ในวันที่ผมเริ่มต้นศึกษาเรื่องหุ้น ผมจำได้ดีว่า
pantip ห้องสินธร คือ สถานที่ที่รวมคนเก่งและความรู้ไว้มากที่สุด ก่อนจะมีสื่อโซเชียลต่าง ๆ อย่างในยุคปัจจุบัน และผมยังจำภาพตัวเองในวันนั้นได้ดี กับวันที่ยังเป็นเด็กเงอะ ๆ งะ ๆ ขนาดที่เห็นกระทู้ "TOP ลดราคา 40%" ถึงกับรีบปั่นจักรยานออกไป TOPS SuperMarket เพื่อเดินหาว่าสินค้าตัวไหนที่ลดราคา? จนกลับมาบ้านพึ่งรู้ว่า TOP ที่ว่าหมายถึง หุ้นพลังงานตัวหนึ่งที่ราคากำลังร่วงแรง ซึ่งก็ทำให้รู้ว่าโลกของการลงทุนยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก
หลังจากนั้น ผมก็เริ่มอ่าน เริ่มศึกษา และเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างที่เจอในสินธรในฐานะของ "ผู้เสพข้อมูล" คนหนึ่ง โดยนำแต่ละข้อสันนิษฐานมาค่อย ๆ พิสูจน์เป็นตัวเลข เป็นสถิติ เพื่อดูความจริงว่าสิ่งที่เชื่อกันนั้น...มันถูกต้องมากน้อยแค่ไหน? จึงทำให้ค้นพบทั้งข้อเท็จจริงต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องราวเบื้องลึกของการเคลื่อนไหวในตลาดหุ้น จนเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ได้ตัดสินใจตั้งกระทู้เป็นครั้งแรกในชีวิตกับบทความ
"ผมคิดว่าทุกวันนี้ตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนไปแล้ว" =>
https://pantip.com/topic/37751186
เจตนาในวันนั้น เกิดจากการที่ผมมองเห็นความผิดปกติบางอย่างในตลาด โดยพบว่ามีคนบางกลุ่มใช้ธุรกรรม Block Trade เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงกระชากราคาหุ้นขึ้นและลง(ตอนนั้น Block Trade ยังถือเป็นเรื่องใหม่ที่คนรู้น้อย) ซึ่งจากผลการตอบรับในวันนั้นทำให้รู้สึกว่า
"ข้อมูลตัวเองค้นคว้า...อาจมีประโยชน์กับคนอื่นเหมือนกัน" พร้อมกับในช่วงเวลานั้น ชีวิตการลงทุนของผมเริ่มเดินทางมาถึงจุดที่พอจะ "อยู่รอด" ในตลาดได้แล้ว ตั้งแต่วันนั้นจึงแชร์ DATA และหลักการต่าง ๆ ที่ตัวเองค้นพบ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป... ผมรู้สึกว่าห้องสินธรเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นของนักลงทุน ที่เน้นให้ข่าวสาร การพูดคุย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการเฮฮากันในภาษาของคนตลาดหุ้น จึงค่อย ๆ ปรับตัวตาม เปลี่ยนมาเป้นการแชร์ข้อมูล ข่าวสารรายวันมากขึ้น จนรู้ตัวอีกทีก็ได้หยุดการนำ DATA,สถิติต่าง ๆ มาแบ่งปันที่นี้แล้ว...
โดยช่วงเวลาทั้งหมดก็นับเป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่แล้วกับตวามทรงจำที่มีในห้องสินธร โดยพอลองย้อนกลับไปก็นึกถึงช่วงเวลาที่มีอย่างน้อยสักหนึ่งคนที่น่าจะเคยได้ประโยชน์กับ DATA พวกนี้ จึงมีความคิดว่า อยากลองนำ DATA ที่ตัวเองศึกษา โดยเริ่มจากข้อมูลที่อ้างอิงกับปัจจุบันอย่าง "แนวโน้มหุ้นกับเทศกาลการประกาศงบการเงิน"
รูปแสดงผลลัพธ์%ผลตอบแทนของราคาเปิดหลังประกาศงบกับราคาเปิดช่วงเวลาก่อนหน้าของหุ้นใน SET50
จากตาราง ผมลองเก็บข้อมูลวันที่หุ้นแต่ละตัวประกาศงบ แล้วนำราคาเปิดของหุ้นตัวนั้นมาตั้ง(หุ้นทุกตัวจะประกาศงบช่วงตลาดหยุดทำการเสมอ กล่าวคือ ตัวไหนประกาศช่วง กลางคืน-เช้า จะอ้างอิงราคาเปิดวันถัดมา ตัวไหนประกาศช่วงเที่ยงวัน จะอ้างอิงราคาเปิดภาคบ่าย) จากนั้นนำมาลบกับราคาเปิดย้อนหลังตั้งแต่ 1 วันไปจนถึง 4 วัน เพื่อจำลองสถานการณ์ว่าเราซื้อล่วงหน้า แล้วทำการ Sum ผลรวมของหุ้นทั้งหมดใน SET50 เป็นเวลา 9 ไตรมาสหลังสุด(Q1/2024-Q1/2026) พบว่ามีกำไรทั้งหมด 6 ใน 9 ไตรมาส เฉลี่ย 13.62%, 19.49%, 11.75%, 6.39%
โดยข้อมูลนี้เป็นเพียงผลลัพธ์โดยภาพรวม แน่นอนว่าเรายังสามารถ Filter ในมุมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามประสบการณ์ของแต่ละคน อาทิเช่น
- เลือกเฉพาะ Sector ,เฉพาะขนาดหุ้น
- เลือกเฉพาะหุ้นที่ราคาปรับตัวดี/แย่กว่าตลาดในช่วงนี้ผ่านมา หรือคาดว่างบจะดีกว่าที่คาด
- เลือกเฉพาะหุ้นที่ในอดีตเคยเปิดโดดขึ้นบ่อยกว่าโดดลงในวันประกาศงบอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น
สรุปแล้วจากข้อมูลพบว่า กลยุทธ์การซื้อก่อนประกาศงบ มี Edge ให้เราสามารถเลือกซื้อหุ้นเพื่อทำกำไรในช่วงนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญจากผลลัพธ์ที่ปรากฏ
อย่างไรก็ตามต่อให้ Backtest หรือสถิติดีแค่ไหน ถ้าเราไม่ใช้กับการเทรดจริงก็เป็นเพียง DATA ชุดหนึ่งบนหน้าจอ ดังนั้น ครั้งนี้ผมจึงตัดสินใจทำอะไรที่ดูแตกต่างออกไปเพื่อพิสูจน์
ผมจะทำการคัดเลือกหุ้นจำนวน 25 ตัว และวางแผนซื้อก่อนวันประกาศงบของตัวนั้น ๆ (ขายหลังงบออกไม่เกิน 3 วัน) ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน ดังตาราง
โดยไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็จะนำมาเปิดเผยและอัพเดทให้ทุกวันต่อให้ขาดทุนก็ตาม
สุดท้าย ผมเคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่เข้ามาหาความรู้จากห้องสินธร วันนี้จึงอยากนำหลักการเรื่อง DATA ที่ตัวเองใช้เวลาศึกษามาหลายปี กลับมาวางไว้ที่นี่อีกครั้ง ถ้าประสบความสำเร็จ คงทำให้ทุกท่านมั่นใจว่าตลาดหุ้นไทยมี Gap พอให้ทำกำไรได้จริง โดยหวังว่าสิ่งที่ผมนำกลับมาแบ่งปันในครั้งนี้ จะมีประโยชน์กับห้องสินธรเหมือนที่ครั้งหนึ่ง ห้องสินธรเคยมีประโยชน์กับผมครับ
ผมเติบและโตที่นี่ วันนี้จึงคิดส่งต่อสิ่งที่ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับ
หลังจากนั้น ผมก็เริ่มอ่าน เริ่มศึกษา และเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างที่เจอในสินธรในฐานะของ "ผู้เสพข้อมูล" คนหนึ่ง โดยนำแต่ละข้อสันนิษฐานมาค่อย ๆ พิสูจน์เป็นตัวเลข เป็นสถิติ เพื่อดูความจริงว่าสิ่งที่เชื่อกันนั้น...มันถูกต้องมากน้อยแค่ไหน? จึงทำให้ค้นพบทั้งข้อเท็จจริงต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องราวเบื้องลึกของการเคลื่อนไหวในตลาดหุ้น จนเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ได้ตัดสินใจตั้งกระทู้เป็นครั้งแรกในชีวิตกับบทความ
"ผมคิดว่าทุกวันนี้ตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนไปแล้ว" => https://pantip.com/topic/37751186
เจตนาในวันนั้น เกิดจากการที่ผมมองเห็นความผิดปกติบางอย่างในตลาด โดยพบว่ามีคนบางกลุ่มใช้ธุรกรรม Block Trade เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงกระชากราคาหุ้นขึ้นและลง(ตอนนั้น Block Trade ยังถือเป็นเรื่องใหม่ที่คนรู้น้อย) ซึ่งจากผลการตอบรับในวันนั้นทำให้รู้สึกว่า "ข้อมูลตัวเองค้นคว้า...อาจมีประโยชน์กับคนอื่นเหมือนกัน" พร้อมกับในช่วงเวลานั้น ชีวิตการลงทุนของผมเริ่มเดินทางมาถึงจุดที่พอจะ "อยู่รอด" ในตลาดได้แล้ว ตั้งแต่วันนั้นจึงแชร์ DATA และหลักการต่าง ๆ ที่ตัวเองค้นพบ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป... ผมรู้สึกว่าห้องสินธรเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นของนักลงทุน ที่เน้นให้ข่าวสาร การพูดคุย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการเฮฮากันในภาษาของคนตลาดหุ้น จึงค่อย ๆ ปรับตัวตาม เปลี่ยนมาเป้นการแชร์ข้อมูล ข่าวสารรายวันมากขึ้น จนรู้ตัวอีกทีก็ได้หยุดการนำ DATA,สถิติต่าง ๆ มาแบ่งปันที่นี้แล้ว...
โดยช่วงเวลาทั้งหมดก็นับเป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่แล้วกับตวามทรงจำที่มีในห้องสินธร โดยพอลองย้อนกลับไปก็นึกถึงช่วงเวลาที่มีอย่างน้อยสักหนึ่งคนที่น่าจะเคยได้ประโยชน์กับ DATA พวกนี้ จึงมีความคิดว่า อยากลองนำ DATA ที่ตัวเองศึกษา โดยเริ่มจากข้อมูลที่อ้างอิงกับปัจจุบันอย่าง "แนวโน้มหุ้นกับเทศกาลการประกาศงบการเงิน"
รูปแสดงผลลัพธ์%ผลตอบแทนของราคาเปิดหลังประกาศงบกับราคาเปิดช่วงเวลาก่อนหน้าของหุ้นใน SET50
จากตาราง ผมลองเก็บข้อมูลวันที่หุ้นแต่ละตัวประกาศงบ แล้วนำราคาเปิดของหุ้นตัวนั้นมาตั้ง(หุ้นทุกตัวจะประกาศงบช่วงตลาดหยุดทำการเสมอ กล่าวคือ ตัวไหนประกาศช่วง กลางคืน-เช้า จะอ้างอิงราคาเปิดวันถัดมา ตัวไหนประกาศช่วงเที่ยงวัน จะอ้างอิงราคาเปิดภาคบ่าย) จากนั้นนำมาลบกับราคาเปิดย้อนหลังตั้งแต่ 1 วันไปจนถึง 4 วัน เพื่อจำลองสถานการณ์ว่าเราซื้อล่วงหน้า แล้วทำการ Sum ผลรวมของหุ้นทั้งหมดใน SET50 เป็นเวลา 9 ไตรมาสหลังสุด(Q1/2024-Q1/2026) พบว่ามีกำไรทั้งหมด 6 ใน 9 ไตรมาส เฉลี่ย 13.62%, 19.49%, 11.75%, 6.39%
โดยข้อมูลนี้เป็นเพียงผลลัพธ์โดยภาพรวม แน่นอนว่าเรายังสามารถ Filter ในมุมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามประสบการณ์ของแต่ละคน อาทิเช่น
- เลือกเฉพาะ Sector ,เฉพาะขนาดหุ้น
- เลือกเฉพาะหุ้นที่ราคาปรับตัวดี/แย่กว่าตลาดในช่วงนี้ผ่านมา หรือคาดว่างบจะดีกว่าที่คาด
- เลือกเฉพาะหุ้นที่ในอดีตเคยเปิดโดดขึ้นบ่อยกว่าโดดลงในวันประกาศงบอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น
สรุปแล้วจากข้อมูลพบว่า กลยุทธ์การซื้อก่อนประกาศงบ มี Edge ให้เราสามารถเลือกซื้อหุ้นเพื่อทำกำไรในช่วงนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญจากผลลัพธ์ที่ปรากฏ
อย่างไรก็ตามต่อให้ Backtest หรือสถิติดีแค่ไหน ถ้าเราไม่ใช้กับการเทรดจริงก็เป็นเพียง DATA ชุดหนึ่งบนหน้าจอ ดังนั้น ครั้งนี้ผมจึงตัดสินใจทำอะไรที่ดูแตกต่างออกไปเพื่อพิสูจน์
ผมจะทำการคัดเลือกหุ้นจำนวน 25 ตัว และวางแผนซื้อก่อนวันประกาศงบของตัวนั้น ๆ (ขายหลังงบออกไม่เกิน 3 วัน) ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน ดังตาราง
โดยไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็จะนำมาเปิดเผยและอัพเดทให้ทุกวันต่อให้ขาดทุนก็ตาม
สุดท้าย ผมเคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่เข้ามาหาความรู้จากห้องสินธร วันนี้จึงอยากนำหลักการเรื่อง DATA ที่ตัวเองใช้เวลาศึกษามาหลายปี กลับมาวางไว้ที่นี่อีกครั้ง ถ้าประสบความสำเร็จ คงทำให้ทุกท่านมั่นใจว่าตลาดหุ้นไทยมี Gap พอให้ทำกำไรได้จริง โดยหวังว่าสิ่งที่ผมนำกลับมาแบ่งปันในครั้งนี้ จะมีประโยชน์กับห้องสินธรเหมือนที่ครั้งหนึ่ง ห้องสินธรเคยมีประโยชน์กับผมครับ