ข่าวไฟไหม้สถานบันเทิงใกล้ห้าแยกลาดพร้าว กวาดชีวิตคนไปกว่า 2ึ7 ศพ... อ่านข่าวจบแล้วรู้สึกเหมือนโดนดึงกลับไปยุคซานติก้าผับเป๊ะๆ! คำถามคือ "ทำไมเราไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย?" เรากำลังเอาชีวิตที่แสนมีค่า ไปฝากไว้กับโครงสร้างที่พร้อมจะพังทลายเพียงเพื่อแลกกับความสนุกชั่วข้ามคืนหรือเปล่า?
สวัสดีค่ะทุกคน! พบกับพี่ฟ้าและน้องดาว จากช่อง
"เม้ามอยชีวิต" นะคะ วันนี้ขออนุญาตแตะเบรกเรื่องสนุกๆ มาคุยเรื่องที่เป็นประเด็นร้อนและสะเทือนใจกันนิดนึง แต่สัญญาว่าจะไม่ให้เครียดจนเกินไปค่ะ
1. นโยบาย "วัวหาย... แล้วค่อยตั้งเตาย่างเนื้อ?"
ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า? ดาวว่าหลายคนคงคิดเหมือนกันว่า บ้านเราพอเกิดเรื่องที ก็จะมีการสั่งตรวจผับ ตรวจถังดับเพลิง ตรวจป้ายไฟกันครั้งใหญ่... แล้วพอผ่านไป 3 เดือน ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ลูปเดิม! ทางหนีไฟกลายเป็นที่เก็บลังเครื่องดื่ม ประตูฉุกเฉินโดนล็อกกุญแจแน่นหนาเพราะกลัวคนหนีบิล พี่ฟ้ามองเรื่องนี้ยังไงคะ?
ในมุมมองแบบนักวางแผนของพี่ฟ้า พี่มองว่ามันคือปัญหาของ "Systematic Failure" หรือระบบมันพังค่ะ กฎหมายเรามี ข้อบังคับเราเป๊ะ แต่การบังคับใช้ (Law Enforcement) ของเรามันเหมือนไฟกะพริบตามสี่แยก ติดๆ ดับๆ ตลอดเวลา ตราบใดที่มาตรฐานความปลอดภัยยังถูกต่อรองได้ด้วยสิ่งที่ไม่ควรต่อรอง เราก็จะได้เห็นข่าวเดจาวูแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ
2. ชีวิตเรา... แพงกว่าค่าเหล้าและค่าเปิดโต๊ะนะ!
ดาวมักจะบอกเพื่อนๆ เสมอว่า "แก... เราแค่อยากไปตื๊ดๆ ปล่อยจอย ไม่ได้อยากไปปล่อยวิญญาณป่ะ!" บางทีเราก็ต้องประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองค่ะ ไม่ใช่เดินเข้าไปแล้วหลับตาเต้นอย่างเดียว
พี่ฟ้าเห็นด้วยมากๆ ค่ะ พวกเราทุกคนโดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ชีวิตพวกคุณมีค่ามากนะคะ คุณมีศักยภาพที่จะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเองและคนที่รักอีกเยอะแยะ การที่เราเลือกสถานที่เที่ยว มันสะท้อนถึงการ "ประเมินความเสี่ยงในการใช้ชีวิต" ของเราด้วย ไม่ได้บอกว่าห้ามเที่ยวปาร์ตี้นะคะ แต่ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปที่ไหน...
สังเกตทางออก: ประตูทางเข้าเล็กนิดเดียว แล้วทางออกฉุกเฉินอยู่ไหน?
ความแออัด: ถ้ายัดคนเข้าไปเหมือนปลากระป๋อง ถ้าเกิดเรื่อง เราจะออกมารูปแบบไหน?
อุปกรณ์พื้นฐาน: ป้ายทางหนีไฟ ถังดับเพลิง มีให้เห็นในระยะสายตาไหม?
3. เริ่มต้นที่ตัวเรา (เมื่อระบบพึ่งพายาก)
เราคงไปเปลี่ยนโครงสร้างประเทศในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะ "ไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง" ได้ค่ะ ถ้าไปถึงร้านแล้วดูทรงไม่ดี ทางเดินแคบ มืดทึบ เพดานเป็นโฟมดูดซับเสียงชั้นดี... เปลี่ยนร้านเถอะค่ะ หาร้านนั่งชิลล์โปร่งๆ ลมเย็นๆ ก็เมาท์มอยกับเพื่อนได้สนุกเหมือนกัน แถมปลอดภัยกว่าด้วย
จำไว้นะคะทุกคน... รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเรา ควรได้กลับไปเจอหน้าคนที่บ้าน ไม่ใช่จบลงที่หน้าจอข่าวทีวี
พี่ฟ้าและน้องดาวอยากชวนทุกคนมาแชร์มุมมองกันค่ะ...
"เพื่อนๆ คิดว่า ปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้ผับไทยไฟไหม้ซ้ำซากคืออะไร? แล้วเวลาไปเที่ยว ทุกคนมีทริคส่วนตัวในการดูแลความปลอดภัยตัวเองยังไงบ้าง?"
คอมเมนต์มาคุยกันด้านล่างได้เลยนะคะ ถกกันด้วยเหตุผล ไม่ตัดสินกันค่ะ หรือถ้าใครชอบเนื้อหาที่ดึงสติแต่ฟังสบายแบบนี้ ฝากกดติดตามช่อง
"เม้ามอยชีวิต" ของพวกเราด้วยน้าาา แล้วเจอกันใหม่ค่ะ!
สุดท้ายขอแสดงความเสียใจกับญาติ ผู้เสียชีวิตด้วย
ไฟไหม้ผับ 2ึ7 ศพ... อีกแล้ว! ทำไมคนไทยลืมง่าย และชีวิตเรามีค่าพอจะเอาไปทิ้งในที่แบบนั้นหรือเปล่า?
สวัสดีค่ะทุกคน! พบกับพี่ฟ้าและน้องดาว จากช่อง "เม้ามอยชีวิต" นะคะ วันนี้ขออนุญาตแตะเบรกเรื่องสนุกๆ มาคุยเรื่องที่เป็นประเด็นร้อนและสะเทือนใจกันนิดนึง แต่สัญญาว่าจะไม่ให้เครียดจนเกินไปค่ะ
1. นโยบาย "วัวหาย... แล้วค่อยตั้งเตาย่างเนื้อ?"
ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า? ดาวว่าหลายคนคงคิดเหมือนกันว่า บ้านเราพอเกิดเรื่องที ก็จะมีการสั่งตรวจผับ ตรวจถังดับเพลิง ตรวจป้ายไฟกันครั้งใหญ่... แล้วพอผ่านไป 3 เดือน ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ลูปเดิม! ทางหนีไฟกลายเป็นที่เก็บลังเครื่องดื่ม ประตูฉุกเฉินโดนล็อกกุญแจแน่นหนาเพราะกลัวคนหนีบิล พี่ฟ้ามองเรื่องนี้ยังไงคะ?
ในมุมมองแบบนักวางแผนของพี่ฟ้า พี่มองว่ามันคือปัญหาของ "Systematic Failure" หรือระบบมันพังค่ะ กฎหมายเรามี ข้อบังคับเราเป๊ะ แต่การบังคับใช้ (Law Enforcement) ของเรามันเหมือนไฟกะพริบตามสี่แยก ติดๆ ดับๆ ตลอดเวลา ตราบใดที่มาตรฐานความปลอดภัยยังถูกต่อรองได้ด้วยสิ่งที่ไม่ควรต่อรอง เราก็จะได้เห็นข่าวเดจาวูแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ
2. ชีวิตเรา... แพงกว่าค่าเหล้าและค่าเปิดโต๊ะนะ!
ดาวมักจะบอกเพื่อนๆ เสมอว่า "แก... เราแค่อยากไปตื๊ดๆ ปล่อยจอย ไม่ได้อยากไปปล่อยวิญญาณป่ะ!" บางทีเราก็ต้องประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองค่ะ ไม่ใช่เดินเข้าไปแล้วหลับตาเต้นอย่างเดียว
พี่ฟ้าเห็นด้วยมากๆ ค่ะ พวกเราทุกคนโดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ชีวิตพวกคุณมีค่ามากนะคะ คุณมีศักยภาพที่จะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเองและคนที่รักอีกเยอะแยะ การที่เราเลือกสถานที่เที่ยว มันสะท้อนถึงการ "ประเมินความเสี่ยงในการใช้ชีวิต" ของเราด้วย ไม่ได้บอกว่าห้ามเที่ยวปาร์ตี้นะคะ แต่ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปที่ไหน...
สังเกตทางออก: ประตูทางเข้าเล็กนิดเดียว แล้วทางออกฉุกเฉินอยู่ไหน?
ความแออัด: ถ้ายัดคนเข้าไปเหมือนปลากระป๋อง ถ้าเกิดเรื่อง เราจะออกมารูปแบบไหน?
อุปกรณ์พื้นฐาน: ป้ายทางหนีไฟ ถังดับเพลิง มีให้เห็นในระยะสายตาไหม?
3. เริ่มต้นที่ตัวเรา (เมื่อระบบพึ่งพายาก)
เราคงไปเปลี่ยนโครงสร้างประเทศในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะ "ไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง" ได้ค่ะ ถ้าไปถึงร้านแล้วดูทรงไม่ดี ทางเดินแคบ มืดทึบ เพดานเป็นโฟมดูดซับเสียงชั้นดี... เปลี่ยนร้านเถอะค่ะ หาร้านนั่งชิลล์โปร่งๆ ลมเย็นๆ ก็เมาท์มอยกับเพื่อนได้สนุกเหมือนกัน แถมปลอดภัยกว่าด้วย
จำไว้นะคะทุกคน... รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเรา ควรได้กลับไปเจอหน้าคนที่บ้าน ไม่ใช่จบลงที่หน้าจอข่าวทีวี
พี่ฟ้าและน้องดาวอยากชวนทุกคนมาแชร์มุมมองกันค่ะ... "เพื่อนๆ คิดว่า ปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้ผับไทยไฟไหม้ซ้ำซากคืออะไร? แล้วเวลาไปเที่ยว ทุกคนมีทริคส่วนตัวในการดูแลความปลอดภัยตัวเองยังไงบ้าง?"
คอมเมนต์มาคุยกันด้านล่างได้เลยนะคะ ถกกันด้วยเหตุผล ไม่ตัดสินกันค่ะ หรือถ้าใครชอบเนื้อหาที่ดึงสติแต่ฟังสบายแบบนี้ ฝากกดติดตามช่อง "เม้ามอยชีวิต" ของพวกเราด้วยน้าาา แล้วเจอกันใหม่ค่ะ!
สุดท้ายขอแสดงความเสียใจกับญาติ ผู้เสียชีวิตด้วย