ทำไมสเปกโรงงาน (EPA / WLTP / NEDC / CLTC) ถึงต่างจากระยะวิ่งจริงบนถนนไทย?

เรื่องนี้ผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่ขับรถไฟฟ้า (EV) หรือกำลังศึกษาอยู่ น่าจะพอรู้กันอยู่บ้างแล้ว แต่ขออนุญาตมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ อีกทีครับ เผื่อว่ามือใหม่หรือคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าผ่านมาเห็น จะได้ไม่หลงกลตัวเลขเคลมข้างโบชัวร์ แล้วเอาไปคำนวณระยะทางใช้งานจริงได้แม่นยำขึ้นครับ
          เคยสงสัยไหมครับว่า รถ EV หลายรุ่นเคลมระยะทางวิ่งได้ 500-600 กิโลเมตร แต่พอมาขับจริงในไทย เปิดแอร์ฉ่ำๆ รถติดๆ หรือวิ่งยาวๆ ต่างจังหวัด ทำไมวิ่งได้จริงแค่ 350-400 กิโลเมตร แบตก็แทบจะหมดก้นหม้อแล้ว? สาเหตุหลักๆ มันมาจาก "มาตรฐานการทดสอบ" ที่แต่ละประเทศใช้ครับ ซึ่งห้องแล็บกับถนนประเทศไทยมันคนละเรื่องกันเลย ลองมาดู 4 มาตรฐานหลักที่ค่ายรถชอบใช้กัน โดยผมขอเรียงจากมาตรฐานที่ "โลกสวยที่สุด" ไปจนถึง "แม่นยำที่สุด" ดังนี้ครับ

1. NEDC (New European Driving Cycle)
นิยามสั้นๆ โลกสวยที่สุด อิงนิยายที่สุด
ความจริง เป็นมาตรฐานเก่าตั้งแต่ปี 80 (แม้จะชื่อ New ก็เถอะ) ทดสอบในห้องแล็บที่จำลองการวิ่งแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ความเร็วต่ำ ไม่ค่อยมีเร่งแซง และที่สำคัญคือ "ปิดแอร์วิ่ง" ในอุณหภูมิห้องแล็บเฉลี่ย 20-30 องศาเซลเซียส พอมาเจอแดดเมืองไทย 38 องศาบวกกับรถติดสาทร ระยะทางเลยหายไปดื้อๆ 25-30% เป็นเรื่องปกติครับ

2. CLTC (China Light-Duty Vehicle Test Cycle)
นิยามสั้นๆ มาตรฐานสไตล์พี่จีน เมืองหลวงรถติด
ความจริง มาตรฐานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพฤติกรรมการขับขี่ในประเทศจีน เน้นวิ่งในเมืองที่รถติดสลับหยุดนิ่ง ความเร็วเฉลี่ยต่ำมาก ข้อดีคือมันจำลองการจราจรหนาแน่นได้ดี แต่ข้อเสียคือ พอมันวิ่งช้า มันเลยได้แรงเฉื่อยและการดึงพลังงานกลับบ่อย ตัวเลขเคลมเลยพุ่งสูงลิ่ว (บางทีสูงกว่า NEDC ด้วยซ้ำ) แต่พอเอามาวิ่งทางไกล ความเร็ว 110-120 km/h ยาวๆ ในไทย แบตจะฮวบเร็วกว่าที่คิดเยอะครับ วิ่งจริงหายไปประมาณ 20-30% เช่นกัน

3. WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure)
นิยามสั้นๆ สมจริงขึ้นมาหน่อย มาตรฐานฝั่งยุโรป
ความจริง เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมาแทน NEDC มีการทดสอบที่โหดขึ้น ใช้ความเร็วสูงขึ้น มีการเร่งและเบรกแบบจริงจัง ไม่ได้วิ่งนิ่งๆ ตัวเลข WLTP เลยมักจะต่ำกว่าสองตัวแรกเสมอ ถ้ารถค่ายไหนเคลมตัวเลขนี้มา ให้เราคิดลบออกไปประมาณ 10-15% ก็จะได้ระยะทางที่ใกล้เคียงกับการวิ่งจริงในไทยแล้วครับ

4. EPA (Environmental Protection Agency)
นิยามสั้นๆ ดิบ เถื่อน ตรงไปตรงมาที่สุดในโลก
ความจริง นี่คือมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว ขั้นตอนการทดสอบของเขาไม่ได้อยู่แค่ในห้องแอร์เนิบๆ แต่มีการจำลองการวิ่งทางไกลด้วยความเร็วสูงยาวๆ มีการทดสอบเปิดแอร์ในสภาวะอากาศร้อนจัด รวมถึงเปิดฮีตเตอร์ในอากาศหนาวจัด เพื่อดูว่าระบบจัดการความร้อน (Thermal Management) ของรถคันนั้นกินไฟดุแค่ไหน ผลลัพธ์คือตัวเลขเคลมของ EPA จะต่ำที่สุดในบรรดาทุกมาตรฐาน แต่เป็นตัวเลขที่ "ขับยังไงก็ทำได้จริง" หรือถ้าขับเนียนๆ ประหยัดๆ เผลอๆ ได้ระยะทางเยอะกว่าสเปกด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่ค่ายรถในไทยไม่ค่อยยอมเอาตัวเลขนี้มาโชว์ในโบชัวร์ เพราะตัวเลขมันดูน้อยจนกลัวจะขายแข่งกับคนอื่นยาก

สรุปสูตรคำนวณคร่าวๆ สไตล์บ้านเรา
          เวลาไปดูรถแล้วเห็นตัวเลขระยะทาง ให้เหลือบตาไปดูวงเล็บข้างหลังครับว่าเป็นมาตรฐานไหน แล้วลองหักลบตามนี้ดู จะได้ไม่กังวลเวลาใช้งานจริง
ถ้าสเปก CLTC / NEDC ให้เอา 0.7 ถึง 0.75 คูณ (เช่น เคลม 500 กม. วิ่งจริงในไทยจะอยู่ราวๆ 350 - 375 กม.)
ถ้าสเปก WLTP ให้เอา 0.85 คูณ (เช่น เคลม 500 กม. วิ่งจริงในไทยจะอยู่ราวๆ 425 กม.)
ถ้าสเปก EPA ยึดตามนั้นได้เลยครับ วิ่งได้จริงชัวร์ๆ เผลอๆ มีเหลือ

          หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับคนที่กำลังมองหารถ EV อยู่คร่าวๆ นะครับ ใครมีประสบการณ์ขับรุ่นไหน แล้วระยะทางหายไปกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสเปกหน้าโบชัวร์ มาแชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่