การเป็น “เบอร์ 1 ในไทย” อาจเป็นเป้าหมายใหญ่ของหลายแบรนด์ แต่สำหรับโอสถสภา ความสำเร็จในประเทศเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

กระทู้สนทนา
การเป็น “เบอร์ 1 ในไทย” อาจเป็นเป้าหมายใหญ่ของหลายแบรนด์ แต่สำหรับโอสถสภา ความสำเร็จในประเทศเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น



เพราะล่าสุด บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ใช้เวที THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ประกาศ Strategic Move ครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s No.1 Energy, Powering the World” วางธุรกิจต่างประเทศเป็น New Growth Engine เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความน่าสนใจคือ โอสถสภาไม่ได้มองการไปตลาดโลกเป็นแค่เรื่องของการส่งสินค้าออกไปขาย แต่เริ่มจากการสร้างความพร้อมทั้งระบบ ผ่าน Product Innovation, Production Capability และ People/Partner

ภายใต้กลยุทธ์นี้ โอสถสภาทำหลากหลายอย่างตั้งแต่การใช้ SHARK Energy Drink ที่วางจำหน่ายแล้วในกว่า 30 ประเทศ และกลายเป็น Playbook ให้โอสถสภานำไปใช้กับแบรนด์อื่นในพอร์ต  

การนำ Insight จากชีวิตที่เร่งรีบของผู้บริโภคมาพัฒนาสินค้าใหม่ๆสำหรับกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ กลายเป็น M-150 2in1 Energy Drink + Electrolyte เครื่องดื่มไฮบริดที่ส่งไปขายเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อีกมุมที่น่าสนใจคือแนวคิดการเปลี่ยน Thai Soft Power จากกระแสความนิยม ให้กลายเป็น Commercialized Advantageกลายเป็นเครื่องดื่มแบรนด์ “Thailicious” แบรนด์ใหม่ที่มีรสชาติแบบไทยออกไปขายในตลาดโลก

ทั้งหมดนี้ทำให้การรุกตลาดต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับหลายแบรนด์ไทยว่า หากต้องการเติบโตในตลาดโลก สินค้าที่ดีอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมีทั้ง Innovation, Localization, Strategic Partner และระบบหลังบ้านที่พร้อม Scale ไปด้วยกัน

ไปเจาะลึก Playbook ของโอสถสภา และดูว่าหลายแบรนด์ไทยสามารถนำบทเรียนนี้ไปปรับใช้อย่างไรได้บ้างในบทความ

https://www.marketingoops.com/exclusive/interview-exclusive/thaifex-2026-osp
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่