รีวิว James Bond 5 ภาครวด (2006-2021)

กระทู้สนทนา
ในช่วงที่หนัง James Bond ฉบับ Danial Crage  ฉาย ผมไม่มีโอกาสได้ไปดูในโรงครบทุกภาค ได้ดูในโรงแค่ภาค Spectre  ตอนนั้นในฐานะแค่คุ้นชื่อ James Bond ว่าเป็นสายลับอังกฤษรหัส007   ไม่ได้รู้ปูมหลังอะไรไปมากกว่านั้น รู้สึกหนังสนุกคิวบู๊มันส์อลังการ  ขัดใจนิดๆที่พระเอกมันดู plot armer แบบฝ่าดงศัตรูเป็น 10 แต่ไม่โดนยิงเลย   เลยไม่ได้น่าจดจำเท่าไหร่ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน Jame Bond เข้า Netflix แบบครบทุกภาคแบบเงียบๆ  ซึ่งผมไม่ได้เป็นแฟนหนังบู๊เท่าไหร่ พวกเฟรนไชน์ดังๆอย่าง  John Wick, Fast ผมไม่เคยดูซักภาค(ฮา)

   แต่ที่อยากดู 007 เพราะอินกับยุโรปมากก การดูหนังชุดนี้ได้เห็นพระเอกไปล่าผู้ร้ายในเมืองต่างๆทำให้รู้สึกเหมือนเราได้ไปเที่ยวด้วย  เลยไล่ดูตั้งแต่ Casino Royal(2006) จนถึง No time to Die(2021)  แล้วมาบอกความรู้สึกทีละภาคนะครับ

   1. Casio Royal(2006) เป็นภาคที่ Danial Crage หล่อที่สุด  มีความดิบเถื่อนลุยๆเยอะที่สุด  เป็นช่วงที่ Bond ยังฆ่าคนมาไม่เยอะ ยังมีพลาดบ้าง บทดี มีคาดเดายาก จุดที่นึกว่าจะจบแล้วแต่มีก๊อก2 ก๊อก3 อีก   ส่วนสาวBond Eva Green ก็สวยมากเช่นกัน จุดขัดใจนิดนึงตรงที่ตัวร้ายที่มันดูเก่งไปสุดได้มากกว่านี้  แต่มีจุดที่น่าจดจำ เพราะซีนลูกตุ้ม + อินเนอร์นักแสดง  แต่จริงๆผมคาดหวังให้ตัวร้ายมันเหลี่ยมเยอะกว่านี้หน่อย  โดยรวมเป็นภาคที่ดูสนุกครับ  Classic!!

   2. Quantum of Solace(2008) เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคแรกแบบต่อเนื่องกันเลย  CIA เข้ามามีบทบาทมากขึ้น(แวะแซวนิดนึงว่า หนัง Hollywood ที่ CIA  เป็นตัวเอก รูปร่างสูงกำยำเท่ๆแบบ Brad Pitt, Tom Cruse แต่ในเรื่องฝั่ง CIA นี่แบบ5555 พี่กะว่ากลัวหล่อกว่า Bond ว่างั้น)  ดูได้เรื่อยๆ มีเอื่อยบ้าง แต่ไม่ได้มีอะไรให้น่าจดจำ สาว Bond ภาคนี้ดูผลุบๆโผล่ๆ ไม่ค่อยเล่าเยอะ  ตอนจบก็รักบอนด์แบบงงๆ จริงๆก็เป็นงี้แทบทุกภาค(ฮา) รวมๆเลยเฉยๆ ไม่แย่แต่ก็ไม่ได้ดี เป็นภาคที่ตัวร้ายจืดๆ

3. Sky Fall(2012)  หลายคนยกให้เป็นอีก 1 ภาคที่ชอบที่สุด เพราะได้เห็นอดีตของ Bond บางส่วน  เปิดตัว M อีกคน ซึ่งก็ยังดูไม่ได้มีบทมากเท่าไหร่  แต่ประเด็นของMกับตัวร้ายดูเล่นได้เยอะกว่านี้ แต่ไม่ได้แตะมากๆ ตัวร้ายมีความโจ๊กเกอร์ และน่าจะเป็นภาคแรกที่ถ่าย location ในเอเชียหลายประเทศ ทั้งตุรกี ฮ่องกง  เซี่ยงไฮ้ เกาะฮาชิมะ ที่ญี่ปุ่น  ภาคก่อนๆ สาว Bond ยังมีบทบาทจนจบ แต่ภาคนี้มาไวไปไว5555  สำหรับผมภาคนี้เฉยๆ ช่วงท้ายชอบโลเคชั่นสก๊อตแลนด์ บทเฉยๆ sequnce Action ยังดีเหมือนเดิม  ไม่ได้อลังการ แต่ก็ตู้มต้ามอยู่บ้าง

4. Spectre(2015) น่าจะเป็นภาคที่สาว bond มีบทบาทมากที่สุด  เรื่องเปิดตัว spectre ซึ่งบางคนอาจรู้สึกเชย แต่ผมว่ามันเท่และขลังดี  การประชุมโต๊ะยาว หัวหน้าที่นั่งในเงามืดค่อยๆเผยหน้าออกมา  ฉาก Dave Bautista เปิดตัวก็เล่นได้น่าเกรงขาม ทำให้คนดูอย่างเรา set frame เลยว่า โอเค! องค์กรนี้ไม่ใช่ผู้ดีจิบชาแล้วกดระเบิดแบบภาคก่อนๆ แต่มีความดิบป่าเถื่อน สามารถจกตาคน ในที่ประชุมเป็น100คนได้   ภาคนี้มีกลิ่นของภาค casino + solace ผสมกันด้วย location ทะเลทรายที่เหมือนจะจบแล้ว แต่ยังไม่จบ ต้องมาเก็บงานที่ london ต่อ

5.  No Time To Die(2021)   มันไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่มาจบ สิ่งที่ยังค้างอยู่จากภาคก่อน ผมชอบครึ่งแรกนะ เพราะคนที่อินจากภาคก่อน มันต่อติดไม่ยาก  ได้มาเจอตัวละครที่คุ้นเคย  conflict ระหว่าง bond กับนางเอก ที่เข้าใจผิดกัน แล้วต้องมาเผชิญหน้ากัน  ไหนจะเรื่องอดีตของนางเอก  แต่พอครึ่งหลังเท่านั้นแหละ มันเล่นใหญ่สมเป็นภาคสุดท้ายแหละ แต่รู้สึกมันเหนือจริงเกินไป ทั้งเรื่องอาวุธชีวภาพที่บอกเลยว่าโคตรโกง  ตอนจบมันน่าจะซึ้งแหละ(ถ้าผมไม่โดนสปอยมาก่อน!!)

โดยรวมแล้วเป็นอีกหนึ่ง franchise ที่ผมรักมากๆ  จุดที่น่าชื่นชมคือ ทุกภาคถ้ามองแบบผิวเผิน มันน่าจะจบในภาค แต่ของ Danial Crage  ทุกอย่างถูกร้อยเรียงเป็นเส้นเรื่องเดียวกันหมดเลย หลายๆอย่างที่เกิด มันส่งผลกระทบไปถึงภาคต่อๆไป  เพลง opening-scene ที่เป็น credit + ขึ้นเพลงประจำภาค  ผมดู 5 ภาคใน netflix ไม่เคยกด skip เลย ดูเพลินมากๆ แล้วภาพมันดูสื่อถึงเนื้อเรื่องจริงๆ  จุดที่ไม่ชอบมีอยู่ 1-2 อย่าง  อย่างแรกคือ Plot armor  อีกอย่างคือ ผมเข้าใจบริบทว่า bond คือสายลับทรงเสน่ห์  แต่บางที่สาวก็ติดพี่ง่ายเกิ้น จนเหมือนจับวาง

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่