ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้เงินเยนญี่ปุ่นถึงอ่อนค่าลงเรื่อยๆ และทำไมเศรษฐกิจญี่ปุ่นถึงกำลังเจอปัญหาใหญ่ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุด เหมือนนั่งคุยกันในร้านกาแฟครับ
ลองจินตนาการถึง "หนูถีบจักรที่ยิ่งวิ่ง จักรยิ่งหมุนเร็วขึ้นจนหยุดไม่ได้" นั่นแหละครับคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเงินเยนในตอนนี้ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า "Doom Loop" หรือ วงจรนรก
ขั้นตอนของ "วงจรนรกเงินเยน" มันทำงานยังไง?
ลองนึกภาพตามเป็นสเต็ปง่ายๆ แบบนี้ครับ
1. เงินเยนอ่อนค่าลงเรื่อยๆ: จากเดิมที่เคยแลกเงินดอลลาร์ได้ง่ายๆ ตอนนี้เงินเยนลดคุณค่าลงจนแย่ที่สุดในรอบ 40 ปี
2. ประกันราคาของธุรกิจ "แตก": ปกติบริษัทนำเข้าสินค้าในญี่ปุ่น เขาจะทำ "ประกันความเสี่ยง" เอาไว้ว่าต่อให้เงินเยนอ่อนค่า เขาก็ยังซื้อของได้ในราคาเดิม แต่พอเงินเยนอ่อนค่าหนักเกินไปจนทะลุเพดานที่ประกันกำหนดไว้ ประกันนั้นก็เลย "โมฆะ" (หรือแตก) ทำให้ธุรกิจต้องซื้อของแพงขึ้นทันที
3. เกิดอาการตื่นตระหนก (Panic): พอไม่มีประกันแล้ว พ่อค้าแม่ค้าและบริษัทต่างๆ ก็กลัวว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงไปอีก เลยรีบเทขายเงินเยนที่มี เพื่อไปแย่งซื้อเงินดอลลาร์มาเก็บไว้ตุนชำระค่าสินค้า
4. เยนยิ่งอ่อนหนักกว่าเดิม: พอทุกคนพร้อมใจกันเทขายเงินเยนเพื่อไปซื้อดอลลาร์ เงินเยนก็ยิ่งไร้ค่าและอ่อนตัวลงไปอีก แล้วมันก็วนกลับไปที่ข้อ 1 ใหม่ กลายเป็นวงจรที่ทำร้ายตัวเองไม่จบสิ้น
มรสุมร้าย ที่รุมเร้าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในญี่ปุ่น
ในขณะที่วงจรนรกกำลังหมุนไป ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในญี่ปุ่นยังต้องเจอ "หมัดฮุค" พร้อมกันถึง 4 ด้าน คือ
1. ของนำเข้าแพงลิ่ว: เพราะเงินเยนไร้ค่า จะซื้ออะไรจากต่างประเทศก็แพงไปหมด
2. วัตถุดิบโลกแพงขึ้น: ซ้ำร้ายยังมีปัญหาความขัดแย้งในต่างประเทศ (เช่น ตะวันออกกลาง) ทำให้ค่าน้ำมัน ค่าพลังงาน และค่าวัตถุดิบแพงขึ้นทั่วโลก
3. ดอกเบี้ยเริ่มขยับ: ต้นทุนการกู้ยืมเงินมาทำธุรกิจเริ่มแพงขึ้นกว่าเดิม
4. ต้องขึ้นค่าแรง: ข้าวของแพงขึ้น ลูกน้องก็อยู่ไม่ได้ ธุรกิจเลยถูกบังคับให้ต้องขึ้นเงินเดือนให้พนักงานตามค่าครองชีพ
ทางตันของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ): เดินหน้าก็ตาย ถอยหลังก็พัง
คนที่มีหน้าที่แก้ปัญหานี้คือ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) แต่ตอนนี้พวกเขาเหมือนกำลังเล่นหมากรุกที่เดินไปทางไหนก็แพ้ หรือที่เรียกว่าภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
• ถ้าเลือก "ขึ้นดอกเบี้ยแรงๆ" เพื่อช่วยเงินเยน: เงินเยนอาจจะแข็งค่าขึ้นจริง แต่ธุรกิจและรัฐบาลญี่ปุ่นที่ "ติดหนี้" มหาศาลมาเป็นเวลานาน จะเจอค่าดอกเบี้ยที่พุ่งสูงจนจ่ายไม่ไหว และอาจล้มละลายกันเป็นโดมิโน
• ถ้าเลือก "คงดอกเบี้ยต่ำต่อไป" เพื่อช่วยคนมีหนี้: เงินเยนก็จะอ่อนค่าลงไปเรื่อยๆ ในวงจรนรก ธุรกิจนำเข้าก็ต้องทนแบกรับต้นทุนที่แพงระยับจนเจ๊งอยู่ดี
ต้นตอที่แท้จริง: ทำไมญี่ปุ่นถึงมาถึงจุดนี้ได้?
ถ้าถามว่าทำไมประเทศที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างญี่ปุ่นถึงติดกับดักนี้? คำตอบมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ ครับ
1. เสพติดดอกเบี้ย 0% มานานเกินไป (Yen Carry Trade): หลายสิบปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นใช้นโยบายดอกเบี้ย 0% (หรือติดลบ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหัวใส พากันมา "กู้เงินเยนที่แทบไม่มีดอกเบี้ย" แล้วเอาเงินนั้นไปแลกเป็นเงินดอลลาร์ เพื่อไปฝากหรือลงทุนในอเมริกาที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เงินเยนเลยถูกขนออกนอกประเทศตลอดเวลา
2. โลกนี้ใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก: ไม่ว่าญี่ปุ่นจะอยากซื้อน้ำมัน ซื้อแก๊ส หรือซื้ออาหารจากประเทศไหนในโลก ทุกคนต่างก็เรียกเก็บเงินเป็น "ดอลลาร์สหรัฐ" ทั้งนั้น ญี่ปุ่นจึงมีความจำเป็นต้องหาเงินดอลลาร์ตลอดเวลา ยิ่งดอลลาร์แพง เยนก็ยิ่งดูแย่
3. กับดักหนี้สินก้อนโต: การที่ปล่อยให้กู้เงินง่ายๆ ดอกเบี้ยถูกๆ มานานหลายสิบปี ทำให้ทั้งรัฐบาลและเอกชนญี่ปุ่นเสพติดการมีหนี้ พอวันหนึ่งอยากจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดึงดูดให้คนกลับมาถือเงินเยน ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะกลัวระบบเศรษฐกิจจะรับภาระหนี้ไม่ไหว
บทสรุป
วิกฤตเงินเยนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของค่าเงินผันผวนชั่วคราวเหมือนเวลาน้ำขึ้นน้ำลงครับ แต่มันคือ ผลลัพธ์ของแผลเรื้อรังทางโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ญี่ปุ่นสะสมมานานหลายสิบปี เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และไม่มีทางแก้ไหนที่ไม่เจ็บปวดเลยครับ
ญี่ปุ่นถึงทางตัน? เจาะลึก "วงจรนรกเงินเยน" ที่ขยับทางไหนก็พัง!
ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้เงินเยนญี่ปุ่นถึงอ่อนค่าลงเรื่อยๆ และทำไมเศรษฐกิจญี่ปุ่นถึงกำลังเจอปัญหาใหญ่ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุด เหมือนนั่งคุยกันในร้านกาแฟครับ
ลองจินตนาการถึง "หนูถีบจักรที่ยิ่งวิ่ง จักรยิ่งหมุนเร็วขึ้นจนหยุดไม่ได้" นั่นแหละครับคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเงินเยนในตอนนี้ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า "Doom Loop" หรือ วงจรนรก
ขั้นตอนของ "วงจรนรกเงินเยน" มันทำงานยังไง?
ลองนึกภาพตามเป็นสเต็ปง่ายๆ แบบนี้ครับ
1. เงินเยนอ่อนค่าลงเรื่อยๆ: จากเดิมที่เคยแลกเงินดอลลาร์ได้ง่ายๆ ตอนนี้เงินเยนลดคุณค่าลงจนแย่ที่สุดในรอบ 40 ปี
2. ประกันราคาของธุรกิจ "แตก": ปกติบริษัทนำเข้าสินค้าในญี่ปุ่น เขาจะทำ "ประกันความเสี่ยง" เอาไว้ว่าต่อให้เงินเยนอ่อนค่า เขาก็ยังซื้อของได้ในราคาเดิม แต่พอเงินเยนอ่อนค่าหนักเกินไปจนทะลุเพดานที่ประกันกำหนดไว้ ประกันนั้นก็เลย "โมฆะ" (หรือแตก) ทำให้ธุรกิจต้องซื้อของแพงขึ้นทันที
3. เกิดอาการตื่นตระหนก (Panic): พอไม่มีประกันแล้ว พ่อค้าแม่ค้าและบริษัทต่างๆ ก็กลัวว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงไปอีก เลยรีบเทขายเงินเยนที่มี เพื่อไปแย่งซื้อเงินดอลลาร์มาเก็บไว้ตุนชำระค่าสินค้า
4. เยนยิ่งอ่อนหนักกว่าเดิม: พอทุกคนพร้อมใจกันเทขายเงินเยนเพื่อไปซื้อดอลลาร์ เงินเยนก็ยิ่งไร้ค่าและอ่อนตัวลงไปอีก แล้วมันก็วนกลับไปที่ข้อ 1 ใหม่ กลายเป็นวงจรที่ทำร้ายตัวเองไม่จบสิ้น
มรสุมร้าย ที่รุมเร้าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในญี่ปุ่น
ในขณะที่วงจรนรกกำลังหมุนไป ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในญี่ปุ่นยังต้องเจอ "หมัดฮุค" พร้อมกันถึง 4 ด้าน คือ
1. ของนำเข้าแพงลิ่ว: เพราะเงินเยนไร้ค่า จะซื้ออะไรจากต่างประเทศก็แพงไปหมด
2. วัตถุดิบโลกแพงขึ้น: ซ้ำร้ายยังมีปัญหาความขัดแย้งในต่างประเทศ (เช่น ตะวันออกกลาง) ทำให้ค่าน้ำมัน ค่าพลังงาน และค่าวัตถุดิบแพงขึ้นทั่วโลก
3. ดอกเบี้ยเริ่มขยับ: ต้นทุนการกู้ยืมเงินมาทำธุรกิจเริ่มแพงขึ้นกว่าเดิม
4. ต้องขึ้นค่าแรง: ข้าวของแพงขึ้น ลูกน้องก็อยู่ไม่ได้ ธุรกิจเลยถูกบังคับให้ต้องขึ้นเงินเดือนให้พนักงานตามค่าครองชีพ
ทางตันของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ): เดินหน้าก็ตาย ถอยหลังก็พัง
คนที่มีหน้าที่แก้ปัญหานี้คือ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) แต่ตอนนี้พวกเขาเหมือนกำลังเล่นหมากรุกที่เดินไปทางไหนก็แพ้ หรือที่เรียกว่าภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
• ถ้าเลือก "ขึ้นดอกเบี้ยแรงๆ" เพื่อช่วยเงินเยน: เงินเยนอาจจะแข็งค่าขึ้นจริง แต่ธุรกิจและรัฐบาลญี่ปุ่นที่ "ติดหนี้" มหาศาลมาเป็นเวลานาน จะเจอค่าดอกเบี้ยที่พุ่งสูงจนจ่ายไม่ไหว และอาจล้มละลายกันเป็นโดมิโน
• ถ้าเลือก "คงดอกเบี้ยต่ำต่อไป" เพื่อช่วยคนมีหนี้: เงินเยนก็จะอ่อนค่าลงไปเรื่อยๆ ในวงจรนรก ธุรกิจนำเข้าก็ต้องทนแบกรับต้นทุนที่แพงระยับจนเจ๊งอยู่ดี
ต้นตอที่แท้จริง: ทำไมญี่ปุ่นถึงมาถึงจุดนี้ได้?
ถ้าถามว่าทำไมประเทศที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างญี่ปุ่นถึงติดกับดักนี้? คำตอบมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ ครับ
1. เสพติดดอกเบี้ย 0% มานานเกินไป (Yen Carry Trade): หลายสิบปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นใช้นโยบายดอกเบี้ย 0% (หรือติดลบ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหัวใส พากันมา "กู้เงินเยนที่แทบไม่มีดอกเบี้ย" แล้วเอาเงินนั้นไปแลกเป็นเงินดอลลาร์ เพื่อไปฝากหรือลงทุนในอเมริกาที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เงินเยนเลยถูกขนออกนอกประเทศตลอดเวลา
2. โลกนี้ใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก: ไม่ว่าญี่ปุ่นจะอยากซื้อน้ำมัน ซื้อแก๊ส หรือซื้ออาหารจากประเทศไหนในโลก ทุกคนต่างก็เรียกเก็บเงินเป็น "ดอลลาร์สหรัฐ" ทั้งนั้น ญี่ปุ่นจึงมีความจำเป็นต้องหาเงินดอลลาร์ตลอดเวลา ยิ่งดอลลาร์แพง เยนก็ยิ่งดูแย่
3. กับดักหนี้สินก้อนโต: การที่ปล่อยให้กู้เงินง่ายๆ ดอกเบี้ยถูกๆ มานานหลายสิบปี ทำให้ทั้งรัฐบาลและเอกชนญี่ปุ่นเสพติดการมีหนี้ พอวันหนึ่งอยากจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดึงดูดให้คนกลับมาถือเงินเยน ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะกลัวระบบเศรษฐกิจจะรับภาระหนี้ไม่ไหว
บทสรุป
วิกฤตเงินเยนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของค่าเงินผันผวนชั่วคราวเหมือนเวลาน้ำขึ้นน้ำลงครับ แต่มันคือ ผลลัพธ์ของแผลเรื้อรังทางโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ญี่ปุ่นสะสมมานานหลายสิบปี เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และไม่มีทางแก้ไหนที่ไม่เจ็บปวดเลยครับ