JJNY : ‘เท้ง’ ซัดอนุทิน ล้มเหลวหน้าที่│เท้งจี้มท.โยนท้องถิ่นจัดโซนนิ่ง│พรรคปชน.แถลงผลคุยทูตจีน│กมธ.กฎหมาย บุก สรรพาวุธ

‘เท้ง’ หวัง ‘นายกฯ’ ใช้เวทีจีนแก้ทุนเทา ซัด อนุทิน ล้มเหลวหน้าที่ เหน็บอาจมอง ‘มท.’ แค่งานพาร์ทไทม์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806716
.

.
‘ณัฐพงษ์’ หวัง ‘นายกฯ’ ใช้เวทีเยือนจีน-การทูตแก้ปัญหามลพิษ-ทุนเทา-ชายแดน ฉะ ‘อนุทิน’ ล้มเหลวแก้ปัญหามหาดไทย เหน็บ อาจมอง ‘มท.’ แค่งานพาร์ทไทม์ ชวน จับตาหลังกลับจีนได้อะไรมาเป็นของฝากคนไทยบ้าง
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงกรณีการสวมสิทธิพ่อทิพย์แม่ทิพย์ และทุนสีเทาต่าง ๆ ในประเทศไทย ว่า ตนมองว่าการใช้เวทีทางการทูตที่ถูกต้อง จะเป็นการทูตที่โปรไทยแลนด์ เป็นการทูตเพื่อผลประโยชน์และคุณภาพชีวิตของคนไทย จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาเพราะปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นข้ามประเทศ และเกี่ยวข้องกับอาชญากรข้ามประเทศ หากนายกรัฐมนตรีไม่ได้มองเรื่องการทูตเป็นเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทย และเป็นแค่การไปตัดริบบิ้นเปิดงานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ใช้เวทีทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดนายกรัฐมนตรีจะไปเยือนประเทศจีนในวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ อาจจะเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง AI แต่อย่าลืมว่าเวทีดังกล่าว นอกจากจะได้พบผู้บริหารระดับสูงของประเทศจีนแล้ว ยังมีผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้านเช่น ประเทศกัมพูชาไปร่วมในเวทีเดียวกันด้วย ฉะนั้น ตนคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเยือนประเทศจีนของท่านนายกรัฐมนตรีคงจะไม่ได้แค่การเปิดงานไปพูดเรื่อง AI อย่างเดียวเท่านั้น แต่ตนอยากเห็นนายกรัฐมนตรีถือของฝากกลับมาประเทศไทยว่า ตกลงแล้วการแก้ไขปัญหามลพิษ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา การแก้ไขปัญหาเรื่องทุนสีเทา การแก้ไขปัญหาเรื่องการสวมสิทธิพ่อทิพย์แม่ทิพย์ ทางการไทยพร้อมจะถือธงนำใช้เวทีทางการทูต และประเทศจีนพร้อมจะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาสิ่งที่พวกเรามองเห็น และตั้งข้อสังเกตเรื่องของข่าวใหญ่ ๆ ทั้งหลาย ล้วนเกี่ยวข้องกับวงโคจรของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยสีน้ำเงินด้วย การทุจริตการสอบท้องถิ่น การสวมสิทธิพ่อทิพย์แม่ทิพย์ต่าง ๆ รวมถึงกรณีล่าสุดที่มีการตั้งข้อสังเกตที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณท้องถิ่นในพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของแผนสองเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท ที่เราตั้งข้อสังเกตว่ามีการพยายามสอดไส้ เอาแคตตาล็อกผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเข้ามารับงานในส่วนนี้หรือไม่ จนทำให้วันต่อมารัฐบาลก็ต้องออกมายกเลิกเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีกรณีการกำกับดูแลสถานบันเทิงต่าง ๆ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนพูดมานั้น หากทุกคนมองเห็นจุดร่วมเดียวกัน ก็จะเห็นว่าล้วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง ล้วนแวดล้อมอยู่ในชื่อของนายอนุทินทั้งสิ้น ตนเชื่อว่าข้อสังเกตในส่วนนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นความล้มเหลวในการทำหน้าที่ของนายอนุทินเอง ส่วนสาเหตุความล้มเหลวเกิดจากอะไรบ้างนั้น ตนสามารถไล่เรียงได้คือ นายกรัฐมนตรีอาจมองว่างานในกระทรวงมหาดไทยเป็นงานพาร์ทไทม์ คือไม่ได้มีการลงมากำกับดูแลงานในกระทรวงมหาดไทยอย่างเข้มข้นและเพียงพอ หรือจริงๆ แล้วอาจจะรู้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ขาดความกล้าหาญในการลงมาจัดการ
.
อย่าลืมว่านายอนุทินอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาหลายรัฐบาล ไม่ใช่แค่เพิ่งมากำกับดูแลในช่วงนี้ รู้ปัญหาแต่ไม่กล้าลงไปทำ หรือแย่ไปกว่านั้นคือนายอนุทินและบริวารของนายอนุทินมีส่วนพัวพันในเรื่องของการทุจริตในแวดวงราชการต่าง ๆ ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ทุกสาเหตุล้วนแสดงถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาของนายอนุทิน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาชน เราไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์หรือทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบอย่างเดียวเท่านั้น ผมเชื่อว่าทางออกที่สำคัญให้กับประชาชนคนไทยคือ จะทำอย่างไรที่จะทำให้เรื่องสีเทา และการทุจริตคอร์รัปชันในบ้านเมืองเราสิ้นไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า โดยในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้เราได้เตรียมเวทีที่จะพูดเรื่องต่า งๆ เหล่านี้ว่าในฐานะประชาชนคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดจากครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน ที่เราต้องรับบริการของสาธารณะในทุกช่วงวัยเราต้องจ่ายต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นต้นทุนที่เราไม่จำเป็นต้องเสียไปเท่าไหร่ โดยเรามีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ จึงอยากขอเชิญทุกคนลองไปร่วมฟังในงานในวันดังกล่าว
.
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องทุนจริงสีเทาได้จริง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าหากรัฐบาลทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และใช้เวทีทางการทูตเพื่อแก้ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ใช้เพื่อการสร้างภาพ เราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ว่าตนได้กล่าวหาเกินจริงหรือไม่ ฉะนั้น ขอให้รอดูการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่จะไปเยือนประเทศจีน ว่ากลับมาแล้วถืออะไรมาฝากคนไทยบ้าง
.

.
พรรคประชาชน แถลงผลคุยทูตจีน หลังส่งข้อมูล 2,676 เหมืองในเมียนมา ร้องตรวจสอบสารปนเปื้อนในแม่น้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806677
.
พรรคประชาชน แถลงผลคุยทูตจีนหลังส่งข้อมูล 2,676 เหมืองในเมียนมา ร้องตรวจสอบสารปนเปื้อนในแม่น้ำ แนะ รัฐบาล ถือธงนำแก้ปัญหา
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงกรณีปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ว่า ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ตนและพรรคประชาชนได้พูดคุยกับทูตจีนที่สถานทูตจีนโดยตรง ซึ่งทางการจีนแสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่าพร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้แก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เพราะสารพิษในน้ำ ไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงเพื่อนบ้านนับล้านคน ซึ่งวันนั้นสถานทูตได้ให้คำมั่นกับพวกเรากลับมาว่า หากมีข้อมูลข้อเท็จจริง ที่ทำให้เห็นว่าเหมืองที่เปิดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก่อให้เกิดมลพิษจริง และเป็นเหมืองที่มีการส่งออกนำเข้าไปยังประเทศจีน โดยจีนมีกฎหมายเข้มงวดในเรื่องการนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธว่าต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทางการจีนพร้อมเข้ามาจัดการเรื่องนี้ เพราะเขาให้ความสำคัญเรื่องภาพลักษณ์ที่ไม่อยากให้สายตาของประชาชนชาวไทยและประชาคมโลก มองว่ารัฐบาลจีนสนับสนุนธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ตน และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้เข้าพบทูตจีน โดยตรงเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สถานทูตจีนและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เป็นข้อเท็จจริง ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ ว่าสารพิษที่เกิดขึ้น อาจไม่ได้มีต้นทางมาจากประเทศไทย แต่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านทูตที่ได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า หลังจากได้รับข้อมูลแล้วจะส่งไปยังปักกิ่งและรัฐบาลจีนโดยตรง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่จีนเรียกร้องกลับมาอย่างรัฐบาลไทยคือ เรื่องนี้รัฐบาลจีนไม่สามารถแบกรับและแก้ไขเพียงคนเดียวได้ ต้องมีรัฐบาลไทย และประเทศเพื่อนบ้าน แก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลไทยใช้การทูตที่ถูกต้องไทยในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ถือธงนำในเรื่องนี้ รัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนการทำงานของทางการไทยเช่นเดียวกัน และพร้อมตั้งคณะทำงานหลายฝ่ายประกอบด้วยทางการจีน ฝ่ายไทย เมียนมา และประเทศอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน
.
ด้านนายภัทรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เข้ายื่นบันทึก พร้อมกับเอกสารอ้างอิงอย่างละเอียดให้กับทางจีน ให้เห็นชัดเจน ไม่ใช่แค่ผลการตรวจน้ำและตะกอนดิน หรือผลที่ยืนยันว่าสารพิษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมภายในประเทศ หรือไม่ได้เกิดจากธรรมชาติภายในประเทศไทย แต่ยังมีข้อมูลที่ละเอียดลงลึกยิ่งกว่านั้น คือพิกัดเหมือง 2,676 เหมืองในประเทศเพื่อนบ้านที่ร้องขอให้ทางจีนได้ตรวจสอบตามกฎหมายที่จีนเองมีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการร้องขอให้จีนกระทำการใดๆ นอกเหนือจากกฎหมายของเขาเลย
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เป็นการร้องขอเบื้องต้นเพื่อให้พรรคประชาชนสามารถทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคน ในการประสานระหว่างจีนและประชาชน ให้จีนแสดงให้คนไทยเห็นว่า จีนมีความจริงใจและใส่ใจต่อปัญหานี้มากน้อยแค่ไหน โดยได้ยื่นเอกสารมากกว่า 500 หน้า ทั้งข้อมูลวิทยาศาสตร์ งานวิจัยที่รองรับให้จีนได้เห็นชัดเจนว่าสารพิษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นภายในประเทศไทย แต่ประเทศไทยและประเทศในลุ่มน้ำโขงทั่วประเทศได้รับผลกระทบเต็มๆ
.
สิ่งแวดล้อมไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด แต่ว่าการกระทำในส่วนนี้ รัฐบาลไทยต้องเป็นแกนนำในการเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะปัญหานี้ประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลยแต่ได้รับผลกระทบเต็มๆ“ นายภัทรพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาหรือวิธีที่รัฐบาลทำอยู่อาจไม่เพียงพอ อาจเห็นท่าการแสดงบทบาทของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่พูดคุยกับทางเมียนมา แต่อย่าลืมว่าที่ตั้งเหมืองหลายๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจการควบคุมดูแลของรัฐบาลเมียนมาโดยตรง อาจจะอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อยต่างๆ ในเมียนมาด้วย ดังนั้น วิธีจัดการเรื่องนี้ อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ หากดูตัวเลขการนำเข้าแร่หายากหนัก ที่ทางจีนนำเข้าจากประเทศอื่นๆ ต้องบอกว่าประเทศเมียนมา มีสัดส่วนที่สำคัญมาก เกือบทั้งหมดที่นำเข้าในจีน มาจากเมียนมา
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น หากจีนมีข้อเท็จจริงที่ชี้ชัดว่า แร่ต่างๆ ที่นำเข้าจากนอกประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของจีน ไม่ได้ควบคุมเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างดีเพียงพอ ทางการจีนสามารถออกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจในการบังคับให้เหมืองแร่เหล่านั้น ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่จีนเป็นผู้กำหนด โดยทูตได้เน้นย้ำหลายรอบว่าพร้อมสนับสนุนการทำงานส่วนนี้
.
เมื่อถามว่า เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ชี้แจงว่า ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และมีการใส่ร้ายป้ายสีจีน พร้อมเรียกร้องให้พรรคประชาชนมีท่าทีเป็นกลาง และแสดงวิสัยทัศน์อย่างสร้างสรรค์นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับสิ่งที่ทางสถานทูตจีนออกมาสื่อสาร และเข้าใจทั้งสองฝ่าย เชื่อว่าสิ่งที่เป็นทางออกจริงๆ คือการนำข้อเท็จจริงมาพูดในเวทีสาธารณะ หากได้ข้อเท็จจริงแล้วเชื่อว่าทางการจีนพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่