🤍🤍🤍 นิทานเซน: วิถีเซนกับไม้เขี่ยถ่าน 🤍🤍🤍




          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เชิงเขาแห่งหนึ่งในแคว้นซูรุกุของญี่ปุ่น มีสำนักเซนขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหมอกและต้นสน อาจารย์ฮะคุอินเป็นผู้ดูแลสำนักแห่งนี้ด้วยวินัยที่เคร่งครัดและสติอันแหลมคม

          ฮะคุอินเป็นอาจารย์เซนผู้เคร่งครัดแต่มีอารมณ์ขันเฉียบคม วันหนึ่งเขากล่าวกับศิษย์ในสำนักของตนว่า “มีหญิงชราคนหนึ่งเปิดร้านน้ำชาอยู่ในเมืองใกล้ ๆ ความเข้าใจในเซนของนางลึกซึ้งยิ่งนัก”

          ศิษย์หลายคนหัวเราะเบา ๆ บางคนมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา “หญิงชงชาเข้าใจเซนยิ่งกว่าพวกข้าหรือ?” พวกเขาคิดในใจ
          ความสงสัยค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเหล่าศิษย์ เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นจากฮะคุอิน พวกเขาเริ่มพากันเดินทางไปยังร้านน้ำชาที่ว่านั้น หวังจะพิสูจน์ความจริงด้วยตาของตนเอง

          หญิงชราร้านน้ำชานั่งอยู่หลังเตาถ่าน ท่าทางสงบนิ่ง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและคมลึก ราวกับมองทะลุใจคนได้ในแวบเดียว
          เมื่อมีลูกค้าเดินเข้ามา นางก็เพียงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาของนางจับจ้องไปที่พวกศิษย์ที่แสร้งทำเป็นสั่งชา
          หญิงชรารู้ทันทีว่าใครมาด้วยใจอยากดื่มชา และใครมาเพียงเพื่อทดสอบความเข้าใจในเซนของนาง “พวกนี้… มองข้ามกลิ่นหอมของชาเสียแล้ว” นางคิดเงียบ ๆ
          หากเป็นลูกค้าที่มาด้วยใจจริง นางจะต้อนรับอย่างอ่อนโยน รินชาอย่างพิถีพิถัน พร้อมกล่าวเพียงเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความหมาย

          แต่ถ้าเห็นว่าเป็นศิษย์ที่มาเพื่อทดสอบ นางจะไม่พูดอะไร นอกจากยิ้มเบา ๆ แล้วโบกมือเรียกให้เดินตามเข้าไปหลังฉากกั้นไม้ไผ่ด้านใน เมื่อศิษย์เดินตามเข้าไปโดยไม่เอะใจ สิ่งที่รออยู่คือกระบองเหล็กอันยาวสำหรับเขี่ยถ่าน
          เพี๊ยะ! เสียงกระบองฟาดลงอย่างแม่นยำ ทุกคนที่เข้ามาด้วยใจคิดจะ “ทดสอบ” ล้วนไม่พ้นเงื้อมมือของหญิงชรา
          แปดในเก้าคนต้องรีบเดินกระเผลกออกจากร้าน โดยไม่ทันได้ถามอะไรสักคำ

          บรรดาศิษย์ที่ถูกฟาดด้วยกระบองเหล็กต่างกลับมาที่สำนักด้วยสีหน้าสับสน บางคนโกรธ บางคนอับอาย และบางคนยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก “นางไม่พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ”
          “ข้ายังไม่ทันถาม นางก็ลงมือแล้ว!” เสียงบ่นปนไม่เข้าใจดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้มาเยือน

          ฮะคุอินมองพวกเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง ก่อนกล่าวเบา ๆ ว่า “เจ้าถามหาคำตอบในเซน แต่มองไม่เห็นการกระทำที่ปราศจากคำพูด นางไม่ได้ตอบด้วยปาก แต่ตอบด้วยความจริง”
          ศิษย์บางคนยังไม่เข้าใจ ขณะที่บางคนเริ่มนิ่งไป ความเจ็บจากกระบองนั้นไม่ใช่แค่ทางกาย แต่มันเปิดบาดแผลในใจ ความคาดหวัง ความเย่อหยิ่ง และความหลงตนถูกตีแตกออกอย่างไม่ทันตั้งตัว
          “แต่… ทำไมไม่สอนให้ชัด ๆ ล่ะครับอาจารย์?” ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสับสน
          “หากคำสอนต้องมาจากถ้อยคำเพียงอย่างเดียว โลกนี้ก็คงเต็มไปด้วยผู้รู้ แต่ไร้ผู้ตื่น” ฮะคุอินตอบ

          ในเวลาต่อมา ศิษย์คนหนึ่งซึ่งเคยถูกตี กลับไปยังร้านน้ำชาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปด้วยความอยากพิสูจน์อะไร เขาแค่เดินเข้าไปนั่งอย่างเงียบ ๆ แล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า “ข้าขอชา ถ้วยหนึ่ง”
          หญิงชรามองหน้าเขาแล้วพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร มือที่เคยถือกระบอง ตอนนี้รินชาให้เขาช้า ๆ ด้วยท่าทีที่อ่อนโยน ไอน้ำจากถ้วยชาลอยขึ้นเบา ๆ กลิ่นหอมของใบชาสดผสมกับกลิ่นไม้จากเตาถ่านอุ่น ๆ เงียบงัน… และสมบูรณ์

          ศิษย์คนนั้นจิบชาโดยไม่ถามอะไรอีก เขานิ่ง… แต่ภายในใจพลันเข้าใจว่าเซนที่แท้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเข้าใจด้วยคำอธิบาย
          มันคือสิ่งที่ต้องสัมผัสด้วยใจในขณะนั้น อย่างแท้จริง


*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเข้าใจเซนไม่อาจวัดได้จากคำพูดหรือความรู้ในตำรา แต่เกิดจากการเปิดใจรับประสบการณ์ตรงโดยไม่ตัดสิน ความจริงบางอย่างไม่จำเป็นต้องอธิบาย เพียงแค่เผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา ใจก็อาจ “ตื่น” ได้ในพริบตา

          “ผู้ที่แสวงหาเซนด้วยความคิด จะถูกตีด้วยความจริงที่ไร้คำพูด”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก



วิถีเซนหาใช่รู้ ..... ตำรา
  แต่เกิดจากหัทยา ..... ประสบซึ้ง
      ผู้ที่แสวงหา ..... ด้วยคิด
              จะถูกฟาดจนอึ้ง ..... เปล่าไร้คำเฉลย.


Kitaro - Nageki
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่