของพวกเราเอง สเปนเป็นทีมที่ดีและสามารถควบคุมเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด พวกเขาบีบให้เราต้องเป็นฝ่ายตั้งรับและเราไม่สามารถทำเกมรุกเข้ากดดันหรือสร้างความยากลำบากให้พวกเขาได้เลย"
📌 สรุป 📌
เด ลา ฟูเอนเต ( กุนซือสเปน ) พาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศระหว่างอาร์เจนติน่ากับอังกฤษ ที่ สนามกีฬาเมตไลฟ์ เมืองอีสต์ รัตเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ วันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
ด้วย ♥️♥️♥️ สถิติไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานถึง 37 นัด ♥️♥️♥️ ในทุกรายการ ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของอิตาลี
ถ้าคุณชอบ post นี้ เพราะสถิติไร้พ่ายของสเปน ช่วยกด like กด share ด้วยครับ
📌 4 Key Success Factors 📌 ( เรียงตามสำคัญน้อยไปหามาก )
การมุ่งเน้นโจมตีจุดอ่อนในตำแหน่งแบ็กซ้าย of ฝรั่งเศส (ลูว์กา ดีญ) อย่างจงใจ ด้วยความคล่องตัวของ ลามีน ยามัล และการเติมเกมรุกของ เปโดร ปอร์โร ซึ่งนำไปสู่การได้ ♥️♥️ ทั้งสองประตู ♥️♥️ ในเกมนี้
วินัยในเกมรับและการจัดระบบแนวป้องกันที่เหนียวแน่นของแผงหลังสเปน ทำให้ฝรั่งเศสเจาะไม่เข้าและสร้างค่า xG ได้ต่ำเพียง 0.30 ตลอดทั้งเกม
แทกติกการครองบอลที่ยืดหยุ่นและเน้นผลลัพธ์ โดย ♥️ สเปนลดเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ยลงมา ♥️ เพื่อรักษาสมดุลในการป้องกันเกมสวนกลับเร็วของฝรั่งเศส
การควบคุมพื้นที่แดนกลางและการสกัดกั้นเกมเปลี่ยนผ่านโดย ♥️♥️ โรดริ และ ฟาเบียน รูอิซ ♥️♥️ ซึ่งสามารถปิดเส้นทางการสร้างสรรค์เกมของ ไมเคิล โอลีเซ และบีบให้ กีลียาน อึมบาเป ต้องถอยต่ำลงไปล้วงบอล
♥️♥️♥️ เกิดมาเพื่อเชียร์อินทรีเหล็กทุกทัวร์นาเมนต์ เพื่อเชียร์ปีศาจแดงทุกฤดูกาล และเพื่อเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยไปตลอดกาล ♥️♥️♥️ เรขาลิขิต@www.pantip.com
สำหรับท่านที่ต้องการทราบ credit สามารถอ่านได้ที่นี่ : https://www.facebook.com/share/p/17tW4grBGP/
#FIFAWorldCup2026 ##SpainReachTheFinal #SpainVsFrance #VamosEspaña #AllezLesBleus

[ WC 2026 ] 💎💎💎 37 Straight Unbeaten 💎💎 💎 : Who Can Stop SPAIN ?
📌 เหตุการณ์ รอบรองชนะเลิศ ( ดราม่าและเหตุการณ์สำคัญ สเปน 2-0 ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก 2026 ) 📌 #ขออนุญาตAdminครับ
นาทีที่ 9 อาดรีแย็ง ราบีโย กองกลางฝรั่งเศส ได้รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์รุนแรง
นาทีที่ 21 ลูว์กา ดีญ กองหลังฝรั่งเศส ทำฟาวล์ ลามีน ยามัล ในกรอบเขตโทษ ท่ามกลางประเด็นหารือเรื่องบอลสัมผัสโดนแนวแขนเสื้อของยามัลก่อนการปะทะ แต่ผู้ตัดสินและวีเออาร์ยืนยันคำตัดสินให้เป็นจุดโทษแก่สเปน
นาทีที่ 22 มิเกล โอยาร์ซาบัล ยิงจุดโทษด้วยเท้าซ้ายเข้ามุมขวาล่างของตาข่ายให้สเปนขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 29 วีลียาม ซาลีบา กองหลังฝรั่งเศส ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวส่ง มักซ็องส์ ลาครัวซ์ ลงมาเล่นแทน
นาทีที่ 31 มาร์ก กูกูเรยา กองหลังสเปน ได้รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์
นาทีที่ 45 ฝรั่งเศสเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่ง ถอด อาดรีแย็ง ราบีโย ออก และส่ง มานู โคเน่ ลงเล่นแทน
นาทีที่ 58 ♥️ เปโดร ปอร์โร ♥️ ทำทางเติมเกมรุกขึ้นมาก่อนจะเล่นจังหวะหนึ่งสองกับ ดานิ โอลโม แล้วจับบอลดีดด้วยขวาผ่านตัวผู้รักษาประตู ไมค์ แมญ็อง เสียบเสาแรกให้สเปนนำห่าง 2-0
นาทีที่ 83 ระบบวีเออาร์เข้าแทรกแซงเพื่อตรวจสอบจังหวะการเล่น และยกเลิกคำตัดสินเดิมที่จะให้ลูกเตะมุมแก่ฝรั่งเศส
นาทีที่ 86 กีลียาน อึมบาเป กัปตันทีมฝรั่งเศส ได้รับใบเหลืองจาก ❌ การทำฟาวล์รุนแรง ใส่ผู้รักษาประตู อูไน ซิมอน ❌
📌 📊 ในภาพรวมของทีมในแมทช์นี้ 📌
โอกาสยิงทั้งหมด: สเปน 10 ครั้ง | ฝรั่งเศส 10 ครั้ง
เข้ากรอบ : สเปน 2 ครั้ง | ฝรั่งเศส 3 ครั้ง
การครองบอล: สเปน 45% | ฝรั่งเศส 46%
โอกาสได้ลูกเตะมุม: สเปน 1 ครั้ง | ฝรั่งเศส 7 ครั้ง
การทำฟาวล์และการคาดโทษ : สเปน 12 ครั้ง (ใบเหลือง 1 ใบ) | ฝรั่งเศส 11 ครั้ง (ใบเหลือง 2 ใบ)
สถิติที่น่าสนใจอื่นๆ : สเปนสร้างโอกาสสำคัญ 3 ครั้ง ฝรั่งเศส 0 ครั้ง และสเปนชนะการดวลกลางอากาศ 68% ขณะที่ฝรั่งเศสชนะ 32%
🏆 Man of The Match 🏆
Official ( FIFA ) : เปโดร ปอร์โร ( สเปน )
โดยสื่อมวลชน : เปโดร ปอร์โร ( ได้รับคะแนนประเมินสูงสุด 8.4 ( เต็ม 10 ) จากดาโซน ) และฟาเบียน รูอิซ (ได้รับเลือกโดยสื่อแอธลอนสปอร์ตส์)
โดยคนดู : ไม่มีข้อมูลการโหวตจากคนดูในแหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
📌 บทสัมภาษณ์หลังเกม 📌 ( เป็นคำพูดโดยสรุป )
เด ลา ฟูเอนเต ( กุนซือสเปน ) : "นี่คือชัยชนะที่เกิดจากความสอดประสานกันอย่างลงตัว ตัวละครของทีมสเปนยุคนี้สร้างขึ้นบนความถ่อมตัวและไม่มีเรื่องของอัตตาเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกคนมุ่งมั่นทำเพื่อเป้าหมายร่วมกัน และเราได้เรียกคืนจิตวิญญาณของทีมชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2010 กลับคืนมา"
เอร์นานเดซ ( กัปตันทีมสเปน ) : "ทีละก้าว เดินหน้าไปอีกขั้น ทีมมีความสุขมาก นี่เป็นครั้งที่สองที่เราเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เราต้องพักผ่อนในตอนนี้และดูว่าเราสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้างเพราะเราต้องการชนะในนัดถัดไป"
ปอร์โร ( MOMT ) : "มันคือความฝันที่เป็นจริง ไม่เคยคิดฝันมาก่อนในความฝันที่โลดโผนที่สุด มีความสุขมากกับทัศนคติของทีมตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเกม และนี่คือความสำเร็จร่วมกันของทีม"
เดช็อง ( กุนซือฝรั่งเศส ) : "ผู้เล่นทุกคนต่างรู้สึกผิดหวังและเสียใจมากเพราะเรามีความทะเยอทะยานไว้สูง แต่ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าวันนี้เราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองในแง่เทคนิคและพลังงาน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความผิดพลาดของพวกเราเอง สเปนเป็นทีมที่ดีและสามารถควบคุมเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด พวกเขาบีบให้เราต้องเป็นฝ่ายตั้งรับและเราไม่สามารถทำเกมรุกเข้ากดดันหรือสร้างความยากลำบากให้พวกเขาได้เลย"
📌 สรุป 📌
เด ลา ฟูเอนเต ( กุนซือสเปน ) พาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศระหว่างอาร์เจนติน่ากับอังกฤษ ที่ สนามกีฬาเมตไลฟ์ เมืองอีสต์ รัตเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ วันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
ด้วย ♥️♥️♥️ สถิติไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานถึง 37 นัด ♥️♥️♥️ ในทุกรายการ ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของอิตาลี
ถ้าคุณชอบ post นี้ เพราะสถิติไร้พ่ายของสเปน ช่วยกด like กด share ด้วยครับ
📌 4 Key Success Factors 📌 ( เรียงตามสำคัญน้อยไปหามาก )
การมุ่งเน้นโจมตีจุดอ่อนในตำแหน่งแบ็กซ้าย of ฝรั่งเศส (ลูว์กา ดีญ) อย่างจงใจ ด้วยความคล่องตัวของ ลามีน ยามัล และการเติมเกมรุกของ เปโดร ปอร์โร ซึ่งนำไปสู่การได้ ♥️♥️ ทั้งสองประตู ♥️♥️ ในเกมนี้
วินัยในเกมรับและการจัดระบบแนวป้องกันที่เหนียวแน่นของแผงหลังสเปน ทำให้ฝรั่งเศสเจาะไม่เข้าและสร้างค่า xG ได้ต่ำเพียง 0.30 ตลอดทั้งเกม
แทกติกการครองบอลที่ยืดหยุ่นและเน้นผลลัพธ์ โดย ♥️ สเปนลดเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ยลงมา ♥️ เพื่อรักษาสมดุลในการป้องกันเกมสวนกลับเร็วของฝรั่งเศส
การควบคุมพื้นที่แดนกลางและการสกัดกั้นเกมเปลี่ยนผ่านโดย ♥️♥️ โรดริ และ ฟาเบียน รูอิซ ♥️♥️ ซึ่งสามารถปิดเส้นทางการสร้างสรรค์เกมของ ไมเคิล โอลีเซ และบีบให้ กีลียาน อึมบาเป ต้องถอยต่ำลงไปล้วงบอล
♥️♥️♥️ เกิดมาเพื่อเชียร์อินทรีเหล็กทุกทัวร์นาเมนต์ เพื่อเชียร์ปีศาจแดงทุกฤดูกาล และเพื่อเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยไปตลอดกาล ♥️♥️♥️ เรขาลิขิต@www.pantip.com
สำหรับท่านที่ต้องการทราบ credit สามารถอ่านได้ที่นี่ : https://www.facebook.com/share/p/17tW4grBGP/
#FIFAWorldCup2026 ##SpainReachTheFinal #SpainVsFrance #VamosEspaña #AllezLesBleus