JJNY : ‘ศุภจี’ ยอมถอย ระงับแผนข้าวแกง│ม็อบโคนมบุกทำเนียบ!│นักการเมืองท้องถิ่นใหญ่กร่าง│ทรัมป์อ้างเริ่มนับกรอบเวลาใหม่

‘ศุภจี’ ยอมถอย ระงับแผนข้าวแกงราคาประหยัด 40 บาท หลังมีกระแสไม่เห็นด้วย
https://www.matichon.co.th/economy/news_5804919
.

.
‘ศุภจี’ ยอมถอย ระงับแผนข้าวแกงราคาประหยัด 40 บาท  ยังไม่ชงเข้า ครม. ขอนำกลับมาทบทวน หลังมีกระแสไม่เห็นด้วย
 .
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประกาศถอยโครงการข้าวแกงราคาประหยัด 40 บาท โดยระบุว่า
.
สวัสดีค่ะ
.
เมื่อวันก่อนได้คุยกับน้องๆ สื่อมวลชน เรื่องของราคาข้าวแกง
.
ซึ่งหลังจากราคาพลังงานเริ่มลดลง กระทรวงพาณิชย์ได้รับการเรียกร้องให้ช่วยหาทางลดค่าครองชีพที่เป็นสิ่งจำเป็น และเป็นรายจ่ายประจำทุกวัน คือข้าวแกง
.
จริงๆ แล้ว ราคาข้าวแกง ขึ้นกับต้นทุนหลายตัว ที่ไม่ได้มาจากราคาพลังงานอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบ แก๊สหุงต้ม ค่าแรง ค่าเช่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน โดยรัฐบาลก็กำลังดูแลในเรื่องเหล่านี้อยู่
.
สำหรับวัตถุดิบจำเป็นในการทำอาหาร ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ” ที่ทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 อยู่แล้ว และจะยังคงดูแล ควบคุมราคาวัตถุดิบจำเป็น และวัตถุดิบราคาประหยัด ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ” อย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเชื่อมโยงวัตถุดิบจากเกษตรกรให้แก่ร้านอาหารโดยตรงเพิ่มเติม เพื่อลดภาระต้นทุน ลดแรงกดดันต่อราคาอาหาร และช่วยเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน
.
และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในเรื่องค่าอาหาร ในช่วงระยะเวลาที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ (ล่าสุดสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ปะทุขึ้นอีก) จึงมีแนวคิดที่จะทำเพิ่มเติม โดยใช้แนวคิดการแก้ไขปัญหาล่วงหน้าแบบที่ใช้กับหลายๆ สินค้า โดยจะสนับสนุนเงินให้ร้านอาหารที่ยินดีมาลงทะเบียนเพื่อนำเสนอเมนูอาหารจานเดียวในราคาประหยัด ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ราคาควรเป็นเท่าไหร่ โดยตัวเลข 40 บาทนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่าง
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกระแสทั้งที่เห็นด้วยและที่ไม่เห็นด้วยหลากหลาย เราก็ยินดีรับฟังและพร้อมจะทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดมาตรการรัฐที่ไปกระทบต่อกลไกตลาด ที่มีคนจำนวนมากบอกว่า มีข้าวแกงราคาประหยัดต่ำกว่าจานละ 40 บาท เป็นทางเลือกอยู่แล้ว หรือบางเสียงเห็นว่า ควรแก้ที่ส่วนอื่นที่อยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวงพาณิชย์
.
เราจึงได้ระงับแผนที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
.
และถึงแม้ว่าเราจะระงับการเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ครม. แล้ว แต่ก็ยังยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะคะ เพราะการตัดสินใจในครั้งนี้ ก็มาจากการที่เราเปิดรับฟังเสียงของทุกคนค่ะ
.
ต้องขอย้ำว่า การจะฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย เราไม่สามารถผลักดันมาตรการที่สำคัญท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างคนละขั้วเช่นนี้ได้ค่ะ
.
ขอบคุณค่ะ
.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
14 กรกฎาคม 2569
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0tJuMcxASw5prmZjB5WHAXLJdgemruNmypxv1AdVAugbTprEMyNi5yJijRyvsf6p3l&id=61570966863796
.

.
ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ปิดถนน ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด รมต.เพื่อไทย รุดเจรจา
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10322468
.
ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ปิดถนน ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด รมต.พรรคเพื่อไทย รุดเจรจารับหนังสือ กลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายหลังจากได้รับคำตอบ
.
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่หน้าสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด นำโดย นายสุบิน ป้อมโอชา ประธานชุมนุมฯ พร้อมประธานสหกรณ์โคนม 60 แห่งทั่วประเทศ และตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 10,000 ครอบครัว เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ
.
นายสุบิน กล่าวว่า วิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเสรีการนำเข้านมผงภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) และไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2568 ส่งผลให้การนำเข้านมผงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนลดการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย ทำให้เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ ราคาน้ำนมตกต่ำ สหกรณ์ขาดสภาพคล่อง และมีภาระหนี้สินทั้งต่อสมาชิกและสถาบันการเงิน กระทบต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานที่ได้รับการส่งเสริมมาอย่างยาวนาน
.
ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ยื่นข้อเสนอ 4 ประการ ได้แก่ ขอชะลอการพิจารณานำเข้านมผงขาดมันเนย งวดที่ 2 ประจำปี 2569 จนกว่าจะรับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกรไทยครบถ้วน พร้อมเร่งจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) รับซื้อน้ำนมดิบปี 2569/2570 ขอขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพิ่มวันดื่มนมเป็น 365 วันต่อปี
.
ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่เกษตรกร และขอปรับปรุงหลักเกณฑ์การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นม โดยแยกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมโคสดออกจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมผงนำเข้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
.
ต่อมาเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ลงบนผิวการจราจรถนนพิษณุโลก บริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตั้งแต่แยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์ถึงแยกสวนมิสกวัน โดยรถที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
.
จากนั้นผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมายังบริเวณประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรอการยื่นหนังสือต่อผู้แทนนายกฯ พร้อมยืนยันว่าจะยื่นหนังสือเฉพาะต่อนายกฯ หรือรองนายกฯ เท่านั้น โดยไม่ยื่นต่อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยยื่นหนังสือหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
.
เวลา 10.00 น. นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ด้านการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ เชิญตัวแทนผู้ชุมนุมจากแต่ละภาค จำนวน 6 คน พร้อมผู้แทนจากองค์การอาหารและยา (อย.) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าหารือนอกรอบภายในทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 5 เพื่อทำความเข้าใจข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม
.
กระทั่งเวลา 10.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นผู้แทนรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม
.
นายวัชระพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและรับทราบปัญหาแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อน พร้อมกล่าวว่า “ใจแลกใจ” และขอให้เกษตรกรมั่นใจว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะตรวจสอบข้อมูลและตัวเลขตามข้อเรียกร้องให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม
.
ภายหลังการรับหนังสือ กลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบคำชี้แจง ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณาและดำเนินการตามข้อเสนอทั้ง 4 ประการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รักษาอาชีพการเลี้ยงโคนม และสร้างความมั่นคงด้านอาหารของประเทศในระยะยาว
.

.
นักการเมืองท้องถิ่นใหญ่ กร่าง พาผู้นำชุมชน-ชาวบ้าน บุกโรงพักคัดค้าน จนท. ยึดป่าพรุควนเคร็ง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10322413
.
นักการเมืองท้องถิ่นใหญ่ กร่าง พาผู้นำชุมชน-ชาวบ้าน บุกโรงพักคัดค้าน จนท. ยึดป่าพรุควนเคร็งกว่า 10 ไร่ ที่ไถบุกรุก เจ้าหน้าที่ต้องหลีกเพื่อป้องกันการปะทะ
.
วันที่ 14 ก.ค.2569 นายทรงคุณ ดาลักกวิน เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส รก.หน.หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือภาคใต้ (สปป.ที่4ภาคใต้) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อม ตชด.427 และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง พื้นที่ หมู่ 6 ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นระดับผู้บริหาร (นายก อบต.) เข้าไปบุกรุก
.
จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ปรับถนนทางเข้าเป็นถนนคอนกรีตเข้าไปเกือบ 2 กม. ก่อนถมหินคลุกเข้าไปอีกประมาณกว่า 100 เมตร รวมระยะทางจากถนนสายหลักเข้าไปรวม 2,020 เมตร และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพรุถควนเคร็ง มีการบุกรุกเข้าไปเพื่อเตรียมทำการแผ้วถาง แต่ได้มีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าตรวจสอบ กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดดังกล่าว
.
นายทรงคุณ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวชุดพญาเสือส่วนกลางได้รับการร้องเรียนว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นระดับผู้บริหา นำรถไถ่และแบคโฮทำการบุกรุกป่าสงวนฯ จึงสั่งการให้หน่วยพญาเสือนครศรีธรรมราชนำกำลังไปตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่ดังกล่าว
.
ซึ่งหลังตรวจยึดและไปบันทึกประจวันไว้ที่ สภ.ชะอวด ปรากฏว่านักการเมืองท้องถิ่นดังกล่าวได้นำผู้นำท้องถิ่นรวมทั้งชาวบ้านไปบุกไปที่ สภ.ชะอวด เพื่อคัดค้านการจับกุม
.
แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงชาวบ้านที่มากันที่ สภ.ชะอวด ไปบันทึกการตรวจยึดนอกพื้นที่เพื่อป้องกันการประจันหน้ากัน และต่อมาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับนักการเมืองท้องถิ่นใหญ่คนดังกล่าวในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 แล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่