"ศุภจี" ผุดไอเดียใหม่ "ข้าวแกงไทยช่วยไทย" ดึงร้านอาหารในโครงการไทยพลัสร่วมจัดเมนูอิ่ม 40 บาท รัฐดูช่วยเหลือต้นทุน!
วันที่ 11 ก.ค. 69 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในกำลังจัดทำรายละเอียดโครงการ “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” โดยมีเป้าหมายช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยและมนุษย์เงินเดือน ผ่านการเปิดให้ร้านอาหารและร้านค้าที่อยู่ในระบบ “ไทยช่วยไทยพลัส” สมัครใจเข้าร่วมจำหน่ายเมนูอาหารราคาประหยัดเป็นทางเลือกให้ประชาชน
โครงการดังกล่าวจะต่อยอดจาก “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารในระบบกว่า 200,000 ร้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเปิดให้ร้านค้าและร้านอาหารที่อยู่ในระบบสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนต้นทุนบางส่วนจากภาครัฐ แลกกับการจำหน่ายเมนูอาหารในราคาที่กำหนดตามเงื่อนไขของโครงการ โดยไม่ใช้มาตรการบังคับลดราคา
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่มีนโยบายเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด แต่จะใช้มาตรการสนับสนุนเพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลให้เกิดความเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
นางศุภจี กล่าวว่า เบื้องต้นมีแนวคิดให้เมนูอาหารในโครงการมีราคาอยู่ในระดับประมาณ 40 บาท เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุป เนื่องจากต้องพิจารณาความเหมาะสมของต้นทุนวัตถุดิบ ประเภทเมนู จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วม วงเงินสนับสนุน และรายละเอียดของโครงการ
ทั้งนี้ รายละเอียดของโครงการ ทั้งประเภทเมนู ราคาอาหาร จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วม วงเงินสนับสนุน และแหล่งงบประมาณ ยังอยู่ระหว่างจัดทำเพื่อเสนอครม. พิจารณา โดยเบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนจากงบกลางหรือพระราชบัญญัติเงินกู้ และจะเลือกแนวทางที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ รายละเอียดของโครงการอาจมีการปรับจากกรอบแนวคิดเบื้องต้นตามผลการพิจารณาของครม.
นางศุภจีกล่าวถึงข้อสงสัยที่ว่า แม้ราคาน้ำมันโลกจะเริ่มปรับลดลงและแรงกดดันด้านต้นทุนบางส่วนเริ่มคลี่คลาย แต่เหตุใดราคาอาหารตามสั่งและข้าวแกงยังไม่ปรับลดลง โดยระบุว่า ผู้ประกอบการยังมีต้นทุนด้านอื่นที่ต้องแบกรับ ทั้งค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สหุงต้ม และราคาวัตถุดิบบางรายการ ซึ่งไม่ได้ปรับลดลงพร้อมกับราคาพลังงาน จึงต้องพิจารณาต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่อ้างอิงเฉพาะราคาน้ำมันเพียงปัจจัยเดียว ดังนั้นราคาอาหารจึงอาจไม่สามารถปรับลดลงตามราคาน้ำมันได้ทันที
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงเลือกใช้แนวทางสนับสนุนร้านอาหารที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ แทนการกำหนดหรือบังคับให้ลดราคา เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และไม่บิดเบือนกลไกตลาด หากครม. เห็นชอบ คาดว่า จะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการเบื้องต้นอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนประเมินสถานการณ์ค่าครองชีพ ต้นทุนสินค้า และภาวะเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมว่า จะดำเนินโครงการต่อ ขยายระยะเวลา ปรับรูปแบบ หรือยุติโครงการตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในได้ดำเนินมาตรการเชื่อมโยงวัตถุดิบราคาประหยัดให้ร้านอาหาร เพื่อลดต้นทุนและชะลอการปรับขึ้นราคาอาหารปรุงสำเร็จ ควบคู่กับการดำเนินโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส การกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ เครือข่ายรถพุ่มพวงกว่า 3,800 คัน รวมถึงมาตรการลดต้นทุนภาคการผลิต เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพและลดต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
โครงการ “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” จึงถือเป็นการต่อยอดมาตรการดูแลค่าครองชีพของกระทรวงพาณิชย์ จากการช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการไปสู่การสนับสนุนร้านอาหารโดยตรง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและมนุษย์เงินเดือน สามารถเข้าถึงอาหารปรุงสำเร็จในราคาที่เหมาะสมมากขึ้นในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง
https://www.topnews.co.th/news/1627493
ถ้าทำจริงๆมองว่าร้านไหนไม่ร่วมโครงการคือไม่รอดเพราะถ้าร้าน 40 บาทมาเยอะผู้บริโภคก็จะไปกินร้านที่ราคาถูกกว่า
ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนต้นทุนบางส่วนจากภาครัฐ แลกกับการจำหน่ายเมนูอาหารในราคาที่กำหนดตามเงื่อนไขของโครงการ
เอาเงินไปช่วยร้านอาหารทำให้ขายได้ถูกลง
“ศุภจี” ผุดไอเดียใหม่ “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” เมนูอิ่ม 40 บาท
https://www.topnews.co.th/news/1627493
ถ้าทำจริงๆมองว่าร้านไหนไม่ร่วมโครงการคือไม่รอดเพราะถ้าร้าน 40 บาทมาเยอะผู้บริโภคก็จะไปกินร้านที่ราคาถูกกว่า
ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนต้นทุนบางส่วนจากภาครัฐ แลกกับการจำหน่ายเมนูอาหารในราคาที่กำหนดตามเงื่อนไขของโครงการ
เอาเงินไปช่วยร้านอาหารทำให้ขายได้ถูกลง