หมดยุคทองธุรกิจกระแส ? จากคิวล้นร้าน สู่วันที่ลูกค้าหาย


บทเรียนจากธุรกิจกระแสในประเทศไทย

ตลอดกว่าสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีตัวอย่างของธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วอยู่หลายประเภท แม้แต่ละธุรกิจจะมีเส้นทางที่แตกต่างกัน แต่หลายรายล้วนเผชิญความท้าทายในช่วงที่ตลาดเริ่มอิ่มตัว

เมื่อ "ธุรกิจกระแส" ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย

ปรากฏการณ์ธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วแล้วค่อยๆ แผ่วลง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย หากมองไปยังสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือยุโรป จะพบตัวอย่างที่สะท้อนวัฏจักรเดียวกัน นั่นคือเริ่มต้นจากสินค้าหรือบริการที่สร้างความตื่นเต้น ก่อนขยายตัวอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและตลาดที่อิ่มตัว

1.Frozen Yogurt Boom จากขนมสุขภาพสู่ตลาดที่ล้นเกิน

ช่วงปลายทศวรรษ 2000 ถึงต้นทศวรรษ 2010 ร้านโยเกิร์ตแช่แข็ง (Frozen Yogurt) กลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งในสหรัฐอเมริกา ผู้บริโภคมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าไอศกรีมทั่วไป ขณะที่รูปแบบร้านแบบ "ตักเอง จ่ายตามน้ำหนัก" สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า แบรนด์อย่าง Pinkberry, Yogurtland และ Menchie's ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว จนเกิดผู้เล่นรายใหม่จำนวนมาก ตลาดเต็มไปด้วยร้านโยเกิร์ตแช่แข็งแทบทุกย่านการค้า

แต่เมื่อความแปลกใหม่หมดลง ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มหันไปสนใจของหวานประเภทอื่น ร้านจำนวนไม่น้อยต้องปิดตัวลง เหลือเพียงบางแบรนด์ที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ผ่านการปรับเมนูและลดขนาดการขยายสาขา

2. Cupcake Boom เมื่อคัพเค้กไม่ได้พิเศษอีกต่อไป

กระแสคัพเค้กพรีเมียมได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ หลังจากได้รับการพูดถึงผ่านสื่อและรายการโทรทัศน์ ร้านชื่อดังอย่าง Magnolia Bakery กลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวและผู้ชื่นชอบขนมหวาน

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ร้านคัพเค้กเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หลายเมืองมีร้านเปิดใหม่แทบทุกเดือน แต่เมื่อสินค้ากลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไป ความพิเศษก็ลดลง ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาขนมประเภทใหม่ๆ  สุดท้าย ร้านที่อยู่รอดได้มักเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเดิม หรือสามารถขยายสินค้าไปยังหมวดอื่น ส่วนร้านขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยต้องปิดกิจการ

3. Bubble Tea ความนิยมที่ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป

ก่อนที่ชานมไข่มุกจะกลับมาได้รับความนิยมทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้เคยผ่านช่วงซบเซามาแล้วในหลายประเทศ ในระยะแรก กระแสชานมไข่มุกเติบโตจากความแปลกใหม่ ก่อนจะมีร้านเปิดตามกันจำนวนมาก ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาเพิ่มขึ้น และหลายแบรนด์หายไปจากตลาด

การกลับมาของชานมไข่มุกในรอบใหม่ไม่ได้เกิดจากเมนูเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ การออกแบบร้าน และการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือทางการตลาด ทำให้บางแบรนด์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แม้อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ทำไมคนแห่ลงทุนกับธุรกิจกระแส

แม้จะมีตัวอย่างของธุรกิจที่รุ่งเร็วและร่วงเร็วเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้งที่มีกระแสใหม่เกิดขึ้น ก็ยังมีผู้ประกอบการและนักลงทุนจำนวนมากพร้อมจะกระโจนเข้าสู่ตลาด คำถามคือ เพราะเหตุใดวัฏจักรนี้จึงไม่เคยหายไป

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ "จิตวิทยาของตลาด"

เมื่อผู้คนเห็นลูกค้าต่อคิวยาว เห็นร้านขายหมดทุกวัน หรือเห็นภาพยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ก็ย่อมเชื่อว่าความต้องการดังกล่าวจะดำรงอยู่ต่อไป ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงความต้องการในช่วงเริ่มต้น หรือความตื่นเต้นของผู้บริโภคที่อยากทดลองสินค้าใหม่

อีกปัจจัยสำคัญคือ FOMO (Fear of Missing Out) หรือความกลัวว่าจะพลาดโอกาส หลายคนไม่ได้ลงทุนเพราะศึกษาตลาดอย่างละเอียด แต่ลงทุนเพราะเห็นคนอื่นกำลังประสบความสำเร็จ และกังวลว่าหากช้าเกินไป จะเสียโอกาสสร้างรายได้

ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังใช้ยอดขายในช่วงเปิดร้านเป็นตัวตั้งในการขยายสาขา ทั้งที่ยอดขายช่วงเริ่มต้นมักสูงกว่าปกติ เพราะอาศัยกระแส การนำตัวเลขดังกล่าวไปคำนวณการขยายสาขา จึงอาจทำให้ประเมินศักยภาพของตลาดสูงเกินจริง

ในหลายกรณี ระบบแฟรนไชส์ก็เป็นอีกแรงผลักดันสำคัญ เมื่อธุรกิจต้นแบบประสบความสำเร็จ การขายสิทธิ์แฟรนไชส์สามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของความต้องการที่แท้จริง

ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียทำให้วัฏจักรของธุรกิจกระแสหมุนเร็วกว่าในอดีต จากเดิมที่กระแสอาจใช้เวลาหลายปีในการเติบโต ปัจจุบันบางธุรกิจสามารถเป็นที่รู้จักทั่วประเทศภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็อาจสูญเสียความนิยมได้รวดเร็วไม่ต่างกัน

บทสรุป

ธุรกิจที่ผู้คนเชื่อว่าจะเติบโตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จากร้านขนม เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจบริการรูปแบบใหม่ หลายแบรนด์เคยสร้างปรากฏการณ์ด้วยคิวหน้าร้านที่ยาวเหยียด ยอดขายถล่มทลาย และการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับมีเพียงไม่กี่รายที่สามารถเปลี่ยนความสำเร็จในช่วงสั้นๆ ให้กลายเป็นธุรกิจที่ยืนหยัดได้ในระยะยาว

บทเรียนจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศจึงชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่สร้างคิวหน้าร้าน อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่สร้างธุรกิจให้อยู่รอด ความยั่งยืนไม่ได้วัดจากวันที่ลูกค้าแห่มาต่อแถวมากที่สุด

แต่คือวันที่กระแสเงียบลงแล้ว ลูกค้ายังคงเลือกกลับมาใช้บริการเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ คุณค่า และประสบการณ์ที่แบรนด์มอบให้ นั่นคือความแตกต่างระหว่างธุรกิจที่ดังเพียงชั่วคราว กับธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr. https://www.facebook.com/share/p/18o9BcJNuE/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่