กรมประมงหลังชนฝา ยันตรวจปลากระป๋อง 3 ครั้งไม่พบหมอคางดำ ปชน.จี้ถามแล้ว DNA มายังไง.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806106
.

.
‘ส.ส.ปชน.’ บี้ ‘กรมประมง’ ตอบให้ชัดปมนำปลาหมอคางดำทำปลากระป๋อง หลังพบดีเอ็นเอชัดเจน ด้าน ‘อธิบดีกรมประมง’ ยันตรวจแล้ว 3 ครั้งไม่พบปลาหมอคางดำ
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
.
ช่วงหนึ่ง นาย
ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. ซักถามถึงข้อเท็จจริงของกรณีการนำปลาหมอคางดำผลิตเป็นปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง
.
โดย นาง
ฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า กรมประมงมีห้องปฏิบัติกาที่จำแนกปลาในกระป๋องได้ ซึ่งจากการนำส่งตัวอย่างของ อย. จำนวน 3 ครั้ง พบว่าเป็นปลานิล ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอร์เรล โดยได้จำแนกในห้องปฏิบัติการดูโครงส้างของปลา โดยระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำจะมีความห่างของเกล็ดบนลำตัว ซึ่งในห้องปฏิบัติการมีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญจำแนกชนิดของปลาปฏิบัติการอยู่
.
ทำให้ นาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. ซักถามว่า ที่บอกว่าใช้ความห่างของเกล็ดบนลำตัวนั้น ตนขอให้ช่วยนำปลากระป๋องที่ถูกอายัดไว้นับหมื่นกระป๋องที่ จ.สมุทรสาคร ไปตรวจในห้องปฏิบัติการของภาครัฐอื่น เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะจากการตรวจสอบของศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อาหารทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งตรวจในระดับดีเอ็นเอ พบว่าเป็นดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำ
.
จากนั้น นาง
ฐิติพร ชี้แจงว่า “
กรมประมงไม่มีอำนาจอายัด เพราะเป็นหน้าที่ของ อย.”
.
ทำให้นาย
ณัฐชา กล่าวขึ้นว่า “
ผมไม่ได้ขอให้ไปอายัดปลากระป๋อง แต่ขอให้ขอความร่วมมือจาก อย. ให้นำมาปลากระป๋องที่ยึดไปตรวจอีกครั้งในห้องปฏิบัติการของงรัฐ เพื่อนำเสนอต่อประชาชนด้วยผลตรวจอย่างเป็นทางการ”
.
.
วิกฤต ปลาหมอคางดำ บุกหัวหิน
.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ชาวประมงพื้นบ้านริมที่คลองเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกร้องกรมประมง เร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ขยายพันธุ์หนักในคลอง ที่เชื่อมต่อทะเลหัวหิน เกรงจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นและระบบนิเวศในระยะยาว
.
นายจอมขวัญ ลิ้มเนี่ยตี๋ หรือ "ไต๋ขวัญ" พร้อมชาวประมงในพื้นที่ริมคลองเขาตะเกียบ นำแหไปทดลองทอดบริเวณจุดจอดเรือในคลอง ปรากฏว่า พบปลาหมอคางดำจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และตัวเต็มวัย หลายตัวเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่กำลังขยายพันธุ์ โดยปลาตัวผู้หลายตัวกำลังอมไข่ไว้ในปาก ซึ่งแต่ละตัวมีไข่ประมาณ 100–200 ฟอง และบางตัวพบว่าลูกปลาใกล้ฟักออกจากปากแล้ว
.
นายจอมขวัญ บอกว่า ลูกปลาที่ฟักออกจากปากพ่อปลา จะเจริญเติบโตอยู่ภายในคลอง ก่อนกระจายออกสู่พื้นที่ที่เชื่อมต่อกับทะเลหัวหิน หากไม่มีมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเลในอนาคต
.
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 กรมประมง จัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำตลอดแนวคลอง แต่ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี กลับพบว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
.
จึงเรียกร้องให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดจำนวนประชากรปลาชนิดนี้ ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในระยะยาว
.
นอกจากนี้ ยังพบว่าสัตว์น้ำพื้นถิ่น เช่น ปลาตีน และปูก้ามดาบ ซึ่งเคยอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง แทบหายไปจากพื้นที่ ขณะที่สัตว์น้ำชนิดอื่นก็ลดจำนวนลงอย่างมาก เนื่องจากถูกปลาหมอคางดำกินเป็นอาหาร ส่งผลให้ความสมดุลของระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
.
.
พบความเคลื่อนไหวทหารเขมรต่อเนื่อง วนเวียนบริเวณทางขึ้นปราสาทคนา
https://www.dailynews.co.th/news/6026713/
.
พบความเคลื่อนไหวทหารเขมรต่อเนื่อง วนเวียนบริเวณทางขึ้นปราสาทคนา
.
ฝ่ายความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ พบความเคลื่อนไหวทหารเขมรอย่างต่อเนื่อง วนเวียนบริเวณทางขึ้นบันไดไม้ "ปราสาทคนา" ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดา
.
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ยังคงพบว่าทหารกัมพูชา มีการเตรียมพร้อม ทั้งการฝึกซ้อมกำลังพล รวมทั้งเสริมกำลังเติมเต็มตลอดแนวชายแดนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หรือภูมิประเทศจะสูงชัน แต่ทหารกัมพูชาก็ยังไม่ลดละ พยายามพากันเดินลาดตระเวนประชิดแนวชายแดนอย่างไม่ย่อท้อ อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการส่งเสบียงบำรุงกำลัง ทั้งจากแนวหลังอย่างต่อเนื่อง การสร้างบังเกอร์ต่างๆ บางจุดเดินลาดตระเวนไปพบทหารไทยที่เดินลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน
.
โดยเฉพาะที่ชายแดนด้านปราสาทคนา ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็ยังคงพบว่าทหารกัมพูชามีการเสริมกำลัง เดินลาดตระเวน และสอดแนมทหารไทยอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งพบคลิปที่ทหารกัมพูชาถ่ายลงในโซเชียลในหลากหลายกิจกรรมดังกล่าวที่บริเวณแนวชายแดน และภาพที่บริเวณบันไดไม้ทางขึ้นปราสาทคนาส่วนล่าง มีทหารกัมพูชายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบันไดไม้ ส่วนล่างที่ยังไม่ถูกทำลาย ส่วนบันได้ส่วนบนทหารไทยได้เผาทำลายหมดแล้ว รวมทั้งวางลวดหนามกั้นแนวเขตไว้แล้วอีกด้วย
.
อย่างไรก็ตามสถานการณีชายแดนดังกล่าว ได้ส่งผลให้ประชนคนชายแดน แม้จะไม่ตื่นตระหนกและชินกับสถานการณ์การสู้รบมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก็ยังคงไม่ไว้วางใจ มีการตื่นตัวและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา หากมีสัญญาณแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ก็พร้อมจะอพยพออกได้ทันที
.
แต่ในภาพรวม ประชาชนชายแดนยังคงดำเนินชีวิตกันตามปกติ ไม่ต่างกันกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง ที่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันตามปกติ ท่ามกลางความเงียบเหงาและซบเซา จากผลกระทบของการสู้รบร่วม 1 ปีที่ผ่านมา และต่างหวังว่าสถานการณ์ชายแดนจะจบสิ้นลงโดยเร็ว ไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงให้กระทบกับการทำมาหากินของประชาชนชายแดนอีกต่อไป
.
.
จีนผงาด 1 ใน 3 ผู้ผลิตรถยนต์โลก พิษกระบะกดอันดับไทย หลุดท็อป 10
https://www.matichon.co.th/economy/news_5806109
.
TAIA ชี้ พิษกระบะกดอันดับรถยนต์ไทย เผยหลุดท็อป 10 ผู้ผลิตรถยนต์โลก
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นาย
สุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (TAIA) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยในปี 2568 ไทยมียอดผลิตรถยนต์ 1.45 ล้านคัน ลดลง 0.91% ส่งผลให้ อันดับผู้ผลิตรถยนต์ของโลก ปรับลดจากอันดับ 10 มาอยู่ที่อันดับ 11 ขณะที่การผลิตรถยนต์ทั่วโลกอยู่ที่ 96.4 ล้านคัน เติบโต 4% โดยจีนผลิตมากกว่า 30 ล้านคัน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของการผลิตโลก และขยายตัว 23% ในรอบ 10 ปี
.
อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของอาเซียน ด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 3 ล้านคันต่อปี แต่ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตจริงเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง สะท้อนภาวะอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ แม้สัดส่วนการผลิตรถยนต์ xEV จะเพิ่มขึ้นเป็น 55% ขณะที่รถกระบะและอนุพันธ์มีสัดส่วนการผลิตสูงสุดที่ 61% ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถกระบะ 1 ตันที่สำคัญที่สุดของโลก
.
นาย
สุวัชร์ กล่าวว่า ปัญหาหลักยังอยู่ที่ “
ตลาดรถกระบะ” ซึ่งถือเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เนื่องจากใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศมากกว่า 90% และมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท โดยยอดขายรถกระบะในประเทศลดลงจากเฉลี่ยกว่า 300,000 คันต่อปี เหลือเพียงราว 140,000 คัน ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังติดลบประมาณ 5% และคาดว่าอาจจะยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด
.
นอกจากนี้ การส่งออกไปตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ของไทย ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วง 2 เดือนล่าสุด (เดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ยอดส่งออกลดลงราว 20% จากปีก่อนที่ไทยส่งออกรถยนต์ไปเกือบ 200,000 คัน อย่างไรก็ตาม ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจองรถในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ล่าสุดที่ทะลุ 130,000 คัน โดยมากกว่าครึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
JJNY : 5in1 กรมประมงหลังชนฝา│หมอคางดำบุกหัวหิน│พบความเคลื่อนไหวเขมรต่อเนื่อง│พิษกระบะกดอันดับไทย│ค้าปลีกเยอรมนีย่ำแย่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806106
.
.
‘ส.ส.ปชน.’ บี้ ‘กรมประมง’ ตอบให้ชัดปมนำปลาหมอคางดำทำปลากระป๋อง หลังพบดีเอ็นเอชัดเจน ด้าน ‘อธิบดีกรมประมง’ ยันตรวจแล้ว 3 ครั้งไม่พบปลาหมอคางดำ
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
.
ช่วงหนึ่ง นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. ซักถามถึงข้อเท็จจริงของกรณีการนำปลาหมอคางดำผลิตเป็นปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง
.
โดย นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า กรมประมงมีห้องปฏิบัติกาที่จำแนกปลาในกระป๋องได้ ซึ่งจากการนำส่งตัวอย่างของ อย. จำนวน 3 ครั้ง พบว่าเป็นปลานิล ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอร์เรล โดยได้จำแนกในห้องปฏิบัติการดูโครงส้างของปลา โดยระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำจะมีความห่างของเกล็ดบนลำตัว ซึ่งในห้องปฏิบัติการมีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญจำแนกชนิดของปลาปฏิบัติการอยู่
.
ทำให้ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. ซักถามว่า ที่บอกว่าใช้ความห่างของเกล็ดบนลำตัวนั้น ตนขอให้ช่วยนำปลากระป๋องที่ถูกอายัดไว้นับหมื่นกระป๋องที่ จ.สมุทรสาคร ไปตรวจในห้องปฏิบัติการของภาครัฐอื่น เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะจากการตรวจสอบของศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อาหารทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งตรวจในระดับดีเอ็นเอ พบว่าเป็นดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำ
.
จากนั้น นางฐิติพร ชี้แจงว่า “กรมประมงไม่มีอำนาจอายัด เพราะเป็นหน้าที่ของ อย.”
.
ทำให้นายณัฐชา กล่าวขึ้นว่า “ผมไม่ได้ขอให้ไปอายัดปลากระป๋อง แต่ขอให้ขอความร่วมมือจาก อย. ให้นำมาปลากระป๋องที่ยึดไปตรวจอีกครั้งในห้องปฏิบัติการของงรัฐ เพื่อนำเสนอต่อประชาชนด้วยผลตรวจอย่างเป็นทางการ”
.
.
.
นายจอมขวัญ ลิ้มเนี่ยตี๋ หรือ "ไต๋ขวัญ" พร้อมชาวประมงในพื้นที่ริมคลองเขาตะเกียบ นำแหไปทดลองทอดบริเวณจุดจอดเรือในคลอง ปรากฏว่า พบปลาหมอคางดำจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และตัวเต็มวัย หลายตัวเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่กำลังขยายพันธุ์ โดยปลาตัวผู้หลายตัวกำลังอมไข่ไว้ในปาก ซึ่งแต่ละตัวมีไข่ประมาณ 100–200 ฟอง และบางตัวพบว่าลูกปลาใกล้ฟักออกจากปากแล้ว
.
นายจอมขวัญ บอกว่า ลูกปลาที่ฟักออกจากปากพ่อปลา จะเจริญเติบโตอยู่ภายในคลอง ก่อนกระจายออกสู่พื้นที่ที่เชื่อมต่อกับทะเลหัวหิน หากไม่มีมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเลในอนาคต
.
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 กรมประมง จัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำตลอดแนวคลอง แต่ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี กลับพบว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นการดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
.
จึงเรียกร้องให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดจำนวนประชากรปลาชนิดนี้ ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในระยะยาว
.
นอกจากนี้ ยังพบว่าสัตว์น้ำพื้นถิ่น เช่น ปลาตีน และปูก้ามดาบ ซึ่งเคยอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง แทบหายไปจากพื้นที่ ขณะที่สัตว์น้ำชนิดอื่นก็ลดจำนวนลงอย่างมาก เนื่องจากถูกปลาหมอคางดำกินเป็นอาหาร ส่งผลให้ความสมดุลของระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
.
พบความเคลื่อนไหวทหารเขมรต่อเนื่อง วนเวียนบริเวณทางขึ้นปราสาทคนา
https://www.dailynews.co.th/news/6026713/
.
พบความเคลื่อนไหวทหารเขมรต่อเนื่อง วนเวียนบริเวณทางขึ้นปราสาทคนา
.
ฝ่ายความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ พบความเคลื่อนไหวทหารเขมรอย่างต่อเนื่อง วนเวียนบริเวณทางขึ้นบันไดไม้ "ปราสาทคนา" ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดา
.
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ยังคงพบว่าทหารกัมพูชา มีการเตรียมพร้อม ทั้งการฝึกซ้อมกำลังพล รวมทั้งเสริมกำลังเติมเต็มตลอดแนวชายแดนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หรือภูมิประเทศจะสูงชัน แต่ทหารกัมพูชาก็ยังไม่ลดละ พยายามพากันเดินลาดตระเวนประชิดแนวชายแดนอย่างไม่ย่อท้อ อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการส่งเสบียงบำรุงกำลัง ทั้งจากแนวหลังอย่างต่อเนื่อง การสร้างบังเกอร์ต่างๆ บางจุดเดินลาดตระเวนไปพบทหารไทยที่เดินลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน
.
โดยเฉพาะที่ชายแดนด้านปราสาทคนา ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็ยังคงพบว่าทหารกัมพูชามีการเสริมกำลัง เดินลาดตระเวน และสอดแนมทหารไทยอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งพบคลิปที่ทหารกัมพูชาถ่ายลงในโซเชียลในหลากหลายกิจกรรมดังกล่าวที่บริเวณแนวชายแดน และภาพที่บริเวณบันไดไม้ทางขึ้นปราสาทคนาส่วนล่าง มีทหารกัมพูชายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบันไดไม้ ส่วนล่างที่ยังไม่ถูกทำลาย ส่วนบันได้ส่วนบนทหารไทยได้เผาทำลายหมดแล้ว รวมทั้งวางลวดหนามกั้นแนวเขตไว้แล้วอีกด้วย
.
อย่างไรก็ตามสถานการณีชายแดนดังกล่าว ได้ส่งผลให้ประชนคนชายแดน แม้จะไม่ตื่นตระหนกและชินกับสถานการณ์การสู้รบมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก็ยังคงไม่ไว้วางใจ มีการตื่นตัวและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา หากมีสัญญาณแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ก็พร้อมจะอพยพออกได้ทันที
.
แต่ในภาพรวม ประชาชนชายแดนยังคงดำเนินชีวิตกันตามปกติ ไม่ต่างกันกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง ที่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันตามปกติ ท่ามกลางความเงียบเหงาและซบเซา จากผลกระทบของการสู้รบร่วม 1 ปีที่ผ่านมา และต่างหวังว่าสถานการณ์ชายแดนจะจบสิ้นลงโดยเร็ว ไม่ต้องมาคอยหวาดระแวงให้กระทบกับการทำมาหากินของประชาชนชายแดนอีกต่อไป
.
.
จีนผงาด 1 ใน 3 ผู้ผลิตรถยนต์โลก พิษกระบะกดอันดับไทย หลุดท็อป 10
https://www.matichon.co.th/economy/news_5806109
.
TAIA ชี้ พิษกระบะกดอันดับรถยนต์ไทย เผยหลุดท็อป 10 ผู้ผลิตรถยนต์โลก
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (TAIA) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยในปี 2568 ไทยมียอดผลิตรถยนต์ 1.45 ล้านคัน ลดลง 0.91% ส่งผลให้ อันดับผู้ผลิตรถยนต์ของโลก ปรับลดจากอันดับ 10 มาอยู่ที่อันดับ 11 ขณะที่การผลิตรถยนต์ทั่วโลกอยู่ที่ 96.4 ล้านคัน เติบโต 4% โดยจีนผลิตมากกว่า 30 ล้านคัน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของการผลิตโลก และขยายตัว 23% ในรอบ 10 ปี
.
อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของอาเซียน ด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 3 ล้านคันต่อปี แต่ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตจริงเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง สะท้อนภาวะอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ แม้สัดส่วนการผลิตรถยนต์ xEV จะเพิ่มขึ้นเป็น 55% ขณะที่รถกระบะและอนุพันธ์มีสัดส่วนการผลิตสูงสุดที่ 61% ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถกระบะ 1 ตันที่สำคัญที่สุดของโลก
.
นายสุวัชร์ กล่าวว่า ปัญหาหลักยังอยู่ที่ “ตลาดรถกระบะ” ซึ่งถือเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เนื่องจากใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศมากกว่า 90% และมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท โดยยอดขายรถกระบะในประเทศลดลงจากเฉลี่ยกว่า 300,000 คันต่อปี เหลือเพียงราว 140,000 คัน ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังติดลบประมาณ 5% และคาดว่าอาจจะยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด
.
นอกจากนี้ การส่งออกไปตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ของไทย ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วง 2 เดือนล่าสุด (เดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ยอดส่งออกลดลงราว 20% จากปีก่อนที่ไทยส่งออกรถยนต์ไปเกือบ 200,000 คัน อย่างไรก็ตาม ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจองรถในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ล่าสุดที่ทะลุ 130,000 คัน โดยมากกว่าครึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น