ปีไหนก็จำไม่ได้แล้ว ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ193 บาท
ที่โรงงานทำขนมอบกรอบ ย่านบางชัน โดยนำเข้าแป้งถั่วจากต่างประเทศ ทอดในน้ำมันพืช..ขายถุงละ 5–10-20 บาทสมัยนั้น
ขากลับ เขาใส่ถุงพลาสติดใสขนาดใหญ่มาให้ 2-3 ถุง ไล่แจกให้ตำรวจจราจรบนทางแยกรัชโยธิน ขาเข้า.... กินเองคงเป็นเดือน
ขั้นต่ำ Forever พนักงานในฝ่ายผลิตนับ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิง ม.ต้น ก็พอ อยู่กันนานๆ..เพราะงานเบา
มี 2 เรื่องที่อยากเล่า เท่าที่จำได้
รื่องที่ 1 ลูกจ้างเกือบทั้งหมด ทำงานกันมาตั้งแต่โรงงานเปิด เมื่อ 19 ปีก่อน (ไม่รู้ปีไหนเช่นกัน)
และทุกคนไม่มีใครเคยได้รับการขึ้นค่าจ้างประจำปีเลย ต้องรอให้รัฐบาลประกาศปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ปรับกันตามนั้น
บริษัทใจแข็งมาก รัฐบาลไม่ปรับ ตูก็ขั้นต่ำด้วย ไม่เอาก็ไปทำที่อื่น....ถามว่าทำไมทนกันได้นานขนาดนั้น
...คำตอบเหมือนกันหมด เรียนน้อย ไม่มีที่ไป ไม่เคยค้างค่าจ้าง
สงกรานต์ ปีใหม่กลับบ้านที (แอบ) เอาขนมไปแจกทั้งหมู่บ้าน..
เขาให้...ฟังว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ทำให้แทบทุกหมู่บ้านของลูกจ้าง ยอดขายเพิ่มหลังเทศกาลเรื่อยๆ...เลย(ทำเป็น)มองไม่เห็น ตอนลูกจ้างหยิบๆกันไป
เรื่องที่ 2 พนักงานทุกคน จะพกขวดน้ำพลาสติตใส ใส่น้ำดื่มของโรงงาน กินระหว่างวัน แล้วก็เติมกลับบ้านทุกวันด้วย ทั่วไปก็ขนาด 1.5 ลิตร ใหญ่กว่านั้นก็มี เพื่อกรอกน้ำดื่ม กลับไปกิน-ใช้ที่บ้านด้วย ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมานาน
จนกระทั่งพบว่า ขวดใสๆที่พกมานั้น เริ่มไม่ใช่ขวดใส และเพิ่มมากขึ้น จนแทบไม่มีขวดใสอีกเลย เปลี่ยนมานานเท่าใด ไม่มีใครรู้
อยู่ๆวันหนึ่ง หลังเลิกงาน ใกล้ทางออกโรงงาน มีถังพลาสติดขนาดใหญ่หลายใบมาวางเรียงไว้ ลูกจ้างที่เดินผ่าน ต้องส่งขวดน้ำให้ รปภ. เปิด ดม ตรวจ.....เกือบทุกขวด ถูกเทเกลี้ยง
เพราะในนั้น ไม่ใช่น้ำดื่ม... แต่เป็น “น้ำมันพืช” ที่ใช้ทอดขนม ใหม่ๆ สะอาดๆ ทั้งนั้น
ลูกจ้างบางคนยอมให้ข้อมูลอย่างสะใจว่า อยากงกดีนัก เอาน้ำมันพืชไปใช้เอง และ/หรือขายต่อก็ได้ (วะ)...อย่างไหน...มากกว่า ??
เอาผิดไม่ได้สักคน เพราะทำ(เกือบ)ทุกคน รวมทั้งในสำนักงานก็ด้วย
พอกันเลย...
กำไรขนาดไหนก็คิดกันเองนะ นานๆ ยังซื้อกินอยู่เลย ถุงละ 10 บาท ถุงเบ้อเร่อเลย แต่มีไม่กี่ชิ้น กินไม่ทันหายอยาก หมดซะงั้น
ขั้นต่ำ Forever
ที่โรงงานทำขนมอบกรอบ ย่านบางชัน โดยนำเข้าแป้งถั่วจากต่างประเทศ ทอดในน้ำมันพืช..ขายถุงละ 5–10-20 บาทสมัยนั้น
ขากลับ เขาใส่ถุงพลาสติดใสขนาดใหญ่มาให้ 2-3 ถุง ไล่แจกให้ตำรวจจราจรบนทางแยกรัชโยธิน ขาเข้า.... กินเองคงเป็นเดือน
ขั้นต่ำ Forever พนักงานในฝ่ายผลิตนับ 100 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิง ม.ต้น ก็พอ อยู่กันนานๆ..เพราะงานเบา
มี 2 เรื่องที่อยากเล่า เท่าที่จำได้
รื่องที่ 1 ลูกจ้างเกือบทั้งหมด ทำงานกันมาตั้งแต่โรงงานเปิด เมื่อ 19 ปีก่อน (ไม่รู้ปีไหนเช่นกัน)
สงกรานต์ ปีใหม่กลับบ้านที (แอบ) เอาขนมไปแจกทั้งหมู่บ้าน..
เขาให้...ฟังว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ทำให้แทบทุกหมู่บ้านของลูกจ้าง ยอดขายเพิ่มหลังเทศกาลเรื่อยๆ...เลย(ทำเป็น)มองไม่เห็น ตอนลูกจ้างหยิบๆกันไป
เรื่องที่ 2 พนักงานทุกคน จะพกขวดน้ำพลาสติตใส ใส่น้ำดื่มของโรงงาน กินระหว่างวัน แล้วก็เติมกลับบ้านทุกวันด้วย ทั่วไปก็ขนาด 1.5 ลิตร ใหญ่กว่านั้นก็มี เพื่อกรอกน้ำดื่ม กลับไปกิน-ใช้ที่บ้านด้วย ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมานาน
จนกระทั่งพบว่า ขวดใสๆที่พกมานั้น เริ่มไม่ใช่ขวดใส และเพิ่มมากขึ้น จนแทบไม่มีขวดใสอีกเลย เปลี่ยนมานานเท่าใด ไม่มีใครรู้
อยู่ๆวันหนึ่ง หลังเลิกงาน ใกล้ทางออกโรงงาน มีถังพลาสติดขนาดใหญ่หลายใบมาวางเรียงไว้ ลูกจ้างที่เดินผ่าน ต้องส่งขวดน้ำให้ รปภ. เปิด ดม ตรวจ.....เกือบทุกขวด ถูกเทเกลี้ยง
ลูกจ้างบางคนยอมให้ข้อมูลอย่างสะใจว่า อยากงกดีนัก เอาน้ำมันพืชไปใช้เอง และ/หรือขายต่อก็ได้ (วะ)...อย่างไหน...มากกว่า ??
เอาผิดไม่ได้สักคน เพราะทำ(เกือบ)ทุกคน รวมทั้งในสำนักงานก็ด้วย
พอกันเลย...
กำไรขนาดไหนก็คิดกันเองนะ นานๆ ยังซื้อกินอยู่เลย ถุงละ 10 บาท ถุงเบ้อเร่อเลย แต่มีไม่กี่ชิ้น กินไม่ทันหายอยาก หมดซะงั้น