พระรามลงสรง หรือชื่อในภาษาแต้จิ๋วว่า ซาแต๊ปึ่ง (จีน: 沙茶飯) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ซาแต๊ (จีน: 沙茶) เป็นอาหารจีนชนิดหนึ่งที่ ประกอบด้วยข้าวสวย ผักบุ้งลวก และเนื้อหมู ราดด้วยน้ำราดข้นคล้ายน้ำสะเต๊ะ เป็นอาหารที่นิยมในหมู่ชาวแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน ปัจจุบันหารับประทานได้ยากในไทย
"ซาแต๊ปึ่ง" (จีน: 沙茶飯) เป็นคำแต้จิ๋วที่ทับศัพท์คำว่าสะเต๊ะ (อักษรโรมัน: sate ซาเต) ที่เป็นคำมลายู-อินโดนีเซีย รวมกับคำว่าปึ่งที่แปลว่าข้าว รวมกันมีความหมายว่า "ข้าวสะเต๊ะ"
ส่วนชื่อ
"พระรามลงสรง" เป็นคำเปรียบเปรยถึงผักบุ้งที่มีสีเขียวดั่งผิวกายพระราม ไปลวกในน้ำร้อนเสมือนการอาบน้ำ (คือลงสรง) จึงใช้ชื่อดังกล่าว และยังไม่เป็นที่ทราบว่าใครตั้งชื่อนี้
บางร้านที่ขายอาหารชนิดนี้ยังมีการเรียกที่แตกต่างกัน เช่น หากใส่เส้นหมี่จะเรียกว่า "พระลักษมณ์ลงสรง" หรือเป็นแบบไม่ใส่เส้นจะเรียก "สีดาลงสรง" ก็มี
ประวัติ
พระรามลงสรงหรือซาแต๊ปึ่งทำขึ้นครั้งแรกโดยชาวจีนเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู บ้างก็ว่าเป็นของชาวแต้จิ๋ว สำหรับรับประทานในครอบครัว ต่อมาได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทย สันนิษฐานว่าอาจเข้ามาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี บ้างก็ว่าเข้ามาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระรามลงสรงมีพื้นฐานมาจากอาหารมุสลิม โดยได้ดัดแปลงการใช้เนื้อวัวเป็นเนื้อหมู ดัดแปลงและตัดทอนเครื่องเทศบางชนิดให้กลิ่นรสอ่อนลง ดังสังเกตได้จากน้ำราดที่หอมมันและหวานเล็กน้อย ต่างจากน้ำราดสะเต๊ะที่กลิ่นและรสชาติเข้มข้นกว่า
ช่วงเวลาที่พระรามลงสรงได้รับความนิยมสูงสุดน่าจะอยู่ราวช่วงปลาย พ.ศ. 2400 จนกระทั่งถึงตอนต้น พ.ศ. 2500 ในเวลานั้นพระรามลงสรงถือเป็นอาหารที่เสมือนกับข้าวแกง สามารถหารับประทานได้ง่ายในย่านชุมชนจีน เช่น เยาวราช , สะพานเหล็ก , วรจักร เป็นต้น
วัตถุดิบ
1. สันคอหมูสไลซ์ 300 กรัม
2. ครีมถั่วลิสง รสธรรมชาติ ชนิดบดหยาบ 4 ช้อนโต๊ะ
3. พริกแกงแดง 5 ช้อนโต๊ะ
4. กะทิ 2 ถ้วงตวง
5. น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ 1 ช้อนชา
7. น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผักบุ้งจีนลวก สำหรับจัดเสิร์ฟ
9. ข้าวสวย สำหรับจัดเสิร์ฟ
10. พริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเขียว สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
STEP 1 : ลวกหมู
- นำน้ำใส่หม้อแล้วยกขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ไฟปานกลาง เมื่อน้ำเริ่มเดือดแล้วให้ใส่สันคอหมูสไลซ์ลงไปลวกให้สุก เมื่อหมูเริ่มสุกแล้วให้นำหมูขึ้นจากน้ำ และพักไว้เตรียมจัดเสิร์ฟ
STEP 2 : ทำน้ำราด
- ตั้งกระทะบนเตาแก๊ส โดยใช้ไฟปานกลาง จากนั้นใส่หัวกะทิลงไปในกระทะสัก 2 ทัพพี เคี่ยวให้กะทิแตกมัน - จากนั้นใส่พริกแกงแดงลงไปคนให้เข้ากัน ตามด้วยการใส่ แฮปปี้เมท ครีมถั่วลิสง รสธรรมชาติ ชนิดบดหยาบ น้ำตาลปี๊บ เกลือ น้ำมะขามเปียก และกะทิที่เหลือลงไป เคี่ยวให้น้ำราดข้นและเข้ากันดีแล้วยกลงจากเตาเตรียมจัดเสิร์ฟได้เลย
STEP 3 : จัดเสิร์ฟ
- นำข้าวสวยวางลงบนจาน ตามด้วยการวางผักบุ้งลวกลงไป นำสันคอหมูสไลซ์ที่เตรียมไว้ (STEP 1) วางลงบนผักบุ้ง ตามด้วยการราดน้ำราด (STEP 2) แล้วตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเขียว เท่านี้ก็พร้อมฟินแล้วล่ะ
ที่มา
พระรามลงสรง
พระรามลงสรง หรือชื่อในภาษาแต้จิ๋วว่า ซาแต๊ปึ่ง (จีน: 沙茶飯) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ซาแต๊ (จีน: 沙茶) เป็นอาหารจีนชนิดหนึ่งที่ ประกอบด้วยข้าวสวย ผักบุ้งลวก และเนื้อหมู ราดด้วยน้ำราดข้นคล้ายน้ำสะเต๊ะ เป็นอาหารที่นิยมในหมู่ชาวแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน ปัจจุบันหารับประทานได้ยากในไทย
"ซาแต๊ปึ่ง" (จีน: 沙茶飯) เป็นคำแต้จิ๋วที่ทับศัพท์คำว่าสะเต๊ะ (อักษรโรมัน: sate ซาเต) ที่เป็นคำมลายู-อินโดนีเซีย รวมกับคำว่าปึ่งที่แปลว่าข้าว รวมกันมีความหมายว่า "ข้าวสะเต๊ะ"
ส่วนชื่อ "พระรามลงสรง" เป็นคำเปรียบเปรยถึงผักบุ้งที่มีสีเขียวดั่งผิวกายพระราม ไปลวกในน้ำร้อนเสมือนการอาบน้ำ (คือลงสรง) จึงใช้ชื่อดังกล่าว และยังไม่เป็นที่ทราบว่าใครตั้งชื่อนี้
บางร้านที่ขายอาหารชนิดนี้ยังมีการเรียกที่แตกต่างกัน เช่น หากใส่เส้นหมี่จะเรียกว่า "พระลักษมณ์ลงสรง" หรือเป็นแบบไม่ใส่เส้นจะเรียก "สีดาลงสรง" ก็มี
ประวัติ
พระรามลงสรงหรือซาแต๊ปึ่งทำขึ้นครั้งแรกโดยชาวจีนเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู บ้างก็ว่าเป็นของชาวแต้จิ๋ว สำหรับรับประทานในครอบครัว ต่อมาได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทย สันนิษฐานว่าอาจเข้ามาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี บ้างก็ว่าเข้ามาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระรามลงสรงมีพื้นฐานมาจากอาหารมุสลิม โดยได้ดัดแปลงการใช้เนื้อวัวเป็นเนื้อหมู ดัดแปลงและตัดทอนเครื่องเทศบางชนิดให้กลิ่นรสอ่อนลง ดังสังเกตได้จากน้ำราดที่หอมมันและหวานเล็กน้อย ต่างจากน้ำราดสะเต๊ะที่กลิ่นและรสชาติเข้มข้นกว่า
ช่วงเวลาที่พระรามลงสรงได้รับความนิยมสูงสุดน่าจะอยู่ราวช่วงปลาย พ.ศ. 2400 จนกระทั่งถึงตอนต้น พ.ศ. 2500 ในเวลานั้นพระรามลงสรงถือเป็นอาหารที่เสมือนกับข้าวแกง สามารถหารับประทานได้ง่ายในย่านชุมชนจีน เช่น เยาวราช , สะพานเหล็ก , วรจักร เป็นต้น
วัตถุดิบ
1. สันคอหมูสไลซ์ 300 กรัม
2. ครีมถั่วลิสง รสธรรมชาติ ชนิดบดหยาบ 4 ช้อนโต๊ะ
3. พริกแกงแดง 5 ช้อนโต๊ะ
4. กะทิ 2 ถ้วงตวง
5. น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ 1 ช้อนชา
7. น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผักบุ้งจีนลวก สำหรับจัดเสิร์ฟ
9. ข้าวสวย สำหรับจัดเสิร์ฟ
10. พริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเขียว สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
STEP 1 : ลวกหมู
- นำน้ำใส่หม้อแล้วยกขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ไฟปานกลาง เมื่อน้ำเริ่มเดือดแล้วให้ใส่สันคอหมูสไลซ์ลงไปลวกให้สุก เมื่อหมูเริ่มสุกแล้วให้นำหมูขึ้นจากน้ำ และพักไว้เตรียมจัดเสิร์ฟ
STEP 2 : ทำน้ำราด
- ตั้งกระทะบนเตาแก๊ส โดยใช้ไฟปานกลาง จากนั้นใส่หัวกะทิลงไปในกระทะสัก 2 ทัพพี เคี่ยวให้กะทิแตกมัน - จากนั้นใส่พริกแกงแดงลงไปคนให้เข้ากัน ตามด้วยการใส่ แฮปปี้เมท ครีมถั่วลิสง รสธรรมชาติ ชนิดบดหยาบ น้ำตาลปี๊บ เกลือ น้ำมะขามเปียก และกะทิที่เหลือลงไป เคี่ยวให้น้ำราดข้นและเข้ากันดีแล้วยกลงจากเตาเตรียมจัดเสิร์ฟได้เลย
STEP 3 : จัดเสิร์ฟ
- นำข้าวสวยวางลงบนจาน ตามด้วยการวางผักบุ้งลวกลงไป นำสันคอหมูสไลซ์ที่เตรียมไว้ (STEP 1) วางลงบนผักบุ้ง ตามด้วยการราดน้ำราด (STEP 2) แล้วตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเขียว เท่านี้ก็พร้อมฟินแล้วล่ะ
ที่มา