สมัยก่อน กรุงเทพฯสกปรกสุดๆ คนคิดจะทิ้งขยะตรงไหนก็ทิ้ง จับยากด้วย เพราะตอนทิ้งเร็วมาก จับไม่ทัน
เดินไปบนฟุตบาทนี่ ขยะเกลื่อน ไม่ต่างจากอินเดีย อินโด ฟิลิปปินส์
คนกวาดขยะก็กวาดไม่ไหว กวาดไม่ทัน
เทศกิจจึงแก้ปัญหา ด้วยการทำถังขยะเป็นจุดๆ บางที่ก็ผูกถุงขยะไว้ติดเสาไฟ
นอกจากนั้น ก็ตั้งโต๊ะจับ ปรับ กันริมฟุตบาท ตามถนนแต่ละสายเลย มีคนแอบเฝ้าดู แล้วจับกันตอนนั้น
ตามหลักจิตวิทยา ถ้าฝืนพฤติกรรมได้ถึง 6 เดือน จะเกิดนิสัยใหม่ขึ้น
เทศกิจระดมพลตั้งจุดตรวจ จับ ปรับ อยู่ 6 เดือน กทม.สะอาดขึ้นทันตา
และหลังจากนั้น ก็ไม่มีการจับอีกเลย เพราะนิสัยใหม่ เกิดขึ้นกับประชาชนแล้ว
ทุกวันนี้ แม้ไม่มีถังขยะ ทุกคนก็จะเก็บไว้ เดินถือไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอถังขยะแล้วค่อยทิ้ง
>> เช่นเดียวกับ มอเตอร์ไซค์สวนเลน ตำรวจต้องมาวิเคราะห์ว่าจุดไหนเกิดบ่อย สวนเพราะอะไร
ถ้าเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ต้องหาทางแก้ เช่น หาทางลัดตามซอยให้วิ่งแบบไม่สวน ถ้าถนนกว้างพอก็อาจเอาคอนกรีตมากันซ่องซ้ายสุดเป็นเลนสวนเล็กๆ
ทำจุดยูเทิร์นเพิ่มเติมเฉพาะมอเตอร์ไซค์ (แค่เจาะช่องเกาะกลางสองเมตร ก็ยูได้แล้ว) ฯลฯ มีตั้งหลายวิธี ใช้สมองหน่อยเถอะ วงการตำรวจ
หลังจากที่แก้ไขปัญหาแล้ว ทีนี้ ตั้งโต๊ะจับปรับเดี๋ยวนั้น ตามถนนแต่ละสายไปเลย แบบเทศกิจ
รับรองภายในหกเดือน เกิดนิสัยใหม่ทันที
ส่วนเรื่องฝ่าไฟแดงนี่ ต้องจับอย่างเดียว
วันก่อนไปแยกแถวถนนพระรามสี่ มอเตอร์ไซค์ฝ่าไฟแดงรวดเดียวประมาณยี่สิบคัน ทั้งๆที่ป้อมตำรวจอยู่ตรงนั้น
ตำรวจได้แต่มองตาปริบๆ หยามศักดิ์ศรีตำรวจไทยมากเลย
แล้ว สะพาน ไทย-เบลเยี่ยม ต่อเนื่องถึง สะพาน-ไทยญี่ปุ่น ยาวไปสามย่าน หัวลำโพง เป็นสะพานยาวแคบๆ พอดีตัวรถ แถมมีการเจาะช่องตรงกลางให้รถลงข้างล่าง
มีการเบี่ยงถนนเป็นระยะๆ จึงห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้น
แต่ทุกวันนี้ ขึ้นกันเป็นเรื่องธรรมดา มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก
ถ้าอย่างนั้นไปแก้กฎหมายเลยดีไหมว่าให้มอเตอร์ไซค์ขึ้นได้ แล้วแก้ไขจุดบอดตรงทางขึ้นทางลง
เห็นแล้วไม่สบายใจเลย ที่ปล่อยให้คนฝ่าฝืนกฎหมาย จนเป็นเรื่องธรรมดา
ตำรวจอ้างมอเตอร์ไซค์สวนเลน เยอะเกินไป จับไม่ไหว แล้วแต่ก่อนคนทิ้งขยะเกลื่อนเมือง ทำไมเทศกิจปราบอยู่
เดินไปบนฟุตบาทนี่ ขยะเกลื่อน ไม่ต่างจากอินเดีย อินโด ฟิลิปปินส์
คนกวาดขยะก็กวาดไม่ไหว กวาดไม่ทัน
เทศกิจจึงแก้ปัญหา ด้วยการทำถังขยะเป็นจุดๆ บางที่ก็ผูกถุงขยะไว้ติดเสาไฟ
นอกจากนั้น ก็ตั้งโต๊ะจับ ปรับ กันริมฟุตบาท ตามถนนแต่ละสายเลย มีคนแอบเฝ้าดู แล้วจับกันตอนนั้น
ตามหลักจิตวิทยา ถ้าฝืนพฤติกรรมได้ถึง 6 เดือน จะเกิดนิสัยใหม่ขึ้น
เทศกิจระดมพลตั้งจุดตรวจ จับ ปรับ อยู่ 6 เดือน กทม.สะอาดขึ้นทันตา
และหลังจากนั้น ก็ไม่มีการจับอีกเลย เพราะนิสัยใหม่ เกิดขึ้นกับประชาชนแล้ว
ทุกวันนี้ แม้ไม่มีถังขยะ ทุกคนก็จะเก็บไว้ เดินถือไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอถังขยะแล้วค่อยทิ้ง
>> เช่นเดียวกับ มอเตอร์ไซค์สวนเลน ตำรวจต้องมาวิเคราะห์ว่าจุดไหนเกิดบ่อย สวนเพราะอะไร
ถ้าเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ต้องหาทางแก้ เช่น หาทางลัดตามซอยให้วิ่งแบบไม่สวน ถ้าถนนกว้างพอก็อาจเอาคอนกรีตมากันซ่องซ้ายสุดเป็นเลนสวนเล็กๆ
ทำจุดยูเทิร์นเพิ่มเติมเฉพาะมอเตอร์ไซค์ (แค่เจาะช่องเกาะกลางสองเมตร ก็ยูได้แล้ว) ฯลฯ มีตั้งหลายวิธี ใช้สมองหน่อยเถอะ วงการตำรวจ
หลังจากที่แก้ไขปัญหาแล้ว ทีนี้ ตั้งโต๊ะจับปรับเดี๋ยวนั้น ตามถนนแต่ละสายไปเลย แบบเทศกิจ
รับรองภายในหกเดือน เกิดนิสัยใหม่ทันที
ส่วนเรื่องฝ่าไฟแดงนี่ ต้องจับอย่างเดียว
วันก่อนไปแยกแถวถนนพระรามสี่ มอเตอร์ไซค์ฝ่าไฟแดงรวดเดียวประมาณยี่สิบคัน ทั้งๆที่ป้อมตำรวจอยู่ตรงนั้น
ตำรวจได้แต่มองตาปริบๆ หยามศักดิ์ศรีตำรวจไทยมากเลย
แล้ว สะพาน ไทย-เบลเยี่ยม ต่อเนื่องถึง สะพาน-ไทยญี่ปุ่น ยาวไปสามย่าน หัวลำโพง เป็นสะพานยาวแคบๆ พอดีตัวรถ แถมมีการเจาะช่องตรงกลางให้รถลงข้างล่าง
มีการเบี่ยงถนนเป็นระยะๆ จึงห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้น
แต่ทุกวันนี้ ขึ้นกันเป็นเรื่องธรรมดา มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก
ถ้าอย่างนั้นไปแก้กฎหมายเลยดีไหมว่าให้มอเตอร์ไซค์ขึ้นได้ แล้วแก้ไขจุดบอดตรงทางขึ้นทางลง
เห็นแล้วไม่สบายใจเลย ที่ปล่อยให้คนฝ่าฝืนกฎหมาย จนเป็นเรื่องธรรมดา