มิตรภาพ ความรัก และโศกนาฏกรรมใน "Farewell My Concubine" (1993) – หนังที่ไม่ควรพลาดครับ



สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมอยากจะมาพูดถึงหนังเรื่องหนึ่งที่อยู่ในใจผมมานานแสนนาน นั่นคือ "Farewell My Concubine" หรือชื่อไทย "หลายแผ่นดิน แม้สิ้นใจ ก็ไม่ลืม" (1993) ครับ หนังเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับ Chen Kaige ที่เคยคว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์มาแล้ว และผมกล้าพูดเลยว่านี่คือหนังจีนที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลกเลยก็ว่าได้ครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมดูหนังเรื่องนี้มาหลายรอบแล้วครับ และทุกครั้งที่ดู ผมก็ยังคงอินไปกับเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งอยู่เสมอ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังดราม่าธรรมดาๆ นะครับ แต่มันคือการเดินทางอันยาวนานที่พาเราไปสำรวจมิติของมิตรภาพ ความรัก เพศสภาพ ชนชั้น และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เข้มข้นมากๆ ครับ

เนื้อเรื่องหลักๆ ของ "Farewell My Concubine" จะพาเราไปติดตามชีวิตของสองนักแสดงอุปรากรปักกิ่ง คือ Douzi (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Cheng Dieyi) และ Shitou (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Duan Xiaolou) ตั้งแต่สมัยเด็กที่ทั้งคู่ต้องเข้ารับการฝึกฝนอย่างหนักในโรงเรียนงิ้ว เพื่อเป็นนักแสดงอุปรากรที่เก่งกาจครับ การฝึกฝนที่โหดร้าย ทารุณ และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในวัยเด็ก เป็นจุดเริ่มต้นที่หล่อหลอมความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองคน โดยเฉพาะ Dieyi ที่รับบทเป็น "ตั้น" หรือตัวนาง ซึ่งต้องแสดงออกถึงความอ่อนช้อยและงดงาม ส่วน Xiaolou รับบทเป็น "เซิง" หรือตัวพระผู้แข็งแกร่ง

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานครับ โดยเฉพาะ Dieyi ที่ดูเหมือนจะมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่ามิตรภาพให้กับ Xiaolou มาโดยตลอด ด้วยความที่เขาต้องสวมบทบาทเป็นตัวนางมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ตัวตนของ Dieyi ค่อยๆ กลืนกินไปกับบทบาทที่เขาแสดง เขามองว่าตัวเองคือสนมเอกหยู ผู้ภักดีต่อจอมทัพเซี่ยงอวี่ (ซึ่งก็คือ Xiaolou ในสายตาของ Dieyi) อย่างแท้จริงครับ

แต่แล้วความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้ก็ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของ Xiaolou นั่นคือ Juxian หญิงงามจากหอนางโลม ที่ Xiaolou ตัดสินใจแต่งงานด้วย การมาของ Juxian สร้างรอยร้าวครั้งใหญ่ในใจของ Dieyi เพราะเขารู้สึกเหมือนถูกแย่งชิงคนรักไป ความอิจฉาริษยาและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในชีวิตของ Dieyi ทำให้เขาเริ่มหันไปพึ่งฝิ่นเพื่อหลีกหนีความจริง

หนังเรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องราวความรักสามเส้าที่ซับซับซ้อนนะครับ แต่มันยังฉายภาพให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมจีนในช่วงหลายทศวรรษ ตั้งแต่ยุคสาธารณรัฐ จวบจนการปฏิวัติวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตของตัวละครทุกคนครับ อุปรากรปักกิ่ง ซึ่งเป็นศิลปะอันงดงามและเป็นชีวิตจิตใจของ Dieyi ก็ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคุกคามและทำลายล้างจากกลุ่มเรดการ์ดในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งฉากเหล่านี้สะเทือนอารมณ์มากๆ ครับ มันทำให้เราเห็นถึงความโหดร้ายของอำนาจที่สามารถบิดเบือนและทำลายทุกสิ่งได้ แม้กระทั่งศิลปะและจิตใจของมนุษย์

สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือการแสดงของนักแสดงทุกคนครับ โดยเฉพาะ Leslie Cheung ในบทบาทของ Cheng Dieyi เขาสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างไร้ที่ติ ตั้งแต่ความอ่อนไหว ความรักที่เจ็บปวด ความอิจฉาริษยา ไปจนถึงความบ้าคลั่งที่เกิดจากการติดฝิ่น เขาแสดงได้ถึงพริกถึงขิงจริงๆ ครับ การแสดงของ Leslie Cheung ในเรื่องนี้คือตำนานเลยก็ว่าได้ ทำให้ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาคือ Dieyi ตัวจริง ส่วน Gong Li ในบทบาทของ Juxian ก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันครับ เธอแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความรักที่มั่นคง และความเจ็บปวดของผู้หญิงที่ต้องยืนหยัดอยู่ในสังคมที่โหดร้ายได้อย่างน่าทึ่ง และ Zhang Fengyi ในบทบาทของ Duan Xiaolou ก็ถ่ายทอดความเป็นตัวพระที่แข็งแกร่ง แต่ก็มีความอ่อนแอและเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่ได้อย่างมีมิติครับ

งานภาพและโปรดักชั่นของหนังเรื่องนี้ก็สวยงามอลังการมากๆ ครับ การจัดแสง สี และองค์ประกอบภาพต่างๆ ทำได้อย่างประณีตบรรจง สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะอุปรากรปักกิ่ง และความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์จีนได้อย่างน่าทึ่งครับ ฉากการแสดงอุปรากรในเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้สวยงามและมีพลังมากๆ ทำให้ผมเข้าใจถึงความหลงใหลของ Dieyi ที่มีต่อศิลปะแขนงนี้ครับ

"Farewell My Concubine" เป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของความรักที่ไม่มีวันสมหวัง มิตรภาพที่ถูกทดสอบด้วยกาลเวลา และโศกนาฏกรรมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและอำนาจครับ มันเป็นหนังที่ทำให้เราได้ครุ่นคิดถึงเรื่องของอัตลักษณ์ เพศสภาพ และการค้นหาตัวตนภายใต้แรงกดดันจากสังคม หนังเรื่องนี้มีหลายฉากที่สะเทือนใจมากๆ ครับ โดยเฉพาะฉากจบที่ทำให้ผมรู้สึกจุกในอกและน้ำตาซึมไปหลายครั้ง มันเป็นฉากจบที่ทรงพลังและทิ้งคำถามไว้ในใจคนดูว่า "อะไรคือความจริงที่ Dieyi ยึดมั่นมาตลอดชีวิต?"

สำหรับคะแนน 7.9/10 ที่ได้จาก TMDB นั้น ผมมองว่ามันสมเหตุสมผลแล้วครับ แต่ในใจผม ผมให้คะแนนหนังเรื่องนี้เต็ม 10/10 เลยครับ เพราะมันเป็นหนังที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผม และเป็นแรงบันดาลใจให้ผมได้สำรวจและทำความเข้าใจถึงมิติของความรู้สึกและสังคมในมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ

ถ้าใครยังไม่เคยดู "Farewell My Concubine" ผมขอแนะนำให้ไปหามาดูให้ได้เลยนะครับ มันเป็นหนังที่ไม่ได้ดูง่ายๆ ครับ อาจจะต้องใช้สมาธิในการรับชมพอสมควร แต่ผมรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ มันคือประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่คุณจะจดจำไปอีกนานแสนนานครับ

ขอบคุณครับที่อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่ารีวิวของผมจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจรับชมของเพื่อนๆ นะครับ ถ้าใครเคยดูแล้ว มาแชร์ความรู้สึกกันได้นะครับ อยากรู้ว่าเพื่อนๆ คิดยังไงกับหนังเรื่องนี้กันบ้างครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่