JJNY : พริษฐ์หวั่น กกต.-DSI เป่าคดี│“ทวี”ชี้คดีฮั้วสว.ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้ง│ผู้เลี้ยงปลากะพงตรังห่วงรบ.│มะกันถล่มอิหร่าน

พริษฐ์ กางหลักฐานแฉ โกงเลือกส.ว. หวั่น กกต.-DSI เป่าคดี จี้สาวตัวการใหญ่ อย่าเอาคนหลักสิบมาสังเวย https://www.matichon.co.th/politics/news_5802154
.

.
‘พริษฐ์’ กางหลักฐานแฉกระบวนการ ‘โกงเลือกส.ว.’ ชี้ ไม่ใช่แค่ฮั้ว แต่ใช้เงิน-ผลประโยชน์จ้างคนลงคะแนนเสียง หวั่น กกต.-ดีเอสไอ ปล่อยเกียร์ว่าง เป่าคดีไม่ถึงศาล เค้นหน่วยงานส่งหลักฐาน สาวถึงตัวใหญ่ ลั่น ต้องไม่เอาแค่ สว. 10-20 คนไปสังเวย แต่ต้องลากเครือข่ายเบื้องหลัง
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.” ว่า วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยวิปฝ่ายค้าน มีการจัดกิจกรรมครบรอบ 2 ปีคดีฮั้ว สว. ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก เป็นการเจาะลึกหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับคดี ฮั้วสว. ซึ่งเราจะคุ้นชินกับคำว่า ฮั้ว สว. แต่ความจริงคำที่เหมาะสมกว่าคือโกง ส.ว. เพราะกระบวนการที่เห็นจากหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงเพียงเครือข่ายจัดตั้งผู้สมัคร เพื่อมาจัดทำโพล และแลกเปลี่ยนคะแนนกันและกัน แต่มีกระบวนการที่ใช้เงิน และประโยชน์อื่นใดต่างๆ มาจ้างคนสมัคร และจ้างคนมาลงคะแนนเสียง เพื่อหวังเข้าสู่อำนาจรัฐ ตนต้องย้ำว่า คดีโกง สว.ที่ว่านี้ เป็นคดีที่มีความสำคัญต่ออนาคตระบบทางการเมืองประเทศเรา
.
นายพริษฐ์กล่าวว่า เรื่องแรกถ้าคนที่เข้ามาสู่อำนาจโดยมิชอบ มีแนวโน้มสูงจะใช้อำนาจโดยมิชอบเช่นเดียวกัน หากเราพิสูจน์ให้เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนที่เข้าสู่อำนาจโดยไม่ชอบ จะเกิดคำถามตามมาว่า แล้วการใช้อำนาจในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นกรองกฎหมาย การลงมติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการรับรองผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระจะเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยหรือไม่ และหากมองกว้างในภาพรวม รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้เปิดช่องที่ทำให้การโกงส.ว. เป็นหนทางไปสู่การสร้างระบบการเมืองที่เกิดการฮั้วกัน พร้อมยกตัวอย่างว่า ถ้ามีกลุ่มการเมืองใดใช้วิธีการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มาแทรกแซงการเลือกส.ว.จนทำให้มีคนที่สามารถกำกับทิศทางที่จะลงมติ เข้าไปเป็น ส.ว. จะทำให้กลุ่มการเมืองนั้นมีโอกาสมากำกับได้ด้วยเช่นกัน ว่า ส.ว.เหล่านั้นจะลงมติรับรองใครไปอยู่ในองค์กรอิสระ และหากกลุ่มการเมืองใด สามารถกำหนดได้ หรือคุมได้ว่าใครคือองค์กรอิสระ องค์กรอิสระเหล่านั้นที่มีหน้าที่ในการมาตรวจสอบ กลุ่มการเมืองนั้นเองก็อาจไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา
.
“พูดง่ายๆ ว่าการฮั้วส.ว.หรือการโกงส.ว. เลยเป็นหนทางที่บางกลุ่มการเมืองพยายามใช้คุมองค์กรอิสระ และทำให้กลไกในการตรวจสอบอ่อนแอ” นายพริษฐ์กล่าว
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาต้องบอกว่ามีหลายภาคส่วนพยายามรวบรวมหลักฐานไปนำเสนอต่อหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันยังค้างอยู่ที่ 2 หน่วยงาน คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องมีมติภายในเดือน ก.ย.นี้ ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ ตามมติคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่บอกว่ามีผู้มีมูลความผิดทั้งหมด 229 คน และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีการรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว บนฐานความผิดเรื่องการอั้งยี่ และการฟอกเงิน ตนคิดว่าสิ่งที่สังคมมีความกังวลใจมากที่สุดตอนนี้ คือเรื่องจะไปไม่ถึงศาล แล้วทั้งสองหน่วยงานนี้จะตัดตอนกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ชั้น กกต. และดีเอสไอ ซึ่งทราบดีว่า 4 ใน 7 กกต. ที่จะลงมติเรื่องนี้ถูกรับรองให้ดำรงตำแหน่ง จากส.ว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน ยังไม่นับว่า กกต.ชุดนี้ตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นว่ามีมติที่ค่อนข้างค้านสายตาสังคม คือ บอกว่าไม่มีใครใน 229 คน มีมูลกระทำความผิดเลย ในฝั่งของดีเอสไอมีข้อกังวลเช่นกัน เพราะเห็นว่าช่วงปลายปี 2568 หลังจากดีเอสไอสอบสวนมาเป็นเวลานานกลับสรุปสำนวนและสั่งฟ้องเพียง 8 คน และพออัยการตีเรื่องกลับมา ตอนต้นปี 2569 ก็เสมือนว่าตอนนี้ดีเอสไอ กำลังอยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่าง เพื่อจะรอดูว่ามติ กกต. จะเป็นเช่นไร จึงมีข้อกังวลว่าดีเอสไอกำลังรอดูหรือไม่ว่า กกต.มีมติเป่าคดี หาก กกต.เป่าคดี จะได้เอามติเป่าคดีของ กกต.มาเป็นหลังพิงให้กับดีเอสไอเช่นกัน ยิ่งพอมีการเปลี่ยนปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำกับทิศทาง ก็ยิ่งเป็นข้อกังวลมากขึ้น เป็นวัตถุประสงค์ที่อาจเปลี่ยนตัวปลัดหรือไม่
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้หลายภาคส่วนได้ยื่นหลักฐานต่างๆ ไปยัง 2 หน่วยงาน แต่หลายคนมีความกังวลใจ ว่า 2 หน่วยงานนี้หากไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และตัดตอนกระบวนการตรวจสอบ กลายเป็นว่าเรื่องจะไปไม่ถึงศาล และสังคมจะไม่ได้รับรู้ถึงความหนักแน่นของหลักฐานเหล่านี้ จึงเป็นเหตุให้วันนี้ สิ่งสำคัญของกิจกรรม คือเราจะนำเอาหลักฐานบางส่วน มากางให้สังคมได้รับรู้ ซึ่งจะมีทั้งหลักฐานที่ภาคส่วนต่างๆได้ยื่นมาให้กับวิปฝ่ายค้าน รวมถึงจะมีพยานบุคคลที่ได้ไปรู้เห็น หรือมีหลักฐานที่เกี่ยวกับกระบวนการมาเล่าให้ฟัง มีพยานจากหลากหลายภูมิภาค เพื่อมานำเสนอให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้ เพื่อให้เห็นว่า ในเมื่อหลักฐานมันชัดขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก หากคดีดังกล่าวไปไม่ถึงศาล
.
เมื่อถามถึงกรณี 4 จังหวัด คือสิงห์บุรี หนองบัวลำภู สุพรรณบุรี และสุโขทัย ที่ได้ถามกระทู้ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า หลักฐานที่ได้นำเสนอรัฐมนตรีกลางสภา เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ส่งเข้ามาให้วิปฝ่ายค้าน ตนคิดว่าหลักฐานเหล่านั้นมีความชัดเจนหนักแน่น เพียงพอในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ความจริงหน่วยงานตรวจสอบ ควรจะเข้าถึงหลักฐานได้มากกว่าตนด้วยซ้ำ เช่น มีพยานปากมาเล่าให้ฟัง ว่ามีการรวมตัวกันที่โรงแรมไหน ในจังหวัดไหน วันที่เท่าไหร่ เป็นความจริงที่หน่วยงานตรวจสอบ สิ่งที่ทำได้คือการไปตรวจสอบกับโรงแรม ไปเปิดดูกล้องวงจรปิด ว่ามีบุคคลดังกล่าวเดินเข้ามาในโรงแรมจริงหรือไม่ ตนคิดว่าถ้าเรามองในภาพใหญ่ หน่วยงานตรวจสอบควรจะเข้าถึงหลักฐาน และตรวจทานหลักฐานได้ลึกซึ้งกว่าตนด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าข้อมูลที่ตนได้รับมีความหนักแน่นในระดับหนึ่ง ตนเชื่อว่าหลักฐานที่หน่วยงานเข้าถึงจะหนักแน่นยิ่งกว่า ดังนั้นการที่ตนเอาหลักฐานมานำเสนอสังคม เพื่อให้เกิดคำถามในใจว่า ถ้าเราเข้าถึงหลักฐาน ขนาดนี้ แล้วหน่วยงานตรวจสอบจะเข้าถึงขนาดไหน แล้วถ้าเข้าถึงหลักฐานได้ขนาดนี้ แล้วยังไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลเป็นเพราะอะไร
.
เมื่อถามย้ำว่า จะเอาหลักฐานที่นำเสนอในวันนี้ให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เรากำลังตรวจทานกับเจ้าของหลักฐานอยู่ เพราะหลักฐานที่เรามานำเสนอความจริง เจ้าของหลักฐานได้ยื่นให้กับหน่วยงานตรวจสอบไปหมดแล้ว แต่สิ่งที่เขากังวลใจคือพอยื่นไปแล้ว หน่วยงานที่ตรวจสอบไม่ทำงานตรงไปตรงมา และตัดตอนกระบวนการดังกล่าว จะกลายเป็นว่าสังคมไม่ได้รับรู้ว่าหลักฐานที่ยื่นเข้าไปที่หน่วยงาน ตรวจสอบตัดตอน ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ดังนั้นการนำบางส่วนที่สามารถนำเสนอกับสังคมได้มานำเสนอ ก็น่าจะทำให้สังคม ร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการจับตาการทำงานของหน่วยงานที่ตรวจสอบ แล้วตนย้ำว่าหากหน่วยงานที่ตรวจสอบทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทั้งกกต.และดีเอสไอ ไม่ใช่แค่ส่งเรื่องคนบางคนไปที่ศาล ไม่ใช่แค่หาสว. 10-20 คนไปสังเวย แต่ต้องส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่อาจจะอยู่เบื้องหลังด้วย สิ่งที่เราไม่อยากเห็น คือการสังเวยบางคนเพื่อปกป้องบางคนที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจมากกว่า.
.

.
“ทวี” ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้ง แต่เป็นการ “ยึดอำนาจรัฐ” ผ่านวุฒิสภา
.
รัฐสภา 12 ก.ค.- “ทวี” ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้ง แต่เป็นการ “ยึดอำนาจรัฐ” ผ่านวุฒิสภา หวังคุมองค์กรอิสระทั้งระบบ หลังปรากฎหลักฐานโพย-ภาพวงจรปิดกว่า 200 ล้านภาพ จี้ กกต. เปิดหีบบัตรพิสูจน์
.
พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ กล่าวในเวทีเสวนา "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว." ว่า ตนว่าเรื่องนี้เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหากตีความสั้นสั้นคือระบอบรัฐสภา ซึ่งรัฐสภาในปัจจุบันมีอยู่ 4 คือ 1.รัฐธรรมนูญ 2.รัฐบาล 3. รัฐสภา และรัฐที่ 4 คือรัฐที่ตนคิดมาเองคือ “รัฐอิสระ” ซึ่งมีหมวดศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระ และหมวดของอัยการ รวมถึงประธานศาลปกครองสูงสุดที่ต้องผ่าน สว. ทั้งหมดดังนั้นการที่จะกินรั่วประเทศไทยได้ทั้งหมด ถือว่าความชาญฉลาดที่นำไปซ่อนไว้ในวุฒิสภา
.
ดังนั้น จึงจะเห็นว่าวุฒิสภา ตอนช่วงบทเฉพาะกาลพรรค อนาคตใหม่ในขณะนั้น พรรคเพื่อไทยได้ที่หนึ่ง แต่เค้าไม่ให้เป็น จนกระทั่งรัฐธรรมนูญเดินทางมาถึงปี 2566 ที่จะเปลี่ยนผ่านบทเฉพาะกาล และเกิดการคิดว่าทำอย่างไรก็ได้ที่จะยึด สว.ไว้ ให้ได้แค่ 200 คน เพราะ สว. จะเป็นคนคุมอำนาจของรัฐอิสระ แม้แต่คนที่จะเป็นอัยการสูงสุดก็ต้องผ่าน สว. จึงเกิดความคิดว่าถ้ายึดตรงนี้ได้ฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง คือ รัฐบาล จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถูกส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะจะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งไปที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็สามารถสั่งได้
.
พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น มีการเลือกตั้ง สว. วันที่ 26 พ.ค.2567 และประกาศผลวันที่ 10 ก.ค.2567 และจากนั้นประมาณหนึ่งปีก็มีการถ่ายทอดสดทั้งประเทศที่ฮั้วให้ดูทั้งประเทศ จนกระทั่งมีคนไปร้องให้เข้ากระบวนการเป็นคดีพิเศษ โดยในความเห็นของตนบ้านเมืองของเราจะได้ไม่ได้หากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งไม่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านร่างกายและจิตใจไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่บ้านเมืองก็ไปไม่ได้โดยเฉพาะการปล่อยให้ความชั่วร้ายมาครอบงำยิ่งไปกันใหญ่ หากตนได้อยู่ต่อขณะนั้นจะดำเนินคดีให้หมด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ สว. แต่เป็นการสมคบคิดกันทั้งระบบ
.
โดยมีการใช้คนประมาณ 6-7 กลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในกลุ่มนั้นที่ไปเห็นระเบียบของคณะคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนำไปศึกษาว่าจะฮั้วอย่างไร ซึ่งมาตรา 33 ในระเบียบการเลือกตั้งเขียนไว้ชัดเจนว่า การเลือกตั้งวุฒิสภาใช้วิธีลงคะแนนรับตามวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในช่วงที่ตนถูกฟ้อง มีศักดิ์สูงกว่า พ.ร.บ. ดังนั้นเมื่อเป็นการใช้วิถีลับก็ปรากฏว่า กกต. ไปออกระเบียบกันได้มาซึ่งวุฒิสภา ในข้อ 122. ที่ระบุว่าการให้เบอร์ผู้สมัคร ใช้เบอร์จังหวัดและประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความชาญฉลาดของกลุ่มที่จะไปทำโพย ต้นจึงมองว่าเรื่องนี้ต้องโยงไปที่ กกต. และที่สำคัญกว่านั้นในปี 2567 กกต. ส่งงบการเงินมาให้สภาตรวจ เช่นเดียวกับปี 2566 ที่มีการเลือกตั้ง สส. ซึ่งใช้เงินสนับสนุน 1.3 ล้าน แต่สว. สมัครไม่ถึง 50,000 คน กกต. กลับใช้เงินสนับสนุนถึง 206 ล้านบาท
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่