ดิฉันได้อ่านพบสาระธรรมที่คิดว่าให้สติและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตท่ามกลางโลกที่ร้อนระอุทั้งอุณหภูมิและกระแสสังคม ขอนำมาแบ่งปันและเผยแพร่ต่อ ในวันพระที่ 14 กรกฎาคม 2569 ดังนี้
"อยู่ในสังคม จะนอกบ้านหรือในบ้าน ก็หนีไม่พ้นความกระทบกระทั่งกันและกัน ต้องเบียดเบียนกันมากบ้างน้อยบ้าง เบียดเบียนเยี่ยงศัตรูบ้าง เบียดเบียนเยี่ยงญาติบ้าง
ธรรมดาคนเราเมื่อถูกทิ่มแทง ย่อมอยากทำลายหนามแหลมทิ้ง ด่ามาด่ากลับ เตะมาเตะกลับ เผลอเป็นส่วนหนึ่ง ที่กลมกลืนกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ
การติดโรคระบาดทางใจ นับเป็นการซ้ำเติมให้ทุกอย่างเลวร้ายลง ต่อยอดบาปกันและกันหนักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิสัยเสียที่เห็นๆ กันอยู่ว่า ระบาดมาจากคนบ้านเดียวกัน
เกลียดอย่างไร มีสิทธิ์เป็นอย่างนั้น
ความจริงที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง ก็คือความอยากแก้แค้นเอาคืน แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่คุณเกลียดโดยไม่รู้ตัว
เช่น ถ้าเขาชอบด่าลับหลัง แทงข้างหลัง แล้วคุณอยากให้เขาโดนด่าลับหลังบ้าง โดนแทงข้างหลังบ้าง เมื่อไม่เห็นว่าเขาโดนเสียที คุณก็ต้องนึกอยากจัดการเองสักวัน
ล้มเลิกความคิดจะเปลี่ยนคนเลวด้วยคำด่า หรือการโต้ตอบที่เผ็ดร้อน เพราะนั่นจะทำให้คนเลวเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดคนเลวลง
เกลียดอย่างไร ไม่ใช่แค่ได้อย่างนั้น แต่มีสิทธิ์เป็นอย่างนั้นเลยทีเดียว
โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากเห็นแต่คนดี ทว่าโลกมีแต่คนเลวให้ดู เราก็ต้องดู และรู้ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นไหม
โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากพบแต่คนมีเหตุผล ทว่าโลกมีแต่คนเอาใจตนเป็นใหญ่ เราก็ต้องทน และไม่หลงเอาแต่ใจตนตามเขา
โลกไม่ตามใจเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องตามใจโลก
ถ้าโลกร้ายเกินกว่าจะเอาตาม ก็ต้องถามหาสิ่งที่ดีขึ้น และถ้าอยากเห็นโลกดีขึ้น ต้องไม่ใช่ด้วยการเฝ้าเรียกร้อง แต่ต้องด้วยการลงมือทำเองในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลก
ใจดีดวงเดียว เราจะมีร้อยวิธี ที่จะเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ พอผ่านได้ ก็เหมือนเดินตรงดิ่งไปรับรางวัล อันเป็นความรู้สึกว่า...
ตัวเราคือของจริง!
มีธรรมะอยู่ในเราจริง!"
ขอขอบคุณ ที่มา IG : kmontraporn
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


โลกไม่ตามใจเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องตามใจโลก : ข้อคิดจาก "ดังตฤณ"
ดิฉันได้อ่านพบสาระธรรมที่คิดว่าให้สติและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตท่ามกลางโลกที่ร้อนระอุทั้งอุณหภูมิและกระแสสังคม ขอนำมาแบ่งปันและเผยแพร่ต่อ ในวันพระที่ 14 กรกฎาคม 2569 ดังนี้
"อยู่ในสังคม จะนอกบ้านหรือในบ้าน ก็หนีไม่พ้นความกระทบกระทั่งกันและกัน ต้องเบียดเบียนกันมากบ้างน้อยบ้าง เบียดเบียนเยี่ยงศัตรูบ้าง เบียดเบียนเยี่ยงญาติบ้าง
ธรรมดาคนเราเมื่อถูกทิ่มแทง ย่อมอยากทำลายหนามแหลมทิ้ง ด่ามาด่ากลับ เตะมาเตะกลับ เผลอเป็นส่วนหนึ่ง ที่กลมกลืนกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ
การติดโรคระบาดทางใจ นับเป็นการซ้ำเติมให้ทุกอย่างเลวร้ายลง ต่อยอดบาปกันและกันหนักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิสัยเสียที่เห็นๆ กันอยู่ว่า ระบาดมาจากคนบ้านเดียวกัน
เกลียดอย่างไร มีสิทธิ์เป็นอย่างนั้น
ความจริงที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง ก็คือความอยากแก้แค้นเอาคืน แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่คุณเกลียดโดยไม่รู้ตัว
เช่น ถ้าเขาชอบด่าลับหลัง แทงข้างหลัง แล้วคุณอยากให้เขาโดนด่าลับหลังบ้าง โดนแทงข้างหลังบ้าง เมื่อไม่เห็นว่าเขาโดนเสียที คุณก็ต้องนึกอยากจัดการเองสักวัน
ล้มเลิกความคิดจะเปลี่ยนคนเลวด้วยคำด่า หรือการโต้ตอบที่เผ็ดร้อน เพราะนั่นจะทำให้คนเลวเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดคนเลวลง
เกลียดอย่างไร ไม่ใช่แค่ได้อย่างนั้น แต่มีสิทธิ์เป็นอย่างนั้นเลยทีเดียว
โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากเห็นแต่คนดี ทว่าโลกมีแต่คนเลวให้ดู เราก็ต้องดู และรู้ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นไหม
โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากพบแต่คนมีเหตุผล ทว่าโลกมีแต่คนเอาใจตนเป็นใหญ่ เราก็ต้องทน และไม่หลงเอาแต่ใจตนตามเขา
โลกไม่ตามใจเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องตามใจโลก
ถ้าโลกร้ายเกินกว่าจะเอาตาม ก็ต้องถามหาสิ่งที่ดีขึ้น และถ้าอยากเห็นโลกดีขึ้น ต้องไม่ใช่ด้วยการเฝ้าเรียกร้อง แต่ต้องด้วยการลงมือทำเองในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลก
ใจดีดวงเดียว เราจะมีร้อยวิธี ที่จะเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ พอผ่านได้ ก็เหมือนเดินตรงดิ่งไปรับรางวัล อันเป็นความรู้สึกว่า...
ตัวเราคือของจริง!
มีธรรมะอยู่ในเราจริง!"
ขอขอบคุณ ที่มา IG : kmontraporn
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้