JJNY : 5in1 ชี้เรตติ้งดิ่งเพราะคนฐานรากยังจม│สุภัทรขอให้ส่งตัวเอกชัย│แม่น้องเมยถามหมอ│ชัยภูมิถกด่วน│สถานทูตกาตาร์ขอคนไทย

กระทู้ข่าว
อนุสรณ์ ชี้ รัฐเรตติ้งดิ่งเพราะคนฐานรากยังจม ศก.โตต่ำกว่าศักยภาพ ชง KPI 4 ด้านวัดฝีมือทีมเศรษฐกิจ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5802704
.
.
อนุสรณ์ ชี้ รัฐเรตติ้งดิ่งเพราะคนฐานรากยังจม ศก.โตต่ำกว่าศักยภาพ ชง KPI 4 ด้านวัดฝีมือทีมเศรษฐกิจ บริหาร 4 เดือนรัฐบาลหลงทิศ
.
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน เปิดเผยว่า จากกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่ระบุว่า ความนิยมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยลดลงจาก 26% เหลือเพียง 21% แม้จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาช่วยแต่ความนิยมยังคงปรับตัวลดลงนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาโดยตลอด อีกทั้งยังประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง รวมทั้งปัญหาการกระจายรายได้และความมั่งคั่ง โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นรูปตัว K (K-Shaped) หรือภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวแบบไม่เท่าเทียม เปรียบเสมือนเส้นกราฟรูปตัว K ที่แยกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ทั้งนี้ คนระดับฐานราก ผู้มีรายได้น้อย และชนชั้นกลาง ยังไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าที่ควร ขณะที่มาตรการกู้เงินเพื่อการบริโภค ทำได้เพียงบรรเทาผลกระทบได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น
.
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาภาครัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่ารวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากงบประมาณประจำปีที่กำลังอยู่ระหว่างการอภิปราย ด้วยวงเงินงบประมาณที่มหาศาลนี้ หากสามารถบริหารจัดการไม่ให้เกิดการทุจริตรั่วไหล ย่อมสามารถนำไปแปรเปลี่ยนเป็นสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน หรือโรงพยาบาล แต่หากปล่อยให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริตหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน จะนำไปสู่ปัญหาโครงการร้าง การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การถล่มของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) การทรุดตัวของถนน ตลอดจนปัญหาเอกชนต้องจ่ายสินบนเพื่อแลกกับการได้งานและทำการลดสเปกงานจนเกิดอุบัติภัยตามมา ดังนั้น รัฐบาลต้องมุ่งเน้นไปที่การลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้น การกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม การปฏิรูประบบราชการและรายได้ภาครัฐ ตลอดจนการลดการก่อหนี้สาธารณะ
.
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะด้านการกำหนดตัวชี้วัดผลงาน (KPI) ของรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงเห็นว่าควรกำหนดตัวชี้วัดผลงานในภาพรวมก่อน เนื่องจากปัญหาและการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ นั้นต่างเชื่อมโยงกัน ดังนั้นการกำหนดตัวชี้วัดผลงานจึงควรดูในทุกมิติ และไม่ดูเพียงมิติใดมิติหนึ่ง ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจในแต่ละกระทรวงต้องมีตัวชี้วัดผลงานเฉพาะตัว ควบคู่ไปกับ ตัวชี้วัดผลงานรวมของทีมเศรษฐกิจ ซึ่งควรครอบคลุมใน 4 ด้านหลัก ดังนี้
.
1. การเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพ (Macroeconomic Stability & Growth) วัดจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP Growth Rate) การควบคุมอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย และไม่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน อัตราการจ้างงานและอัตราการว่างงาน รวมทั้งการสร้างงานใหม่และการลดลงของคนว่างงาน
.
2. การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว (Trade, Investment & Tourism) วัดจากมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จำนวนเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตและธุรกิจรายได้จากภาคการท่องเที่ยว สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้สะท้อนถึงการดึงดูดนักเดินทาง มูลค่าการส่งออก รวมทั้งตัวเลขการเติบโตของการส่งออกสินค้าและบริการ
.
3. การคลังและการลงทุนภาครัฐ (Public Finance & Infrastructure) วัดจากประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์ให้เป็นไปตามกำหนด เวลาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี และการบริหารหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่ปลอดภัย
.
และ 4. การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำ (Income Distribution & Well-being) วัดจากรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per Capita) การเติบโตของรายได้ที่สะท้อนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจำนวนประชาชนที่หลุดพ้นจากความยากจน และการลดสัดส่วนหนี้สินภาคครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่จัดการได้อย่างไรก็ตาม การกำหนดตัวชี้วัดผลงานเหล่านี้ จะต้องทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
.
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า จากการประเมินภาพรวมการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา มาตรการแก้ปัญหาในหลายส่วนยังไม่ตรงจุด แม้จะช่วยบรรเทาปัญหาได้บ้างแต่จะสร้างภาระผูกพันในอนาคต เนื่องจากการกู้เงินมาแจกเพื่อกระตุ้นการบริโภคนั้นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาที่แท้จริงคือวิกฤตการณ์พลังงานที่รัฐบาลต้องเร่งลดต้นทุนการผลิตและดูแลไม่ให้ค่าครองชีพรวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง ปัจจุบันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังคงต่ำกว่าศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และน่าจะยังเติบโตน้อยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
.
“เราต้องศึกษาบทเรียนจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำรอยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งความเสี่ยงในอนาคตจะแตกต่างจากปี 2540 โดยปัญหาจะแผ่ลึกและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจระดับฐานราก” นายอนุสรณ์ กล่าว
.
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท พบว่าส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำที่ตัดทอนได้ยาก ทำให้เหลือสัดส่วนรายจ่ายลงทุนเพียง 20.8% ซึ่งงบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้ผลักดันโครงการใหม่ๆ มากพอที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การปรับเปลี่ยนภาคพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล หรือการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
.
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า อีกทั้งแผนงบประมาณดำเนินการยังขาดการบูรณาการและวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตที่จัดสรรงบประมาณไว้ 4,605 ล้านบาท แต่ยังไม่มีรายละเอียดการต่อยอดที่ชัดเจน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณในยุทธศาสตร์การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทยในอนาคต
.

.
สุภัทร ทำใบความเห็นแพทย์ ขอให้ ศาล-ราชทัณฑ์ ส่งตัว เอกชัย ตรวจสาเหตุปวดท้อง-น้ำหนักลดเรื้อรัง https://www.matichon.co.th/politics/news_5802620
.
สุภัทร ทำใบความเห็นแพทย์ มอบญาติ ส่ง ศาล-ราชทัณฑ์ ขอให้ส่งตัว เอกชัย ตรวจสาเหตุปวดท้อง-น้ำหนักลดเรื้อรัง
.
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงนายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องขังคดีมาตรา 110 ระบุว่า
.
เอกชัย หงส์กังวาน สุขภาพที่แย่ลงในเรือนจำ
.
เอกชัย หงส์กังวาน อยู่ในเรือนจำคลองเปรมมา 9 เดือน สุขภาพไม่ดี
.
เอกชัยอายุ 50 ปี สูง 185 เซนติเมตร แต่น้ำหนักเหลือเพียง 65 กิโลกรัม (ควรจะหนักสัก 80-85 กิโลกรัม) มีอาการปวดท้องด้านขวาเรื้อรัง มีนาคมได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ admit 4วัน ได้ยากระเพาะ/ยาต่อมลูกหมากโตกลับมาทาน แต่ก็ไม่ดีขึ้น
.
ผมได้ศึกษาเวชระเบียน/ใบรายงานผลทางรังสีวิทยา ที่ญาติมิตรส่งมาให้ รวมกว่า 40 หน้า ปัญหาใหญ่คือ ปวดท้องเรื้อรังและน้ำหนักลดต่อเนื่อง (chronic abdominal pain with weight loss) สุขภาพของเอกชัยกำลังแย่ลง ผมจึงทำบันทึกทางการแพทย์ 3 หน้า ให้ญาติมิตรเอกชัยได้นำส่งศาลและกรมราชทัณฑ์ ตอนท้ายของเอกสาร ผมขมวดสรุปว่า
.
“ข้าพเจ้า นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ มีความเห็นว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ควรได้รับการตรวจรักษาและการวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างจริงจังสำหรับอาการปวดท้องเรื้อรังและน้ำหนักลดเรื้อรัง เพื่อคัดกรองภาวะโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก หรือโรคอื่นใดที่เป็นสาเหตุได้ จากโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญหลายแผนก ซึ่งทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีศักยภาพในการให้การรักษาอย่างเพียงพอตามมาตรฐานทางการแพทย์
.
จึงขอให้กรมราชทัณฑ์ได้ส่งต่อ นายเอกชัย หงส์กังวาน ไปทำการตรวจรักษาอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลของรัฐที่มีศักยภาพ อาทิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หรือควรให้นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้รับการประกันตัว เพื่อการเข้ารับการตรวจรักษาโดยละเอียดด้วยตนเองต่อไป
.
ขอให้ท่านให้ความสำคัญกับการเข้าสิทธิในการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานทางการแพทย์ของผู้ต้องขัง อันเป็นสิทธิและความเป็นธรรมที่คนทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม
.
นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
ว 19582
.
พรุ่งนี้ศาลนัดพิจารณาตามคำขอการประกันตัวครั้งที่ 4 หลังจากที่ศาลยกคำร้องมาแล้ว 3 ครั้ง ก็หวังว่าศาลจะพิจารณา ให้เอกชัยได้รับสิทธิในการประกันตัวเพื่อได้สิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพด้วยครับ
.
https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/pfbid02Gsts3f8vh3y6gU8tMU9Lgeiifb2uyYicsppyhKuHWo5Kd8xJK7PpJCDLaqywaiMnl
.

.
แม่น้องเมยทวงความยุติธรรมอีกครั้ง ถาม “หมอ”ดูเด็กชักตายต่อหน้าต่อตาได้ยังไง
https://www.dailynews.co.th/news/6020864/
.
"แม่น้องเมย" ขอทวงความยุติธรรมให้ลูกอีกครั้ง เผยความคาใจ ถาม "คุณหมอ" ในวันเกิดเหตุทนดูเด็กชักตายต่อหน้าต่อตาได้ยังไง?
.
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสพูดถึงคดีที่ทำให้คนไทยคาใจทั้งประเทศสำหรับเรื่องราวของ “น้องเมย” นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการถูกสั่งธำรงวินัย
.
โดยล่าสุด ทางคุณแม่ของน้องเมย นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า
.
“เมยถูกส่งตัวขึ้นกองแพทย์ด้วยเหตุการณ์อะไร … !? (เดียวค่อยมาคุยกัน)” เมื่อขึ้นไปพักกองแพทย์แล้ว ได้รับการรักษาอย่างไร มีการรีเฟอร์ เพื่อทำการตรวจร่างกายต่อโดยละเอียดต่อหรือไม่ [ มีประวัติเคยกู้ชีพขั้นสูง 22 สค.มาแล้ว ]
.
ต่อมาเดินลงจากกองแพทย์ ไปเก็บชุดที่กองพันกอง ระหว่างเดินขึ้นกองแพทย์ เมยล้มหมดสติอีกครั้ง ตรงถนนก่อนถึงกองแพทย์ หมอสังเกตเห็นความผิดปกติหรือไม่ ? แม่ถามหมอว่า หมอคิดอย่างไร นำตัวส่งครั้ง 1 ถูกธำรงวินัย หมอคิดว่า นร.ยังไม่ได้ทานข้าว
.
ครั้งที่ 2 นร.เดินไปเก็บชุด หมอคิดว่า คงเป็นลมธรรมดา ครั้งที่ 3 หมอใช้เครื่อง AED กับนร.หรือไม่ หมอไม่คิดว่าจะเป็นถึงขนาดนี้ ล้มลงครั้งสุดท้ายบนกองแพทย์ “ถ้าหมอใส่ใจในหน้าที่ ไม่ละเลยขนาดนี้ แม่คิดว่า เมยคงไม่ตาย คากองแพทย์”
.
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ของคุณแม่น้องเมยเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ต่างขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวน้องเมย และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ความจริงปรากฏเพื่อความเป็นธรรมแก่น้องเมยในเร็ววันอีกด้วย..
.
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Sukanya Tanyakan
.
https://www.facebook.com/sukanya.tankan/posts/pfbid02ua58Kp1yzMdSgsZKgd21GP5zM1Zb3RYBg71UUdbedLC7pGALiQRdxwNuswb1nfnwl
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่