จากข่าวนี้ ทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยอย่างเร่งด่วน ดันยอดผลิตและส่งออกพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ จนสหรัฐฯ มองว่านี่ไม่

ทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยอย่างเร่งด่วน ดันยอดผลิตและส่งออกพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ จนสหรัฐฯ มองว่านี่ไม่ใช่ศักยภาพตามธรรมชาติของเศรษฐกิจไทย แต่เป็นการ "ใช้ไทยเป็นรัฐกันชนและทางผ่าน" เพื่อระบายสินค้าที่ผลิตล้นเกินจากจีนออกสู่ตลาดโลก

แม้กระทรวงพาณิชย์จะชี้แจงว่าโรงงานไทยใช้กำลังการผลิตเกิน 70-100% ซึ่งเป็นเรื่องจริงในเชิงตัวเลข แต่ในไส้ในของตัวเลขนั้น เป็นสัดส่วนการผลิตจากผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาตั้งฐานในไทยไปแล้วเท่าไหร่? นี่คือสิ่งที่สหรัฐฯ เพ่งเล็ง




สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบไทย 2 ประเด็นใหญ่

ก่อนที่มาตรการภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% ของสหรัฐฯ จะหมดอายุในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สหรัฐฯ ได้ใช้ มาตรา 301 (Section 301) เป็นเครื่องมือพิจารณามาตรการภาษีระยะยาวกับประเทศคู่ค้า ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกตรวจสอบ

1. ไทยถูกกล่าวหาเรื่อง "แรงงานบังคับ"

สหรัฐฯ ระบุว่า ไทยยังไม่มีมาตรการหรือกฎหมายที่ชัดเจนในการป้องกันสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (Forced Labor)
- ไทยกำลังเตรียมผลักดันกฎหมาย HRDD ในปี 2570
- แต่สหรัฐฯ เสนอให้ไทยถูกเก็บภาษี 12.5%
- ขณะที่หลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และกัมพูชา ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ทั้งหมด จึงเสียภาษีเพียง 10%

2. ถูกกล่าวหาว่ามีกำลังการผลิตส่วนเกิน
สหรัฐฯ มองว่าไทยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมจนมีกำลังการผลิตมากเกินไป และอาจส่งสินค้าราคาถูกเข้าตลาดสหรัฐฯ

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกจับตา ได้แก่
- ยานยนต์ และชิ้นส่วน
- ยาง และผลิตภัณฑ์ยาง
- เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และเซมิคอนดักเตอร์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งข้อมูลชี้แจงว่า
- โรงงานไทยส่วนใหญ่ใช้กำลังการผลิตมากกว่า 70%
- บางอุตสาหกรรมใช้เกือบ 100%
- ไทยไม่ได้อุดหนุนภาคเอกชนมากอย่างที่ถูกกล่าวหา

ขณะนี้สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศผลตัดสิน
ทำไมไทยไม่ยอมรับทุกเงื่อนไขของสหรัฐฯ หลายประเทศเลือกยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด เพื่อแลกกับภาษี 10% แต่ไทยเลือก เจรจาเฉพาะเงื่อนไขที่รับได้ เหตุผลคือ หากยอมทุกข้อ อาจกระทบ
- ผู้ประกอบการไทย
- ผู้บริโภค
- นโยบายการค้าของประเทศ
- ความยืดหยุ่นในการค้ากับประเทศอื่น

แม้ไทยอาจต้องเสียภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่งประมาณ 2.5% แต่รัฐบาลมองว่าเป็นการ "เสียสละระยะสั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ระยะยาว"

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีจริง
- ต้นทุนการส่งออกไปสหรัฐฯ สูงขึ้น
- ผู้ส่งออกบางรายอาจแข่งขันยากขึ้น
- โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ยาง เครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม หากส่วนต่างภาษีอยู่เพียงราว 2.5% ไทยยังสามารถแข่งขันได้ เพราะสินค้าหลายประเภทมีคุณภาพสูงและมีฐานลูกค้าเดิม

ตัวอย่างเช่น Delta Electronics ซึ่งส่งออกไปสหรัฐฯ ราว 50% ของยอดขาย ลูกค้ามักไม่เปลี่ยนซัพพลายเออร์ง่าย ๆ แม้ภาษีจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ไทยเตรียมรับมืออย่างไร
รัฐบาลวางแผนลดผลกระทบไว้ 3 แนวทาง

1. ชี้แจงข้อมูลกับสหรัฐฯ
ยื่นข้อมูลโต้แย้งข้อกล่าวหา และยืนยันว่าไทยไม่ได้มีกำลังการผลิตส่วนเกินตามที่ถูกกล่าวอ้าง

2. กระจายตลาดส่งออก
ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นเกือบ 20% ของการส่งออกทั้งหมด โดยเร่งขยายตลาดใหม่ เช่น
- ตะวันออกกลาง
- แอฟริกา
- ลาตินอเมริกา

3. ดึงดูดการลงทุน
ใช้จุดแข็งเรื่อง ความเป็นกลางทางการเมือง เพื่อดึงดูดการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม
- เซมิคอนดักเตอร์
- แผงวงจร (PCB)
- AI
- ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

เครดิตที่มา Bangkokbiznews

--------------------
เครดิต https://www.bualuang.co.th/article/openaccount-wealthconnex

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่