ความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรม

ผมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายด้วยกัน ถูกเขาปลูกฝังความวิปริตมาตั้งแต่วัยรุ่น จนตอนนี้ขยะแขยงตัวเองแทบเป็นบ้า...

   สวัสดีครับ กระทู้นี้ผมตั้งใจมาตั้งเพื่อระบายความอึดอัดที่มันจุกอยู่ในอก ผมมืดแปดด้านและทรมานใจจนสั่นไปหมดแล้วครับ
ขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อ J (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ส่วนอีกคนขอแทนชื่อว่า K อายุ 30 ปี เราเป็นผู้ชายทั้งคู่ และที่สำคัญ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องสายเลือดใกล้ชิดของผมเองครับ ผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงชอบอยู่เงียบๆ ส่วนเขาเป็นคนที่ต้องออกไปเจอผู้คนมากมายตลอดเวลา เรื่องราวความวิปริตนี้มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ความจริงที่ผมซ่อนไว้และรู้สึกบาปมาตลอดคือ ผมถูกเขากระทำ และปลูกฝังเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนที่ผมยังเด็กและสับสน เขาทำให้ผมเชื่อว่าการล้ำเส้นที่ผิดศีลธรรมนี้คือความรักและความผูกพัน และเป็นเรื่องธรรมดาไม่ผิด มันกลายเป็นปมที่ฝังรากลึก ทำให้ผมโตมาพร้อมกับความรู้สึกที่บิดเบี้ยว และขยะแขยงตัวเองอยู่ลึกๆ

   ​พอโตขึ้น นานๆ ทีเราจะได้เจอกัน แต่เชื่อไหมครับ แทบทุกครั้งที่เจอกันก็มักจะจบลงที่การมีอะไรกันเสมอ แม้จะรวมๆ แล้วแค่ไม่กี่ครั้งก็ตาม ผมพยายามอย่างหนักที่จะหยุดวงจรบ้าๆ นี้ แต่ก็ไม่เคยทำได้เลย เพราะเขามีพฤติกรรมและวิธีพูดที่ต้อนผมให้จนตรอกจนผมต้องยอมเขาทุกที ที่น่าอึดอัดที่สุดคือ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยครับ ทุกคนรอบตัวมองว่าเราเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องผู้ชายที่สนิทกันตามปกติ มันเลยเป็นความลับที่บีบคอผมมาตลอด

​หลายครั้งที่ผมพยายามจะหนี พยายามมองหาคนอื่นเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่สภาพจิตใจผมมันพังจนไม่กล้าเปิดรับใครเข้ามาเลย และที่ตลกร้ายคือ พอผมเริ่มจะทำใจได้และกำลังจะตัดใจ เขาก็จะโผล่กลับเข้ามาในชีวิตผมตลอด ดึงผมกลับไปอยู่ในจุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

​จนกระทั่งล่าสุด K ไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่เกิดความผิดพลาดจนล้มละลาย แทบไม่เหลือใครในชีวิต และเขากำลังจมอยู่กับความเศร้า ฟูมฟายเรื่องคนของเขาอย่างหนักที่ต้องห่างจากเขาไป (ซึ่งจะพูดว่าแฟนก็ไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยเปิดตัวใครเลยและก็เป็นผู้หญิงด้วย) ในตอนนั้นตอนที่เจอกันแล้วมีอะไรกัน เขาไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลย และเราก็ไม่รู้เลยว่าเขามีใครบ้าง...
วันหนึ่งเมื่อเขามารับและมาขอคำปรึกษา เขาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า "พร้อมที่จะจับมือไปด้วยกันหรือเปล่า ต่างคนต่างก็ไม่มีใครแล้วนะ"

  ​ประโยคนั้นทำให้คนโลกส่วนตัวสูงอย่างผมยอมเปิดใจและรับเขามาอยู่ด้วย วันแรกที่เขาย้ายเข้ามา บาดแผลเก่าก็ถูกเปิดออก เราล้ำเส้นและมีอะไรกันอีกครั้ง ในใจผมดันแอบหวังโง่ๆ ว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะได้ดูแลกันจริงๆ

​แต่เปล่าเลยครับ หลังจากวันนั้น K กลับกลายเป็นคนละคน เขาเย็นชา ไม่แตะต้องตัวผมอีกเลย ปล่อยเวลาให้ผ่านมาเป็นเดือนด้วยความอึดอัด ผมต้องคอยซัพพอร์ตความรู้สึกเขาทุกอย่าง เป็นที่รองรับอารมณ์ให้เขาทุกเรื่อง พอผมทนไม่ไหวและถามตรงๆ ว่าเรื่องของเรามันจะเกิดขึ้นอีกไหม คำตอบที่เขาให้คือ "มี แต่ไม่ใช่วันนี้" แล้วเขาก็ทำตัวเฉยชาเหมือนเดิม

  ​เหตุการณ์ที่ตอกย้ำว่าผมมันไม่มีค่าอะไรเลย คือคืนหนึ่งเขากินเหล้าจนเมาหนัก ร้องไห้ฟูมฟายถึงผู้หญิงคนเก่า ผมเข้าไปนั่งปลอบ จู่ๆ เขาก็ดึงผมเข้าไปกอดแน่น ซุกหน้าลงกับคอผม แล้วพึมพำคำว่ารักนะ แต่ชื่อที่เขาพร่ำเพ้อออกมา กลับเป็นคนนั้น พอเขารู้สึกตัวว่าคนที่กอดอยู่คือผม เขาก็ผลักผมออกอย่างแรงด้วยสีหน้ารำคาญ แล้วเดินหนีเข้าห้องไป ทิ้งให้ผมช็อกและนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น วินาทีนั้นใจผมแหลกละเอียด

​ตอนนี้สภาพจิตใจผมมันหลุดไปหมดแล้วครับ ความจริงคือผมไม่ได้ต้องการเรื่องเพศเลย ผมแค่อยากได้คำปลอบใจ อยากได้อ้อมกอดอุ่นๆ หรือแค่สกินชิพเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกว่าผมยังมีค่าและมีคนที่รักและห่วงใยแค่นั้นเอง แต่เขากลับไม่เคยให้ผมได้เลย

​และที่ย้ำเตือนว่าผมมันน่าสมเพชแค่ไหน คือเมื่อคืนนี้ครับ K ไม่ยอมไปนอนในห้องตัวเอง แต่กลับจงใจมานอนพื้นอยู่ข้างนอกในจุดที่ผมเห็น ใส่แค่กางเกงในตัวเดียว ไม่ยอมไปอาบน้ำ นอนยั่วประสาทอยู่ตรงนั้น ผมที่เพิ่งดื่มมานิดหน่อย บวกกับความโหยหาสัมผัสที่โง่เขลา ผมทรมานมาก สุดท้ายความบีบคั้นมันทำให้ผมสติหลุด ผมทำเรื่องที่น่าขยะแขยงที่สุดลงไป ผมหยิบเสื้อผ้าและกางเกงในของเขามาดมเพื่อสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง ​พอสติกลับมา ผมรู้สึกขยะแขยงตัวเองจนอยากจะอ้วก ทรมานทั้งกายและใจสุดๆ ที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพคนวิปริตที่โดนเขาลดทอนคุณค่า หลอกใช้ให้ซัพพอร์ตความรู้สึก และปั่นหัวมาตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงตอนนี้

​ลึกๆ ในใจ ผมวาดฝันไว้แล้วครับ ผมอยากหนีไปให้พ้นจากขุมนรกนี้ ไปเช่าบ้านอยู่ที่จังหวัดอื่น ใช้ชีวิตเงียบๆ ทำงานส่งเงินให้แม่ และให้รางวัลชีวิตตัวเอง ไม่อยากเอาหัวใจและร่างกายไปให้คนที่น่าขยะแขยงคนนี้อีกแล้ว

​แต่ความจริงคือผมยังมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ต้อง ติดแหง็ก อยู่กับเขาที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถลุกหนี ย้ายออก หรือไปไหนได้เลยในตอนนี้ พ่อเป็นคนขับรถไม่เป็นและกลัวที่กว้างจนเป็นแพนิค ผมต้องทนมองหน้าเขา ทนรับมือกับพฤติกรรมเย็นชา และจมอยู่กับความรู้สึกขยะแขยงตัวเองไปวันๆ

​ผมทรมานใจจนสั่นไปหมดแล้วครับ มีใครเคยตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษและบิดเบี้ยวแบบนี้ไหมครับ แล้วในระหว่างที่ผมยังหนีไปไหนไม่ได้ ผมควรจัดการกับความรู้สึกเกลียดตัวเอง และรับมือกับวงจรท็อกซิกนี้ยังไงดีครับ เพราะทุกครั้งยิ่งหาข้อที่น่ารังเกียจของเขายิ่งคิดแต่เรื่องเขาแม้แต่เขายืนอยู่ตรงหน้าอยากจะสัมผัสแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้เพราะทุกครั้งที่ไปสัมผัสจะจบที่สะบัดมือออกตลอด  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและรับฟังเรื่องราวแย่ๆ ของผมครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่