มีใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่บ้างไหมคะ? วันนี้ทั้งวันเรื่องงานก็ราบรื่น อารมณ์ดี หัวเราะได้ขำขันกับเพื่อนร่วมงานแท้ๆ แต่พอตกดึกนอนเหงาๆ อยู่บนเตียง มือเจ้ากรรมดันกดเข้าไปส่องโปรไฟล์แฟนเก่า หรือเปิดแชทเก่าๆ มาอ่านให้ตัวเองนั่งน้ำตาซึมเล่นซะงั้น!
พฤติกรรม "หาทำ" แบบนี้ ในทางจิตวิทยาบางครั้งมันคือการที่เราเผลอพาตัวเองกลับไปอยู่ใน
Comfort Zone ของความเจ็บปวด ค่ะ เพราะสมองเราอาจจะคุ้นชินกับความรู้สึกเครียดหรือกังวล พอชีวิตมันเรียบง่ายและมีความสุขเกินไป สมองดันรู้สึกว่า "เห้ย มันสงบแปลกๆ หรือเปล่า?" สุดท้ายเลยสั่งให้เราไปสรรหาเรื่องทุกข์ใจมาใส่ตัว เพื่อให้กลับไปอยู่ในจุดที่คุ้นเคย
แต่ลองคิดดูดีๆ นะคะ ชีวิตคนเราในแต่ละวันเจอเรื่องฉุดกระชากลากถูให้ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องงาน เรื่องรถติด กว่าจะจับพลัดจับผลูเจอเรื่องที่ทำให้เรายิ้มออก หรือหัวเราะออกมาได้จากใจจริง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ "ความสุข" ในยุคนี้มันมีราคาที่ต้องจ่าย และเป็นของหายากกว่าที่เราคิดเยอะมาก
ดังนั้น ถ้าวันไหนที่คุณสามารถยิ้มได้แล้ว หัวเราะได้เต็มเสียงแล้ว...
โปรดรับผิดชอบและปกป้องความสุขของตัวเองด้วยค่ะ อย่าไปสรรหาเรื่องทุกข์ใจเก่าๆ หรือเรื่องแย่ๆ ของคนอื่นมาเติมใส่สมองอีกเลย เว้นเสียแต่ว่า... คุณจะยังรู้สึกว่าตัวเอง "ทุกข์ใจไม่สาแก่ใจ" อยากจะดิ่งลงไปในความเศร้าอีกรอบ ซึ่งเชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นหรอกจริงไหม?
ฝึกที่จะอยู่กับความสงบและความสุขให้ชินค่ะ ถ้ารู้ตัวว่ามือกำลังจะเริ่มส่อง เริ่มขุดคุยเรื่องแย่ๆ ให้ฮึบแล้ววางมือถือลง หันไปฟังเพลงสบายๆ หรือนอนหลับฝันดีให้รางวัลตัวเองที่วันนี้ผ่านมันมาได้ด้วยรอยยิ้มจะดีกว่านะ!
แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ มีวิธีจัดการกับตัวเองยังไงเวลาที่รู้สึกว่า "มือมันว่างจนชอบหาเรื่องให้ตัวเองคิดมาก"? หรือใครมีวีรกรรม 'หาทำ' อะไรที่ทำให้วันดีๆ กลายเป็นวันตับพังบ้าง? มาคอมเมนต์แชร์และเตือนสติกันหน่อยค่ะ!
ยิ้มได้ไม่ทันข้ามวัน ก็หาเรื่องให้ตัวเองเครียดอีกแล้ว... หรือเราเสพติด "ความทุกข์" โดยไม่รู้ตัว?
พฤติกรรม "หาทำ" แบบนี้ ในทางจิตวิทยาบางครั้งมันคือการที่เราเผลอพาตัวเองกลับไปอยู่ใน Comfort Zone ของความเจ็บปวด ค่ะ เพราะสมองเราอาจจะคุ้นชินกับความรู้สึกเครียดหรือกังวล พอชีวิตมันเรียบง่ายและมีความสุขเกินไป สมองดันรู้สึกว่า "เห้ย มันสงบแปลกๆ หรือเปล่า?" สุดท้ายเลยสั่งให้เราไปสรรหาเรื่องทุกข์ใจมาใส่ตัว เพื่อให้กลับไปอยู่ในจุดที่คุ้นเคย
แต่ลองคิดดูดีๆ นะคะ ชีวิตคนเราในแต่ละวันเจอเรื่องฉุดกระชากลากถูให้ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องงาน เรื่องรถติด กว่าจะจับพลัดจับผลูเจอเรื่องที่ทำให้เรายิ้มออก หรือหัวเราะออกมาได้จากใจจริง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ "ความสุข" ในยุคนี้มันมีราคาที่ต้องจ่าย และเป็นของหายากกว่าที่เราคิดเยอะมาก
ดังนั้น ถ้าวันไหนที่คุณสามารถยิ้มได้แล้ว หัวเราะได้เต็มเสียงแล้ว... โปรดรับผิดชอบและปกป้องความสุขของตัวเองด้วยค่ะ อย่าไปสรรหาเรื่องทุกข์ใจเก่าๆ หรือเรื่องแย่ๆ ของคนอื่นมาเติมใส่สมองอีกเลย เว้นเสียแต่ว่า... คุณจะยังรู้สึกว่าตัวเอง "ทุกข์ใจไม่สาแก่ใจ" อยากจะดิ่งลงไปในความเศร้าอีกรอบ ซึ่งเชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นหรอกจริงไหม?
ฝึกที่จะอยู่กับความสงบและความสุขให้ชินค่ะ ถ้ารู้ตัวว่ามือกำลังจะเริ่มส่อง เริ่มขุดคุยเรื่องแย่ๆ ให้ฮึบแล้ววางมือถือลง หันไปฟังเพลงสบายๆ หรือนอนหลับฝันดีให้รางวัลตัวเองที่วันนี้ผ่านมันมาได้ด้วยรอยยิ้มจะดีกว่านะ!
แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ มีวิธีจัดการกับตัวเองยังไงเวลาที่รู้สึกว่า "มือมันว่างจนชอบหาเรื่องให้ตัวเองคิดมาก"? หรือใครมีวีรกรรม 'หาทำ' อะไรที่ทำให้วันดีๆ กลายเป็นวันตับพังบ้าง? มาคอมเมนต์แชร์และเตือนสติกันหน่อยค่ะ!