‘ณัฐชา’ จับมือ ‘ไบโอไทย’ งัดผลแล็บตรวจดีเอ็นเอปลากระป๋อง ยันชัดเป็นปลาหมอคางดำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5805177
.

.
‘ณัฐชา’ จับมือ ‘ไบโอไทย’ งัดผลแล็บตรวจดีเอ็นเอปลากระป๋อง ยันชัดเป็นปลาหมอคางดำ จ่อเอาผิด ‘กรมประมง-กระทรวงเกษตรฯ-อย.’ ร่วมการันตี บกพร่อง-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ อาจหนักถึงขั้นให้ข้อมูล ทำเอกสารเท็จ จี้ ปรับพ.ร.บ.อาหารให้ทันสมัย
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงความคืบหน้าการตรวจ DNA ปลากระป๋องที่มีข้อสันนิษฐานว่ามาจากปลาหมอคางดำ ว่า ตนได้นำปลากระป๋องที่ได้รับจากประชาชนไปตรวจในหน่วยงานภาครัฐ หลายแห่งที่อยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่กลับได้รับการประสานกลับมาว่าไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ เนื่องจากมีผู้บริหารมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง จากนั้นจึงได้มีการขอความร่วมมือไปยังไบโอไทย (BIOTHAI) หรือองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ไม่แสวงหากำไรที่ขับเคลื่อนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เกษตรกรรมเชิงนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเกษตรกร เพื่อให้ประสานหน่วยงานไปตรวจสอบ
.
นาย
ณัฐชา กล่าวต่อว่า โดยมีการส่งตรวจที่ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อาหารทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลตรวจออกมายืนยันแล้ว จากสองตัวอย่างคือปลากระป๋องจากโรงงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นปลากระป๋องที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นปลานิล ส่วนอีกตัวอย่างเป็นปลากระป๋องจากโรงงานที่ปรากฏเป็นข่าว ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครที่กรมประมงและสคบ. ลงพื้นที่ไปตรวจอายัดไว้และมีผลยืนยันก่อนหน้านี้ว่าเป็นปลานิล แต่ผลตรวจแล็บ ซึ่งใช้การนำชิ้นปลา 3 ชิ้น ตรวจพิสูจน์ 3 แบบ ยืนยัน 8 ครั้ง ตรงกับ DNA Bank ที่กรมประมงเก็บไว้เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ในการนำเข้าปลาหมอคางดำ ดังนั้น นี่เป็นเครื่องยืนยันและพิสูจน์ทราบได้แล้วจากหน่วยงานที่ได้ไปตรวจมา
.
นาย
ณัฐชา กล่าวด้วยว่า ช่วงปีที่ผ่านมากรมประมง กวาดล้างปลาหมอคางดำโดยใช้งบประมาณการยางไปซื้อมาหลายล้านกิโลกรัม และบอกกับประชาชนว่าไปทำน้ำหมักไปทำปุ๋ย ผ่านมาหนึ่งปี เราไปพบปลาที่ไม่มีแหล่งที่มาอยู่ในกระป๋อง เรื่องนี้จึงต้องตามต่อและต้องดำเนินกับคนที่เกี่ยวข้อง ในฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และหลังจากที่ทราบรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดวันนี้ ตนจะส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสอบถามว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องนี้อย่างไร ในฐานะที่ข้าราชการใต้กำกับดูแลไปยืนยันให้เอกชนว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่ใช่ จึงมีความสงสัยว่าทำไมต้องเร่งรัดไปยืนยันเพื่อตัดตอนกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งตนก็จะติดตามเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงในกรรมาธิการ
.
นาย
ณัฐชา กล่าวอีกว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในขณะนี้รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา2-3เท่าตัว เพราะวันนี้ปลาท้องถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติหมดไม่เหลือ วิธีการของกรมประมงไม่มีทิศทาง งบประมาณปี 2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวที่เขียนเงื่อนไข ว่าจะแก้ไขหรือกำจัดปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งในปี 2569 กรมประมงใช้งบประมาณในการกำจัดปลาหมอคางดำ 1.3 ล้านบาท แต่ในปี 2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียว เป็นเพราะอะไร ทำไมเรื่องนี้จึงมองว่าไม่ใช่ปัญหาของประชาชน ทั้งที่เป็นการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมาก
.
ด้านน.ส.
ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) กล่าวว่า Thai-PAN กล่าวว่า ผลตรวจปลากระป๋องด้วยวิธีการดีเอ็นเอมินิบาร์โค๊ดดิ้ง ยืนยันว่าปลากระป๋องยี่ห้อปิ่นทองจากสมุทรสงคราม เป็นปลานิล ระดับความเชื่อมั่น สอดคล้องอยู่ที่ 99.03-99.35% ส่วนยี่ห้อดอกตันหยง ของบริษัทศรีรุ้งงาม เป็นปลาหมอคางดำ
.
ขณะที่นาย
วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ที่เราตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนต่ออาหารที่บริโภค ให้รู้ที่มาของวัตถุดิบที่แท้จริง และเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์การนำปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน มาใช้ประโยชน์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ยังไม่ยุติ หากข้อมูลที่เปิดเผยยังคลุมเครือหรือไม่ครบถ้วน อาจส่งผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และผลแล็บของศูนย์ความเป็นเลิศฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระและมีความน่าเชื่อถือ
.
นาย
วิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ทำให้มีข้อเสนอถึงหน่วยงานรัฐอย่างน้อย 3 ประเด็น 1.ขอให้กรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทบทวนกระบวนการและวิธีการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เปิดเผยผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใส เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน ทั้งนี้เข้าใจว่าการดำเนินงานอาจอยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง แต่เรื่องนี้สำคัญเกินกว่าจะไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ต่อสาธารณะ
.
นาย
วิฑูรย์ กล่าวอีกว่า 2.ขอเรียกร้องให้ อย. และกรมประมง ตรวจสอบซ้ำปลากระป๋องที่อายัดไว้กว่า 10,000 กระป๋อง โดยคาดว่าผลจะไม่แตกต่างจากผลตรวจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และให้ขยายผลตรวจไปยังโรงงานปลากระป๋องอื่นๆ และ ผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ด้วย เพราะอาจมีการนำปลาหมอคางดำไปทำผลิตภัณฑ์อื่น และ 3.ปัจจุบันปลาหมอคางดำยังคงเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชน และมีแนวโน้มแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น เช่น ฝั่งอันดามันและทะเลสาบสงขลา ดังนั้น ต้องมีเป้าหมายชัดเจนในการลดจำนวนและควบคุมการแพร่ระบาด ไม่ใช่เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจโดยละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อม
.
น.ส.
บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า การนำปลาหมอคางดำมาเป็นปลากระป๋องผู้บริโภคไม่ได้เดือดร้อนอะไเพราะปลาก็กินได้เหมือนกัน แต่ควรระบุให้ตรงว่าเป็นปลาหมอคางดำ ถ้าระบุใช้ปลาซาดันก็บอกว่าเป็นปลาซาร์ดีน อย่างไรตาม ปัจจุบันกฎหมายควบคุมปลาหมอคางดำ ห้ามเลี้ยง ห้ามซื้อขายห้ามครอบครอง ประชาชนไปจับได้ในแหล่งน้ำสาธารณะยังขายไม่ได้เลย ต้องขายในร้านที่เป็นหน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับซื้อเมื่อมีประเด็นออกมาเช่นนี้หน่วยงานของรัฐก็ทำตามกระแสหาแสงไปเรื่อยๆ ซึ่งในการตรวจสอบ อย.เรียกเก็บปลากระป๋องไปเป็นหมื่นกระป๋องทำไมไม่ตรวจสอบ เพราะอะไร งบประมาณมีน้อยหรือ และอธิบดีออกมาการันตีว่าเป็นปลานิลก่อนที่จะมีการตรวจสอบ
.
“
เป็นถึงอธิบดี พูดเรื่องไม่จริงสร้าง ความไม่น่าเชื่อถือให้กับประชาชน และไม่เข้าใจว่าเขาทำเพื่ออะไร ตัดประเด็นไม่ว่าจะเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำมีความผิดเท่ากัน เพราะปลากระป๋องบอกว่าเป็นปลาซาร์ดีนก็ต้องเป็นปลาซาร์ดีน จะเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำก็ไม่ได้ ข้างกระป๋องปลาอะไรก็ต้องเป็นปลานั้น ไม่เช่นนั้น ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ย้อมแมว เพราะวัตถุดิบมันปลอมไม่ใช่วัตถุดิบจริง” น.ส.
บุญยืน กล่าว
.
น.ส.
บุญยืน กล่าวต่อว่า หากภาคประชาชนไม่ขยับ หน่วยงานรัฐก็ไม่ขยับเลย ไม่สนใจด้วยทั้งที่ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคชัดเจน กรมประมงหลังจากออกมาพูด ว่าเป็นปลานิล แสดงให้เห็นว่าอธิบดีกรมประมงไม่รู้จักปลา ความน่าเชื่อถือไม่มีเลยพร้อมฝากไปถึงรัฐบาลว่าสภาผู้บริโภคเราเห็นปัญหา เรื่องอาหารไม่ปลอดภัยเยอะมาก เช่นปัญหาน้ำมะพร้าว อย. ตรวจไม่ได้เพราะไม่มีมาตรฐานน้ำมะพร้าวแท้ ทั้งที่ประเทศไทยมีมะพร้าวจำนวนมากเป็นต้น เราจึงได้มีการเสนอกฎหมายพ.ร.บ.อาหารปลอดภัยฉบับใหม่เพราะอาหารไม่ปลอดภัยเลยมาแล้ว 2 ปี พ.ร.บ. ฉบับเก่าล้าสมัยไม่ทันต่อเหตุการณ์ มีบทลงโทษน้อย
.
น.ส.
บุญยืน กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจรู้แล้วว่าปลาหมอคางดำเป็นส่วนประกอบของปลากระป๋อง สิ่งที่ต้องตามต่อคือปลาหมอคางดำมาจากไหน หากมีกฎหมายฉบับใหม่ที่เราได้เสนอเข้าไปสามารถตรวจย้อนกลับได้ จะรู้ที่มาที่ไปของปลาหมอคางดำ และเพิ่มบทลงโทษให้ผู้ประกอบการเกรงกลัวไม่ผลิตในความผิดซ้ำซาก ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยมากขึ้น
.
เมื่อถามว่า เนื่องจากผลตรวจของกรมประมง กับผลแล็บที่นำมาแถลงวันนี้ไม่ตรงกัน ดังนั้นจะมีการตรวจแล็บที่ 3 เพื่อยืนยันผลหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วเป็นปลาอะไร นาย
ณัชชา กล่าวว่า จากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการกับทางกรมประมง เขายืนยันว่า การพิสูจน์ทราบเบื้องต้นว่าเป็นปลานิลนั้น ไม่ได้มีการพิสูจน์ถึงดีเอ็นเอ และไม่ได้ใช้แล็บ คาดว่าเป็นการพิสูจน์อัตลักษณ์เบื้องต้น ประเมินก้าง ประเมินหนัง ประเมินเนื้อ หรือต่างๆ แต่ง่ายๆ คือมีการอายัดปลากระป๋องไว้กว่า 1.3หมื่นกระป๋อง ดังนั้น สามารถนำมาตรวจสอบซ้ำได้ โดยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ ให้ยืนยันว่ามีดีเอ็นเอตรงกับดีเอ็นเอแบงค์ที่กรมประมงมีอยู่หรือไม่ หรือมีความคลาดเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน
.
ถามต่อว่า กรณีที่กรมประมงดำเนินการเพียงตรวจอัตลักษณ์แล้วยืนยันผลเลยว่าเป็นปลานิล โดยไม่ได้มีการตรวจลึกถึงดีเอ็นเอ มองว่าเป็นเพียงความสะเพร่า หรือจงใจที่จะให้ข้อมูลเท็จหรือไม่ นายณัชชา กล่าวว่า ความบกพร่องนั้นชัดเจน เพราะตอนนั้นประชาชนตั้งคำถามตัวโตๆ ว่าข้อมูลท่านจะคลาดเคลื่อน จริงเท็จ อย่างไร ต้องมีเอกสารยืนยันชัดเจนก่อนจะมานำเสนอ ซึ่งวันนั้นเรามีการทวงถามว่าท่านตรวจด้วยวิธีการใด แต่กลับไม่มีการเปิดเผย มีแค่การระบุว่าตรวจแล้ว ไม่เป็นประเด็น มีเพียงการแจ้งไม่ตรงสลากอย่างเดียว จบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนั้น
.
“
ดังนั้นผมถึงถามว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทราบแล้วหรือไม่ มีกระบวนการดำเนินการอย่างอื่นแล้วหรือไม่ และหลังผมดำเนินการส่งเอกสารข้อมูลต่างๆ ให้แล้ว ท่านจะดำเนินการอย่างไร ในส่วนของหน่วยงานที่เราจะมีการส่งดำเนินคดีนั้น เบื้องต้นมีทั้งกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ และอาจรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ร่วมกันแถลงยืนยันว่าปลาที่ใช้ทำปลากระป๋องนั้นคือปลาหมอคางดำ” นาย
ณัชชา กล่าว
.
.
กมธ.ชงแขวนงบ กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร พบรายงานบัญชีไม่โปร่งใส หนี้ไม่ลด เลขาฯรับมีปัญหาจริง แต่ไม่โกง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5805282
.
‘กมธ.งบฯ 70’ ชงแขวนงบ ‘กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร’ พันล้าน หลัง ‘ชัยวัฒน์’ เปิดข้อมูล สตง. พบความไม่โปร่งใสบัญชีจำนวนลูกหนี้เกษตรกร ด้าน ‘ชาดา’ ลั่นต้องหาคนรับผิด หนุนแขวน หากให้ไปเท่ากับละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ ‘เลขากองทุนฟื้นฟูฯ’ รับมีปัญหาการทำบัญชี แต่ไม่มีทุจริต ย้ำเร่งสางให้เสร็จในเดือน ก.ย.
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
อนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับ ทั้งนี้ กมธ.มีข้อซักถามถึงรายละเอียดดำเนินการ โดยเฉพาะในส่วนของ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่พบว่ามีปัญหาต่อการตรวจสอบบัญชี
JJNY : ‘ณัฐชา’จับมือ‘ไบโอไทย’งัดผลแล็บ│กมธ.ชงแขวนงบ กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร│ทีมนายจ้างก้าวหน้าได้เบอร์ครบ 7 คน│'มายอน' ปะทุ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5805177
.
.
‘ณัฐชา’ จับมือ ‘ไบโอไทย’ งัดผลแล็บตรวจดีเอ็นเอปลากระป๋อง ยันชัดเป็นปลาหมอคางดำ จ่อเอาผิด ‘กรมประมง-กระทรวงเกษตรฯ-อย.’ ร่วมการันตี บกพร่อง-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ อาจหนักถึงขั้นให้ข้อมูล ทำเอกสารเท็จ จี้ ปรับพ.ร.บ.อาหารให้ทันสมัย
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงความคืบหน้าการตรวจ DNA ปลากระป๋องที่มีข้อสันนิษฐานว่ามาจากปลาหมอคางดำ ว่า ตนได้นำปลากระป๋องที่ได้รับจากประชาชนไปตรวจในหน่วยงานภาครัฐ หลายแห่งที่อยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่กลับได้รับการประสานกลับมาว่าไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ เนื่องจากมีผู้บริหารมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง จากนั้นจึงได้มีการขอความร่วมมือไปยังไบโอไทย (BIOTHAI) หรือองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ไม่แสวงหากำไรที่ขับเคลื่อนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เกษตรกรรมเชิงนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเกษตรกร เพื่อให้ประสานหน่วยงานไปตรวจสอบ
.
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า โดยมีการส่งตรวจที่ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อาหารทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลตรวจออกมายืนยันแล้ว จากสองตัวอย่างคือปลากระป๋องจากโรงงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นปลากระป๋องที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ พบว่าเป็นปลานิล ส่วนอีกตัวอย่างเป็นปลากระป๋องจากโรงงานที่ปรากฏเป็นข่าว ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครที่กรมประมงและสคบ. ลงพื้นที่ไปตรวจอายัดไว้และมีผลยืนยันก่อนหน้านี้ว่าเป็นปลานิล แต่ผลตรวจแล็บ ซึ่งใช้การนำชิ้นปลา 3 ชิ้น ตรวจพิสูจน์ 3 แบบ ยืนยัน 8 ครั้ง ตรงกับ DNA Bank ที่กรมประมงเก็บไว้เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ในการนำเข้าปลาหมอคางดำ ดังนั้น นี่เป็นเครื่องยืนยันและพิสูจน์ทราบได้แล้วจากหน่วยงานที่ได้ไปตรวจมา
.
นายณัฐชา กล่าวด้วยว่า ช่วงปีที่ผ่านมากรมประมง กวาดล้างปลาหมอคางดำโดยใช้งบประมาณการยางไปซื้อมาหลายล้านกิโลกรัม และบอกกับประชาชนว่าไปทำน้ำหมักไปทำปุ๋ย ผ่านมาหนึ่งปี เราไปพบปลาที่ไม่มีแหล่งที่มาอยู่ในกระป๋อง เรื่องนี้จึงต้องตามต่อและต้องดำเนินกับคนที่เกี่ยวข้อง ในฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และหลังจากที่ทราบรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดวันนี้ ตนจะส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสอบถามว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องนี้อย่างไร ในฐานะที่ข้าราชการใต้กำกับดูแลไปยืนยันให้เอกชนว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่ใช่ จึงมีความสงสัยว่าทำไมต้องเร่งรัดไปยืนยันเพื่อตัดตอนกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งตนก็จะติดตามเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงในกรรมาธิการ
.
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในขณะนี้รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา2-3เท่าตัว เพราะวันนี้ปลาท้องถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติหมดไม่เหลือ วิธีการของกรมประมงไม่มีทิศทาง งบประมาณปี 2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวที่เขียนเงื่อนไข ว่าจะแก้ไขหรือกำจัดปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งในปี 2569 กรมประมงใช้งบประมาณในการกำจัดปลาหมอคางดำ 1.3 ล้านบาท แต่ในปี 2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียว เป็นเพราะอะไร ทำไมเรื่องนี้จึงมองว่าไม่ใช่ปัญหาของประชาชน ทั้งที่เป็นการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมาก
.
ด้านน.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) กล่าวว่า Thai-PAN กล่าวว่า ผลตรวจปลากระป๋องด้วยวิธีการดีเอ็นเอมินิบาร์โค๊ดดิ้ง ยืนยันว่าปลากระป๋องยี่ห้อปิ่นทองจากสมุทรสงคราม เป็นปลานิล ระดับความเชื่อมั่น สอดคล้องอยู่ที่ 99.03-99.35% ส่วนยี่ห้อดอกตันหยง ของบริษัทศรีรุ้งงาม เป็นปลาหมอคางดำ
.
ขณะที่นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ที่เราตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนต่ออาหารที่บริโภค ให้รู้ที่มาของวัตถุดิบที่แท้จริง และเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์การนำปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน มาใช้ประโยชน์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ยังไม่ยุติ หากข้อมูลที่เปิดเผยยังคลุมเครือหรือไม่ครบถ้วน อาจส่งผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และผลแล็บของศูนย์ความเป็นเลิศฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระและมีความน่าเชื่อถือ
.
นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ทำให้มีข้อเสนอถึงหน่วยงานรัฐอย่างน้อย 3 ประเด็น 1.ขอให้กรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทบทวนกระบวนการและวิธีการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เปิดเผยผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใส เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน ทั้งนี้เข้าใจว่าการดำเนินงานอาจอยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง แต่เรื่องนี้สำคัญเกินกว่าจะไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ต่อสาธารณะ
.
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า 2.ขอเรียกร้องให้ อย. และกรมประมง ตรวจสอบซ้ำปลากระป๋องที่อายัดไว้กว่า 10,000 กระป๋อง โดยคาดว่าผลจะไม่แตกต่างจากผลตรวจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และให้ขยายผลตรวจไปยังโรงงานปลากระป๋องอื่นๆ และ ผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ด้วย เพราะอาจมีการนำปลาหมอคางดำไปทำผลิตภัณฑ์อื่น และ 3.ปัจจุบันปลาหมอคางดำยังคงเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชน และมีแนวโน้มแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น เช่น ฝั่งอันดามันและทะเลสาบสงขลา ดังนั้น ต้องมีเป้าหมายชัดเจนในการลดจำนวนและควบคุมการแพร่ระบาด ไม่ใช่เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจโดยละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อม
.
น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า การนำปลาหมอคางดำมาเป็นปลากระป๋องผู้บริโภคไม่ได้เดือดร้อนอะไเพราะปลาก็กินได้เหมือนกัน แต่ควรระบุให้ตรงว่าเป็นปลาหมอคางดำ ถ้าระบุใช้ปลาซาดันก็บอกว่าเป็นปลาซาร์ดีน อย่างไรตาม ปัจจุบันกฎหมายควบคุมปลาหมอคางดำ ห้ามเลี้ยง ห้ามซื้อขายห้ามครอบครอง ประชาชนไปจับได้ในแหล่งน้ำสาธารณะยังขายไม่ได้เลย ต้องขายในร้านที่เป็นหน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับซื้อเมื่อมีประเด็นออกมาเช่นนี้หน่วยงานของรัฐก็ทำตามกระแสหาแสงไปเรื่อยๆ ซึ่งในการตรวจสอบ อย.เรียกเก็บปลากระป๋องไปเป็นหมื่นกระป๋องทำไมไม่ตรวจสอบ เพราะอะไร งบประมาณมีน้อยหรือ และอธิบดีออกมาการันตีว่าเป็นปลานิลก่อนที่จะมีการตรวจสอบ
.
“เป็นถึงอธิบดี พูดเรื่องไม่จริงสร้าง ความไม่น่าเชื่อถือให้กับประชาชน และไม่เข้าใจว่าเขาทำเพื่ออะไร ตัดประเด็นไม่ว่าจะเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำมีความผิดเท่ากัน เพราะปลากระป๋องบอกว่าเป็นปลาซาร์ดีนก็ต้องเป็นปลาซาร์ดีน จะเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำก็ไม่ได้ ข้างกระป๋องปลาอะไรก็ต้องเป็นปลานั้น ไม่เช่นนั้น ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ย้อมแมว เพราะวัตถุดิบมันปลอมไม่ใช่วัตถุดิบจริง” น.ส.บุญยืน กล่าว
.
น.ส.บุญยืน กล่าวต่อว่า หากภาคประชาชนไม่ขยับ หน่วยงานรัฐก็ไม่ขยับเลย ไม่สนใจด้วยทั้งที่ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคชัดเจน กรมประมงหลังจากออกมาพูด ว่าเป็นปลานิล แสดงให้เห็นว่าอธิบดีกรมประมงไม่รู้จักปลา ความน่าเชื่อถือไม่มีเลยพร้อมฝากไปถึงรัฐบาลว่าสภาผู้บริโภคเราเห็นปัญหา เรื่องอาหารไม่ปลอดภัยเยอะมาก เช่นปัญหาน้ำมะพร้าว อย. ตรวจไม่ได้เพราะไม่มีมาตรฐานน้ำมะพร้าวแท้ ทั้งที่ประเทศไทยมีมะพร้าวจำนวนมากเป็นต้น เราจึงได้มีการเสนอกฎหมายพ.ร.บ.อาหารปลอดภัยฉบับใหม่เพราะอาหารไม่ปลอดภัยเลยมาแล้ว 2 ปี พ.ร.บ. ฉบับเก่าล้าสมัยไม่ทันต่อเหตุการณ์ มีบทลงโทษน้อย
.
น.ส.บุญยืน กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจรู้แล้วว่าปลาหมอคางดำเป็นส่วนประกอบของปลากระป๋อง สิ่งที่ต้องตามต่อคือปลาหมอคางดำมาจากไหน หากมีกฎหมายฉบับใหม่ที่เราได้เสนอเข้าไปสามารถตรวจย้อนกลับได้ จะรู้ที่มาที่ไปของปลาหมอคางดำ และเพิ่มบทลงโทษให้ผู้ประกอบการเกรงกลัวไม่ผลิตในความผิดซ้ำซาก ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยมากขึ้น
.
เมื่อถามว่า เนื่องจากผลตรวจของกรมประมง กับผลแล็บที่นำมาแถลงวันนี้ไม่ตรงกัน ดังนั้นจะมีการตรวจแล็บที่ 3 เพื่อยืนยันผลหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วเป็นปลาอะไร นายณัชชา กล่าวว่า จากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการกับทางกรมประมง เขายืนยันว่า การพิสูจน์ทราบเบื้องต้นว่าเป็นปลานิลนั้น ไม่ได้มีการพิสูจน์ถึงดีเอ็นเอ และไม่ได้ใช้แล็บ คาดว่าเป็นการพิสูจน์อัตลักษณ์เบื้องต้น ประเมินก้าง ประเมินหนัง ประเมินเนื้อ หรือต่างๆ แต่ง่ายๆ คือมีการอายัดปลากระป๋องไว้กว่า 1.3หมื่นกระป๋อง ดังนั้น สามารถนำมาตรวจสอบซ้ำได้ โดยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ ให้ยืนยันว่ามีดีเอ็นเอตรงกับดีเอ็นเอแบงค์ที่กรมประมงมีอยู่หรือไม่ หรือมีความคลาดเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน
.
ถามต่อว่า กรณีที่กรมประมงดำเนินการเพียงตรวจอัตลักษณ์แล้วยืนยันผลเลยว่าเป็นปลานิล โดยไม่ได้มีการตรวจลึกถึงดีเอ็นเอ มองว่าเป็นเพียงความสะเพร่า หรือจงใจที่จะให้ข้อมูลเท็จหรือไม่ นายณัชชา กล่าวว่า ความบกพร่องนั้นชัดเจน เพราะตอนนั้นประชาชนตั้งคำถามตัวโตๆ ว่าข้อมูลท่านจะคลาดเคลื่อน จริงเท็จ อย่างไร ต้องมีเอกสารยืนยันชัดเจนก่อนจะมานำเสนอ ซึ่งวันนั้นเรามีการทวงถามว่าท่านตรวจด้วยวิธีการใด แต่กลับไม่มีการเปิดเผย มีแค่การระบุว่าตรวจแล้ว ไม่เป็นประเด็น มีเพียงการแจ้งไม่ตรงสลากอย่างเดียว จบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนั้น
.
“ดังนั้นผมถึงถามว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทราบแล้วหรือไม่ มีกระบวนการดำเนินการอย่างอื่นแล้วหรือไม่ และหลังผมดำเนินการส่งเอกสารข้อมูลต่างๆ ให้แล้ว ท่านจะดำเนินการอย่างไร ในส่วนของหน่วยงานที่เราจะมีการส่งดำเนินคดีนั้น เบื้องต้นมีทั้งกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ และอาจรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ร่วมกันแถลงยืนยันว่าปลาที่ใช้ทำปลากระป๋องนั้นคือปลาหมอคางดำ” นายณัชชา กล่าว
.
.
กมธ.ชงแขวนงบ กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร พบรายงานบัญชีไม่โปร่งใส หนี้ไม่ลด เลขาฯรับมีปัญหาจริง แต่ไม่โกง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5805282
.
‘กมธ.งบฯ 70’ ชงแขวนงบ ‘กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร’ พันล้าน หลัง ‘ชัยวัฒน์’ เปิดข้อมูล สตง. พบความไม่โปร่งใสบัญชีจำนวนลูกหนี้เกษตรกร ด้าน ‘ชาดา’ ลั่นต้องหาคนรับผิด หนุนแขวน หากให้ไปเท่ากับละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ ‘เลขากองทุนฟื้นฟูฯ’ รับมีปัญหาการทำบัญชี แต่ไม่มีทุจริต ย้ำเร่งสางให้เสร็จในเดือน ก.ย.
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับ ทั้งนี้ กมธ.มีข้อซักถามถึงรายละเอียดดำเนินการ โดยเฉพาะในส่วนของ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่พบว่ามีปัญหาต่อการตรวจสอบบัญชี