สวัสดีค่ะคือหนูทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากทำงานได้หนึ่งเดือนรู้สึกว่าเข้ากับบรรยากาศในที่ทำงานไม่ได้ แล้วก็เข้ากับหัวหน้าไม่ได้ด้วย แต่เพื่อนร่วมงานน่ารักทุกคนค่ะ เลยตัดสินใจแจ้งกับหัวหน้าไปว่าขอลาออกวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากตัดรอบบิลวันที่ 27 และเซ็นตามนี้เรียบร้อย
ปรากฏว่าหลังจากได้มีการเซ็นใบลาออก หนูได้มีการลาป่วยตามสิทธิ์เป็นจำนวน 2วัน หัวหน้าก็ส่ง LINE มาเป็นข้อความที่ทำให้รู้สึกถูกบีบและกดดัน ว่า "พี่เค้าให้เลื่อน วันสุดท้ายมาเลยได้ไหมเพราะว่าน้องลาบ่อยมาก มันไม่มีประโยชน์ที่จะเอาคนไม่ทำงานและทำงานไม่ได้ไว้เลย และยังอยู่ในช่วงทดลองงาน"
หลังจากอ่านข้อความนั้นก็มีความรู้สึกอึดอัดใจแต่ก็แจ้งไปว่ารับทราบ และจะเข้าไปเก็บของคืนอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ใจคิดว่าเราคงได้เงินเดือนเต็มเดือนค่ะเพราะว่าเราแจ้งแสดงเจตนาไว้เป็นวันที่ 27 แต่เค้าบอกให้ออกเลยเป็นวันที่ 13
ถึงวันเข้าไปเก็บของหัวหน้ามีการยื่นเอกสารให้เซ็นว่าเราตัดสินใจเองว่าจะออกวันนี้ หนูเลยแจ้งว่าเค้าไม่เซ็นนะคะ เพราะว่าหนูได้แสดงเจตนาไว้แล้วว่าจะออกวันที่ 27 แล้วหัวหน้าก็ได้เงียบไปพักหนึ่ง และหันกลับมาบอกว่าถ้าจะอยู่ถึงวันที่ 27 ต้องทำตัวให้สมกับที่เป็นคนนะ ประโยคนั้นก็ทำให้รับไม่ได้ค่ะ จึงขอเอกสารมาเซ็นเลยตอนนั้นเราเดินออกมาจากที่ทำงานเลย สรุปว่าเซ็นออกเป็นวันที่ 10 ค่ะ
แบบนี้ยื่นเรื่องกับกรมแรงงานได้ไหมคะ รู้สึกว่าได้รับความไม่เป็นธรรมหัวหน้าก็นิสัยแย่มากๆ หนูทำงานได้แค่หนึ่งเดือนแต่เข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ทุกคนเลยค่ะยกเว้นกับหัวหน้าคนนี้ เพื่อนร่วมทีมบอกว่าถ้าเค้าเป็นหนูเค้าก็ก็จะออกเหมือนกันแต่เผอิญว่าเค้าทำงานก่อนหัวหน้าคนนั้นเลยอยู่ได้แบบไม่ต้องแคร์อะไรมาก ยิ่งทำให้หนูรู้สึกว่า หนูไม่ได้ผิดปกติพอเค้าทักสิกจริงๆ รู้สึกตัวเองอ่อนแอมากค่ะ
ต่อมาจะมาเล่าประสบการณ์การทำงานกับที่นี่และการได้ร่วมงานกับหัวหน้าคนนี้นะคะ
เริ่มอยู่ไว้ในวันสัมภาษณ์งานหัวหน้าคนนี้ก็ได้เป็นคนสัมภาษณ์หนูเองแล้วก็ได้แจ้งไว้แล้วแหละว่างานมันไม่หนักหรอกนะแต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคน หนูก็คิดว่าหนูทนได้แล้วต่อไปแบบนั้นเพราะคิดว่าคนที่จะมีปัญหาไม่น่าใช่คนในทีมและไม่น่าใช่หัวหน้าของเราเอง คิดว่ายังไงถ้าทีมดีบรรยากาศในที่ทำงานก็จะดี ปรากฏว่าเข้ามาทำงานวันแรกก็สัมผัสได้ถึงความทักสิกเพราะหัวหน้าคนนี้ไม่ให้เกียรติใครทั้งนั้น ด่าตั้งแต่หัวหน้าของตัวเองที่วัยใกล้เกษียณ จนถึงเพื่อนร่วมงานที่มีอายุมากกว่า เล่นด่าไปจนถึงขึ้นบุพการีของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเพื่อนร่วมงานที่เค้าด่าทุกคนหนูรู้สึกว่าเค้าเป็นคนปกติและมีมารยาทมากค่ะคนที่ไม่มีมารยาทคือหัวหน้าของตัวเอง ทำให้รู้สึกอึดอัดมากกับบรรยากาศในที่ทำงานที่หัวหน้าสร้างขึ้นมา
ในส่วนของการทำงานรู้สึกว่าไม่ได้ยากเกินความสามารถค่ะแต่ที่ยากเป็นเพราะคน หนูไม่ได้รับความสมัครใจในการสอนงาน เหมือนหัวหน้าต้องการคนที่เรียนรู้งานไวมากๆซึ่ง อาจจะไม่ใช่คนแบบหนู เนื่องจากหนูเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานที่บริษัทนี้ที่แรกและหัวหน้ารับทราบดีแต่หนูไม่มั่นใจว่าการที่เขารับหนูมาเค้าคาดหวังอะไรในตัวหนู แล้วเค้าคาดหวังสูงเกินไป เมื่อหนูเข้าไปในบริษัทการทำงานทุกอย่างเป็นอะไรที่ใหม่มากมีข้อมูลบางอย่างที่หนูอยากทราบเพิ่มเติมอยากทราบ process การทำงานหรืออยากทราบขั้นตอนการทำงาน หัวหน้าก็จะชอบติกับการตั้งคำถามของหนู บางครั้งก็อารมณ์เสียใส่และถามว่าถามทำไม, อยากรู้ไปเพื่ออะไร ซึ่งทำให้เสียความมั่นใจในการทำงาน ไม่กล้าตั้งคำถาม จนทำให้เกิดงานที่ผิดพลาดบ้าง แต่ว่าหนูเป็นคนที่อยากทำงานแล้วก็กระตือรือร้นในการทำงานนะคะ แต่บังเอิญว่าในช่วงที่เข้าไปไม่มีงานให้ทำเลยค่ะทำได้แค่นั่งหาอะไรอ่านพอเบื่อเบื่อก็จะมีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น มันเป็นการหายใจทิ้งในออฟฟิศที่เสียประโยชน์มากๆค่ะ บอกเลยว่าถ้ามีงานเข้ามาคือหนูพร้อมทำมากเพราะว่าคิดว่าผู้อ่านหลายหลายท่านจะเข้าใจว่าเด็กจบใหม่มันมีไฟในการทำงาน ขนาดรุ่นพี่ร่วมทีมเดินมาขอให้ช่วยตัดกระดาษรู้มั้ยคะว่าหนูดีใจมากแค่ไหนที่มีอะไรให้ทำ55555
หนูมั่นใจว่าถ้าเจอหัวหน้าที่ดีกว่านี้ มันก็จะดีกว่านี้ค่ะ ที่นี่ใหม่มากๆเป็นที่แรกแล้วมาเจอคนแบบนี้ทำให้เครียดมาก วันวันนั่งด่าคนอื่นทั้งวันด้วยถ้อยคำหยาบคายดูถูกและด้อยค่าคนอื่น จะว่าเปราะบางก็ได้ค่ะแต่ว่าไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้ เลยอาจจะปรับตัวไม่ได้เลย จนเครียดปวดหัวและมีการลางาน มีการลากิจเนื่องจากพาแม่ไปหาหมอ 1วัน และลาป่วยอีก 3วัน ซึ่งอาการป่วยคือคิดว่าป่วยจริงๆค่ะป่วยจิตกับหัวหน้านี่แหละ รู้สึกเครียด พอถึงวันที่ลาออก หนูก็ได้นั่งคุยกับพี่พี่ร่วมทีมอีกครั้งรู้สึกเสียดายที่ต้องจากคนดีดีมาค่ะ เสียดายที่คนไม่ดีคนนั้นดันเป็นหัวหน้า
มีใครเคยเจอ แบบนี้แวะมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ
ปรึกษาค่าเสียหายจากการขาดโอกาสที่จะได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนค่ะ
ปรากฏว่าหลังจากได้มีการเซ็นใบลาออก หนูได้มีการลาป่วยตามสิทธิ์เป็นจำนวน 2วัน หัวหน้าก็ส่ง LINE มาเป็นข้อความที่ทำให้รู้สึกถูกบีบและกดดัน ว่า "พี่เค้าให้เลื่อน วันสุดท้ายมาเลยได้ไหมเพราะว่าน้องลาบ่อยมาก มันไม่มีประโยชน์ที่จะเอาคนไม่ทำงานและทำงานไม่ได้ไว้เลย และยังอยู่ในช่วงทดลองงาน"
หลังจากอ่านข้อความนั้นก็มีความรู้สึกอึดอัดใจแต่ก็แจ้งไปว่ารับทราบ และจะเข้าไปเก็บของคืนอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ใจคิดว่าเราคงได้เงินเดือนเต็มเดือนค่ะเพราะว่าเราแจ้งแสดงเจตนาไว้เป็นวันที่ 27 แต่เค้าบอกให้ออกเลยเป็นวันที่ 13
ถึงวันเข้าไปเก็บของหัวหน้ามีการยื่นเอกสารให้เซ็นว่าเราตัดสินใจเองว่าจะออกวันนี้ หนูเลยแจ้งว่าเค้าไม่เซ็นนะคะ เพราะว่าหนูได้แสดงเจตนาไว้แล้วว่าจะออกวันที่ 27 แล้วหัวหน้าก็ได้เงียบไปพักหนึ่ง และหันกลับมาบอกว่าถ้าจะอยู่ถึงวันที่ 27 ต้องทำตัวให้สมกับที่เป็นคนนะ ประโยคนั้นก็ทำให้รับไม่ได้ค่ะ จึงขอเอกสารมาเซ็นเลยตอนนั้นเราเดินออกมาจากที่ทำงานเลย สรุปว่าเซ็นออกเป็นวันที่ 10 ค่ะ
แบบนี้ยื่นเรื่องกับกรมแรงงานได้ไหมคะ รู้สึกว่าได้รับความไม่เป็นธรรมหัวหน้าก็นิสัยแย่มากๆ หนูทำงานได้แค่หนึ่งเดือนแต่เข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ทุกคนเลยค่ะยกเว้นกับหัวหน้าคนนี้ เพื่อนร่วมทีมบอกว่าถ้าเค้าเป็นหนูเค้าก็ก็จะออกเหมือนกันแต่เผอิญว่าเค้าทำงานก่อนหัวหน้าคนนั้นเลยอยู่ได้แบบไม่ต้องแคร์อะไรมาก ยิ่งทำให้หนูรู้สึกว่า หนูไม่ได้ผิดปกติพอเค้าทักสิกจริงๆ รู้สึกตัวเองอ่อนแอมากค่ะ
ต่อมาจะมาเล่าประสบการณ์การทำงานกับที่นี่และการได้ร่วมงานกับหัวหน้าคนนี้นะคะ
เริ่มอยู่ไว้ในวันสัมภาษณ์งานหัวหน้าคนนี้ก็ได้เป็นคนสัมภาษณ์หนูเองแล้วก็ได้แจ้งไว้แล้วแหละว่างานมันไม่หนักหรอกนะแต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคน หนูก็คิดว่าหนูทนได้แล้วต่อไปแบบนั้นเพราะคิดว่าคนที่จะมีปัญหาไม่น่าใช่คนในทีมและไม่น่าใช่หัวหน้าของเราเอง คิดว่ายังไงถ้าทีมดีบรรยากาศในที่ทำงานก็จะดี ปรากฏว่าเข้ามาทำงานวันแรกก็สัมผัสได้ถึงความทักสิกเพราะหัวหน้าคนนี้ไม่ให้เกียรติใครทั้งนั้น ด่าตั้งแต่หัวหน้าของตัวเองที่วัยใกล้เกษียณ จนถึงเพื่อนร่วมงานที่มีอายุมากกว่า เล่นด่าไปจนถึงขึ้นบุพการีของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเพื่อนร่วมงานที่เค้าด่าทุกคนหนูรู้สึกว่าเค้าเป็นคนปกติและมีมารยาทมากค่ะคนที่ไม่มีมารยาทคือหัวหน้าของตัวเอง ทำให้รู้สึกอึดอัดมากกับบรรยากาศในที่ทำงานที่หัวหน้าสร้างขึ้นมา
ในส่วนของการทำงานรู้สึกว่าไม่ได้ยากเกินความสามารถค่ะแต่ที่ยากเป็นเพราะคน หนูไม่ได้รับความสมัครใจในการสอนงาน เหมือนหัวหน้าต้องการคนที่เรียนรู้งานไวมากๆซึ่ง อาจจะไม่ใช่คนแบบหนู เนื่องจากหนูเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานที่บริษัทนี้ที่แรกและหัวหน้ารับทราบดีแต่หนูไม่มั่นใจว่าการที่เขารับหนูมาเค้าคาดหวังอะไรในตัวหนู แล้วเค้าคาดหวังสูงเกินไป เมื่อหนูเข้าไปในบริษัทการทำงานทุกอย่างเป็นอะไรที่ใหม่มากมีข้อมูลบางอย่างที่หนูอยากทราบเพิ่มเติมอยากทราบ process การทำงานหรืออยากทราบขั้นตอนการทำงาน หัวหน้าก็จะชอบติกับการตั้งคำถามของหนู บางครั้งก็อารมณ์เสียใส่และถามว่าถามทำไม, อยากรู้ไปเพื่ออะไร ซึ่งทำให้เสียความมั่นใจในการทำงาน ไม่กล้าตั้งคำถาม จนทำให้เกิดงานที่ผิดพลาดบ้าง แต่ว่าหนูเป็นคนที่อยากทำงานแล้วก็กระตือรือร้นในการทำงานนะคะ แต่บังเอิญว่าในช่วงที่เข้าไปไม่มีงานให้ทำเลยค่ะทำได้แค่นั่งหาอะไรอ่านพอเบื่อเบื่อก็จะมีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น มันเป็นการหายใจทิ้งในออฟฟิศที่เสียประโยชน์มากๆค่ะ บอกเลยว่าถ้ามีงานเข้ามาคือหนูพร้อมทำมากเพราะว่าคิดว่าผู้อ่านหลายหลายท่านจะเข้าใจว่าเด็กจบใหม่มันมีไฟในการทำงาน ขนาดรุ่นพี่ร่วมทีมเดินมาขอให้ช่วยตัดกระดาษรู้มั้ยคะว่าหนูดีใจมากแค่ไหนที่มีอะไรให้ทำ55555
หนูมั่นใจว่าถ้าเจอหัวหน้าที่ดีกว่านี้ มันก็จะดีกว่านี้ค่ะ ที่นี่ใหม่มากๆเป็นที่แรกแล้วมาเจอคนแบบนี้ทำให้เครียดมาก วันวันนั่งด่าคนอื่นทั้งวันด้วยถ้อยคำหยาบคายดูถูกและด้อยค่าคนอื่น จะว่าเปราะบางก็ได้ค่ะแต่ว่าไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้ เลยอาจจะปรับตัวไม่ได้เลย จนเครียดปวดหัวและมีการลางาน มีการลากิจเนื่องจากพาแม่ไปหาหมอ 1วัน และลาป่วยอีก 3วัน ซึ่งอาการป่วยคือคิดว่าป่วยจริงๆค่ะป่วยจิตกับหัวหน้านี่แหละ รู้สึกเครียด พอถึงวันที่ลาออก หนูก็ได้นั่งคุยกับพี่พี่ร่วมทีมอีกครั้งรู้สึกเสียดายที่ต้องจากคนดีดีมาค่ะ เสียดายที่คนไม่ดีคนนั้นดันเป็นหัวหน้า
มีใครเคยเจอ แบบนี้แวะมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ