เลยจากจุดสูงสุดที่ Shek-o หมอกเริ่มน้อยลง พอจะใกล้ถึง Big wave beach ก็มีแสงแดดขึ้นมาบ้างที่จุดชมวิวแสงสวยพอดีครับ. เที่ยงกว่าๆเกือบบ่ายโมงครับ ทั้งเหนื่อยทั้งหิวชายหาด ปักธงแดง มีเสียงตามสายประกาศห้ามลงน้ำทะเล ร้านอาหารที่มีอยู่ก็ไม่ขาย มีแต่นมกับน้ำในตู้แช่ครับเลยกินน้ำเต้าหู้ไป 3 ขวด กับขนมปังที่เหลือจากมื้อเช้ารองท้องไปก่อน รีบนั่งบัสแล้วไปต่อ MTR กินมื้อเที่ยงที่ ย่าน Central
จัด แฮมเบอร์เกอร์ในร้าน McDonald's สาขา Central จนอิ่มแปล้ เสร็จก็เริ่ม เดินต่อไป The peak โดยไม่นั่งcable car แต่ไปเดินตาม the peak trail แล้วกลับลงมาด้วย bus จาก bus station ที่ The peak gallery เป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาที่เป็นถนนอย่างดีตลอดทางค่อยเดินกันไปครับ จุดแวะก็เป็น สถานี cable car ด้านล่างและด้านบน, Victoria peak's Lions pavilion Half way coffee ส่วน sky terrace ผมไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนสุดสุดคิดว่าวิวไม่น่าจะต่างกันกับที่ Half way coffee ที่สำคัญไม่อยากเสียตังค์ครับ
หลังจากนอนหลับสนิทมาทั้งคืนตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับเสียงฝนตกซอกแซกๆเปิดพยากรณ์อากาศดูเหมือนเดิมครับยังมีฝนเกือบทั้งวันแล้วก็มีลมกระโชกเป็นช่วงๆ ต้องทำใจครับวันนี้ผมเลือกจะไป Sai Kung West Country Park ซึ่งเป็นอุทยานที่อยู่ไกลที่สุด และเดินลำบากที่สุด ต้องเดินข้ามเขาไปขากลับต้องกลับทางเรือเฟอร์รี่เท่านั้น อยากได้ทดลองนั่งเฟอร์รี่ของฮ่องกงดูครับ
Hongkong...solo date แต่นัดกับเขา
ได้ตั๋วโปรราคาดีบินฮ่องกง ไม่ชอบช็อป ก็เลยจัดทริปเป็นเดินเขา เดินทางช่วงต้นฤดูร้อน ที่หวั่นๆคือกลัวฝนจะตกเนื่องจากเป็นช่วงมรสุมของฮ่องกง เดินเขาตอนฝนตก 55 ลุ้นเล็กๆครับ
ก่อนหน้าไป1 อาทิตย์แอบดูพยากรณ์อากาศดูจาก app ของฮ่องกงเอง เตือนลมกระโชกรุนแรงและฝนตกตลอดที่อยู่ 3 วันเลยครับ เศร้าเลย แต่พอใกล้ๆถึงวันเดินทางพยากรณ์วันสุดท้ายฝนน้อยลงแต่ยังมีลมกระโชกยังมีเป็นช่วงๆ ขอไปดูกันหน้างาน... ไปกันเลยดีกว่าครับ
Day 1 ถึงสนามเย็นฮ่องกงตอนเย็น รับบัตรoctopus เพื่อใช้กับการเดินทางด้วย bus ในทริป ผมซื้อผ่านklook นะครับเพราะถูกกว่าซื้อผ่าน trip.com การบริการอย่างอื่นในทริปนี้ใช้บริการของtrip.com หมดเลยครับเพราะสะดวกและก็มีครบถ้วนโดยเฉพาะตอนช่วงเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินจากภาวะสงครามตะวันออกกลางก็ให้บริการอย่างดีครับ
หลังจากรับบัตรจากเค้าเตอร์เข้าแล้วซึ่งจะมีเงินอยู่ในบัตร 50 HKD เราก็สามารถเติมเงินเข้าบัตรได้ง่ายๆที่ร้าน 7/11 ครับ จากนั้นก็เดินทางเข้าเมืองโดยผมเลือกพัก กามมุน เกสต์เฮ้าที่ถนนนาธาน ซึ่งสะดวกในการเดินทางและเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีในการใช้เป็นฐานในการเดินทางไปเที่ยวต่างอุทยานต่างๆเพราะอยู่ตรงใจกลางการคมนาคมสะดวก ผมพักที่นี่ทั้ง 4 คืนเลยครับ เดินทางด้วยbusจากสนามบินไปยังที่พักเกาลูนราคาแค่เพียง 35 HKD ราคาถูกกว่าการเดินทางด้วย MTR นะครับ แถมแนะนำเลยให้นั่งบัสชั้นบนครับระหว่างทางผ่านสะพานเชื่อมเกาะท่าเรือสวยงามครับ
เข้าเช็คอินที่พักแล้วก็ประมาณทุ่มกว่า ฝนตกมาตลอดทางครับ ไม่ต้องคิดมากหาอาหารกินแล้วแล้วนอนครับ บริเวณถนนนาธานมีร้านอาหารเยอะครับ และปิดประมาณ 4-5 ทุ่ม นี่ก็เป็นความสะดวกอีกอย่างหนึ่งของย่านนี้!!
ผ่านไปแล้วครับสำหรับเตรียมตัวต่อไปก็จะเข้าสู่ช่วง Hiking ครับผมมีเวลา 3 วันเต็มในฮ่องกง มีแพลนที่จะเดินเขาใน 5 trail ครับ
1. Sai Kung West Country Park 13 km
2. Dragon’ s Back trail 8.5 km
3.The peak trail 8.3 km
4. Tai Lam Country Park 11.5
5. Eagle’s Nest Nature Trail 4 km
อันนี้เป็นระยะทางที่ไม่หลงนะครับ ถ้าหลงก็คงจะมากขึ้นไปอีก
ผมจัด trail ที่อยู่ใกล้กันอยู่ด้วยกันก็เลยได้ใน3 วัน คือ ลำดับที่1 ,ลำดับที่ 2+3และวันสุดท้ายลำดับที่4+5
ตื่นเช้าวันที่2 ในฮ่องกงฝนก็ยังตกเปาะแปะๆตลอด แถมพยากรณ์อากาศก็บอกฝนจะตกทั้งวันร่วมกับมีลมกระโชกเป็นช่วงๆ...ผมเลยต้องเปลี่ยนแผนเอา trail ที่ง่ายมาเดินซะก่อน คือไป Dragons backและ The peak trail ในวันนี้ครับ ก็นั่งบัสไปสองต่อ ไปลงที่ To Tei wan ระหว่างทางก็มีบางช่วงที่ฝนหยุดและก็มีบางช่วงที่ฝนตกแรงขึ้น ผมไม่คิดมากแล้วยังไงก็ต้องพึ่งเสื้อฝนและร่มอยู่ดี 55
มาถึง To Tei wan ฝนปรอยๆ
ตรง bus station ที่จอดรถ ไม่มีร้านขายของเลย ในเป้มีเพียงขนมปังชิ้นเล็กๆที่เหลือจากการกินกับกาแฟตอนเช้าและมีน้ำ2 ขวด จะไหวมั้ยนี่ ตัดสินใจเดินย้อนลงไปทางทะเลไปที่หมู่บ้านเห็นมีบันไดอย่างดีอาจจะมีร้านขายอาหารอะไรบ้างก็ได้ หมู่บ้านมีเรือจอดกันอยู่ มีบ้านหลายหลังแต่ทุกหลังล้วนปิดหมดเลย สรุปไม่มีอะไรขายต้องเดินขึ้นบันไดย้อนขึ้นมาที่จุดเริ่ม trail คาดว่าจะข้ามภูเขาไปถึง Big wave beach ใกล้ๆเที่ยง น้ำ 2 ขวดกับขนมปังน่าจะไหวอยู่นะลุยกันดีกว่า
...เส้นทางเดินบางช่วงก็เป็นบันไดบางช่วงก็เป็นเส้นทางธรรมชาติ เป็นหินลอย โดยรวมก็เดินได้ไม่ยากครับป้ายบอกทางค่อนข้างชัดเจน ความสูงที่ยอด
Shek- o ก็แค่ 276 เมตร เองครับ
ขอบคุณที่ฝนตกแค่บางช่วงอากาศสดชื่นแต่มีหมอกลงบังทำให้เห็นวิวด้านล่างได้ไม่ค่อยชัดยังไงรู้สึกชุ่มชื่นดีครับไม่ร้อน
เลยจากจุดสูงสุดที่ Shek-o หมอกเริ่มน้อยลง พอจะใกล้ถึง Big wave beach ก็มีแสงแดดขึ้นมาบ้างที่จุดชมวิวแสงสวยพอดีครับ. เที่ยงกว่าๆเกือบบ่ายโมงครับ ทั้งเหนื่อยทั้งหิวชายหาด ปักธงแดง มีเสียงตามสายประกาศห้ามลงน้ำทะเล ร้านอาหารที่มีอยู่ก็ไม่ขาย มีแต่นมกับน้ำในตู้แช่ครับเลยกินน้ำเต้าหู้ไป 3 ขวด กับขนมปังที่เหลือจากมื้อเช้ารองท้องไปก่อน รีบนั่งบัสแล้วไปต่อ MTR กินมื้อเที่ยงที่ ย่าน Central
จัด แฮมเบอร์เกอร์ในร้าน McDonald's สาขา Central จนอิ่มแปล้ เสร็จก็เริ่ม เดินต่อไป The peak โดยไม่นั่งcable car แต่ไปเดินตาม the peak trail แล้วกลับลงมาด้วย bus จาก bus station ที่ The peak gallery เป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาที่เป็นถนนอย่างดีตลอดทางค่อยเดินกันไปครับ จุดแวะก็เป็น สถานี cable car ด้านล่างและด้านบน, Victoria peak's Lions pavilion Half way coffee ส่วน sky terrace ผมไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนสุดสุดคิดว่าวิวไม่น่าจะต่างกันกับที่ Half way coffee ที่สำคัญไม่อยากเสียตังค์ครับ
หลังจากนอนหลับสนิทมาทั้งคืนตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับเสียงฝนตกซอกแซกๆเปิดพยากรณ์อากาศดูเหมือนเดิมครับยังมีฝนเกือบทั้งวันแล้วก็มีลมกระโชกเป็นช่วงๆ ต้องทำใจครับวันนี้ผมเลือกจะไป Sai Kung West Country Park ซึ่งเป็นอุทยานที่อยู่ไกลที่สุด และเดินลำบากที่สุด ต้องเดินข้ามเขาไปขากลับต้องกลับทางเรือเฟอร์รี่เท่านั้น อยากได้ทดลองนั่งเฟอร์รี่ของฮ่องกงดูครับ
ผมต้องนั่ง mtr และต่อbusอีก 2 ต่อถึง จึงจะมาถึงอุทยาน เจ้าหน้าที่แนะนำดีมาก แต่ที่ไม่ค่อยเข้าหูเลยคือแนะนำว่า"เส้นทางนี้น่าจะเดินลำบากช่วงนี้ฝนตกด้วยน่าจะนั่งรถอ้อมเขาไปดีกว่านะครับ" 55 ผมเลยเอาแผนที่ที่เตรียมมาให้ดูว่าผมจะแวะไปที่หมู่บ้านของชาวจีนฮักกามีจุดแวะทั้งหมด 4 จุด เจ้าหน้าที่ดูแผนที่และบอกว่าแผนที่ถูกต้องแต่เส้นทางอาจจะไม่ชัดเจนนะครับ ผมเลยแจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่าเมื่อวานผมพึ่งไปเดินที่ Dragon's back ก็เดินอยู่คนเดียวเหมือนกันไม่เจอใครเลยครับ สำหรับที่นี่ทาง web ที่ผมไปดูมามีgoogle map เส้นทางโหลดมาให้ด้วย...เจ้าหน้าที่ก็เลยยอมจำนนชี้ทางที่จะเดินไปหมู่บ้านแรกให้ผม และสำทับว่าต้องเดินให้ถึงก่อนค่ำ อันนี้ผมก็กังวลอยู่เหมือนกันครับแต่ต้องถือว่าผมเตรียมมาพร้อมทั้งอาหารการกินน้ำไฟฉาย ก็เลยเดินไปยังหมู่บ้านแรกครับ Pak tam ประมาณ 5 กิโลเมตรจากอุทยาน ช่วงแรกเส้นทางก็ชัดเจนดีบางส่วนก็เป็นทางปูนทำเป็นเหมือนสวนสำหรับชาวบ้านเดินออกกำลังกายหลังจากนั้นก็ทะลุเป็นทางเดินแคบๆสำหรับคนเดียวไปตามพื้นที่ป่าและเข้ามาชายขอบของพื้นที่ทำเกษตร แล้วก็ผ่านหมู่บ้านชาวจีนฮักกา เดินไปทางไหนต่อก็ไม่มีเส้นทางชัดๆ แผนที่ที่โหลดมาก็เหมือนจะพาวนไปวนมา ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆแต่ภาษาก็ไม่ค่อยเข้าใจกันเสียเวลาไปเกือบ15 นาทีกว่าจะผ่านหมู่บ้านออกมาสู่เส้นทางไปเมือง Cheung Sheung
ซึ่งจากตรงนี้ก็เหมือนเส้นทางเดินไปหาของป่าของชาวบ้านเป็นทางเดินสำหรับคนเดียวที่เลาะไปตามป่า มีทางน้ำที่ทำเป็นฝายดักไว้เป็นช่วงๆ ประมาณ 1 km ก่อนถึงเมือง Cheung Sheung ผมก็มาติดอยู่ที่ฝายซึ่งน้ำสูงและแรง และดูตามแผนที่ผมต้องข้ามฝายนี้ไป ลองเดินอ้อมดูว่าจะมีช่วงไหนข้ามได้ปลอดภัยบ้างก็ไม่เห็นมีทางอื่น ป้ายเส้นทางก็ไม่มีบอก ฝนก็ตก ...สิ้นสุดทางเดินครับ ก็เลยต้องถอยกลับ แง แง
มาตั้งหลักที่อุทยานฯเพิ่งจะเที่ยงกว่าๆ ล้างหน้าล้างตา ทักทายและแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยาน แล้วก็นั่งบัสกลับผมมีเวลาเหลืออีกครึ่งวัน ก็เลยนั่งบัสอ้อมกลับไปอีกด้านถือเป็นการ sight seeing บริเวณnew territory ได้บรรยากาศเมืองใหม่และท่าเรือครับ กลับมาถึงถนนนาธานประมาณ ห้าโมงเย็นฝนเหมือนจะหยุดตก ก็เลยออกไป Tsim sha Tsui เก็บบรรยากาศเมืองมาฝาก กินอาหารเย็นและเข้าที่พัก