เอาจริงซื้อเพราะคำว่า Over-Ear อยากลองอ่ะนะ เลยสอย HOCO W67 หูฟังครอบหูที่มาพร้อมกับดีไซน์สะดุดตาแบบ "Open-Ear" ในราคาเป็นมิตรเพียง 420 บาท เท่านั้น (แล้วแต่วันบางวันก็แพง บางวันก็ถูกกว่านี้) มาดูกันว่าหูฟังรุ่นนี้จะมีฟังก์ชันอะไรน่าสนใจ และเหมาะกับใครบ้าง
📦 แกะกล่อง & ดีไซน์ภายนอก
ตัวกล่องพิมพ์ลายชื่อรุ่นและฟีเจอร์เด่นชัดเจน ภายในกล่องประกอบด้วยอุปกรณพื้นฐาน ได้แก่:
ตัวหูฟัง HOCO W67 (ในคลิปเลือกเป็นสีดำ-แดง ดูสวยงาม สปอร์ต) แต่สีขาวก็สวยนะ
สายชาร์จแบบ Type-C to Type-A
คู่มือการใช้งาน (ภาษาอังกฤษและภาษาจีน และ ภาษาอื่นๆ ไม่มีภาษาไทยแต่ใช้งานไม่ยาก)
วัสดุและการประกอบ:
ภาพรวมทำออกมาได้ดีเกินราคา ตัวเรือนภายนอกเป็นพลาสติก แต่แกนด้านในของก้านครอบหัวเป็นโลหะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ตัวก้านสามารถดึงปรับระดับความสูงให้เข้ากับสรีระศีรษะได้ บริเวณก้านด้านบนและฟองน้ำครอบหูบุด้วยยางนุ่มๆ สีแดง ช่วยให้สวมใส่สบาย ไม่กดทับ
🎧 จุดเด่นของดีไซน์ "Open-Ear"
ความพิเศษที่แตกต่างจากหูฟังครอบหูทั่วไปคือ บริเวณรอบๆ ตัวลำโพงจะมีลักษณะเป็นรูเปิดโล่ง (Open-Ear) ไม่ได้ปิดทึบ ข้อดีของดีไซน์นี้คือ:
สวมใส่สบาย ไม่ร้อนหู: อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เกิดความร้อนอบอ้าวเวลารวมถึงไม่เจ็บหูเมื่อใส่นานๆ
ปลอดภัยเมื่อใช้งานนอกสถานที่: เพราะดีไซน์นี้ทำให้เรายังคงได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้าง (เช่น เสียงรถยนต์เวลาไปเดินหรือออกกำลังกาย) ควบคู่ไปกับเสียงเพลง
ข้อสังเกต: เนื่องจากเป็นดีไซน์แบบเปิด หากเปิดเสียงในระดับที่ดังมากๆ (Volume เกือบสุด) เสียงเพลงจะเล็ดลอดออกมาภายนอกอย่างชัดเจน ทำให้คนรอบข้างได้ยินว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่
⚙️ ปุ่มควบคุมและการใช้งาน
ตัวหูฟังฝั่งที่มีปุ่มควบคุม ประกอบด้วย 3 ปุ่มหลัก ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลาย ดังนี้:
ปุ่ม Power (เปิด-ปิด / เล่น-หยุด / รับสาย):
กดค้างไว้ 3 วินาที เพื่อ เปิด หรือ ปิด เครื่อง
กด 1 ครั้ง (ขณะฟังเพลง) เพื่อ เล่น หรือ หยุดเพลง
กด 1 ครั้ง (เมื่อมีสายเข้า) เพื่อ รับสาย และกดอีก 1 ครั้งเพื่อ วางสาย
กดค้างไว้สักครู่ (เมื่อมีสายเข้า) เพื่อ ปฏิเสธการรับสาย
ปุ่มเครื่องหมายบวก (+): กดคลิกเพื่อเพิ่มเสียง / กดค้างไว้เพื่อเลื่อนไปเพลงถัดไป (Next Track)
ปุ่มเครื่องหมายลบ (-): กดคลิกเพื่อลดเสียง / กดค้างไว้เพื่อย้อนไปเพลงก่อนหน้า (Previous Track)
ระบบประหยัดพลังงาน: หากเปิดหูฟังทิ้งไว้โดยไม่มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ เป็นเวลา 3 นาที ระบบจะปิดเครื่องให้อัตโนมัติ
🔋 แบตเตอรี่และการชาร์จ
การใช้งาน: ทางแบรนด์ระบุว่าใช้งานได้นานสูงสุด 32 ชั่วโมง (จากการทดสอบจริง จะอยู่ถึง 32 ชั่วโมงหากเปิดระดับเสียงประมาณ 50-60% แต่ถ้าเปิดดังกว่านั้นระยะเวลาจะลดลงมา)
การชาร์จ: ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ จากแบตเตอรี่หมดจนเต็ม ขณะชาร์จจะมีไฟสถานะสีแดง และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเมื่อแบตเตอรี่เต็ม
🔊 ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ (จากการใช้งานจริง)
การเชื่อมต่อ: เชื่อมต่อผ่านบลูทูธกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้รวดเร็วและเสถียรดี
คุณภาพเสียง: เสียงจะออกไปในแนว "ใสๆ เคลียร์ๆ" มีเสียงเบสให้ได้ยินบางๆ นิดหน่อย ไม่เหมาะกับคนที่ชอบเบสหนักๆ หรือเพลงแนวตูมตามกระหึ่ม แต่ในภาพรวมถือว่าใช้ฟังเพลงทั่วไปได้ดีไม่น่าเกลียด
การคุยโทรศัพท์: ไมโครโฟนและการสนทนาอยู่ในระดับที่ใช้ได้ ปลายสายได้ยินเสียงเราชัดเจน และเราก็ได้ยินเสียงปลายสายชัดเจนเช่นกัน เหมาะสำหรับใช้คุยงานหรือสายฉุกเฉิน
การเล่นเกม: อาจจะไม่ตอบโจทย์สายเกมเมอร์จ๋าๆ เนื่องจากยังพบอาการดีเลย์ (Delay) ของเสียงในบางช่วงขณะเล่นเกม แต่หากเล่นขำๆ ไม่คิดมากก็พอรับได้
📝 สรุป: HOCO W67 เหมาะกับใคร?
หูฟังครอบหูไร้สาย HOCO W67 รุ่นนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบหูฟังที่ใส่แล้วอึดอัด ร้อนหู หรือตัดขาดจากโลกภายนอกจนเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการใส่ฟังเพลงเพลินๆ ระหว่างทำงาน เดินเล่น หรือออกกำลังกายเบาๆ ที่ยังอยากได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัย ในแง่ของดีไซน์ วัสดุ และงานประกอบ ถือว่าทำออกมาได้คุ้มค่าเกินราคา 400 กว่าบาท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มหูฟังราคาประหยัดครับ
HOCO W67 หูฟังครอบหูไร้สายดีไซน์ Open-Ear ใส่สบาย ไม่ตัดขาดโลกภายนอก ในราคาหลักร้อย!
เอาจริงซื้อเพราะคำว่า Over-Ear อยากลองอ่ะนะ เลยสอย HOCO W67 หูฟังครอบหูที่มาพร้อมกับดีไซน์สะดุดตาแบบ "Open-Ear" ในราคาเป็นมิตรเพียง 420 บาท เท่านั้น (แล้วแต่วันบางวันก็แพง บางวันก็ถูกกว่านี้) มาดูกันว่าหูฟังรุ่นนี้จะมีฟังก์ชันอะไรน่าสนใจ และเหมาะกับใครบ้าง
📦 แกะกล่อง & ดีไซน์ภายนอก
ตัวกล่องพิมพ์ลายชื่อรุ่นและฟีเจอร์เด่นชัดเจน ภายในกล่องประกอบด้วยอุปกรณพื้นฐาน ได้แก่:
ตัวหูฟัง HOCO W67 (ในคลิปเลือกเป็นสีดำ-แดง ดูสวยงาม สปอร์ต) แต่สีขาวก็สวยนะ
สายชาร์จแบบ Type-C to Type-A
คู่มือการใช้งาน (ภาษาอังกฤษและภาษาจีน และ ภาษาอื่นๆ ไม่มีภาษาไทยแต่ใช้งานไม่ยาก)
วัสดุและการประกอบ:
ภาพรวมทำออกมาได้ดีเกินราคา ตัวเรือนภายนอกเป็นพลาสติก แต่แกนด้านในของก้านครอบหัวเป็นโลหะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ตัวก้านสามารถดึงปรับระดับความสูงให้เข้ากับสรีระศีรษะได้ บริเวณก้านด้านบนและฟองน้ำครอบหูบุด้วยยางนุ่มๆ สีแดง ช่วยให้สวมใส่สบาย ไม่กดทับ
🎧 จุดเด่นของดีไซน์ "Open-Ear"
ความพิเศษที่แตกต่างจากหูฟังครอบหูทั่วไปคือ บริเวณรอบๆ ตัวลำโพงจะมีลักษณะเป็นรูเปิดโล่ง (Open-Ear) ไม่ได้ปิดทึบ ข้อดีของดีไซน์นี้คือ:
สวมใส่สบาย ไม่ร้อนหู: อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เกิดความร้อนอบอ้าวเวลารวมถึงไม่เจ็บหูเมื่อใส่นานๆ
ปลอดภัยเมื่อใช้งานนอกสถานที่: เพราะดีไซน์นี้ทำให้เรายังคงได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้าง (เช่น เสียงรถยนต์เวลาไปเดินหรือออกกำลังกาย) ควบคู่ไปกับเสียงเพลง
ข้อสังเกต: เนื่องจากเป็นดีไซน์แบบเปิด หากเปิดเสียงในระดับที่ดังมากๆ (Volume เกือบสุด) เสียงเพลงจะเล็ดลอดออกมาภายนอกอย่างชัดเจน ทำให้คนรอบข้างได้ยินว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่
⚙️ ปุ่มควบคุมและการใช้งาน
ตัวหูฟังฝั่งที่มีปุ่มควบคุม ประกอบด้วย 3 ปุ่มหลัก ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลาย ดังนี้:
ปุ่ม Power (เปิด-ปิด / เล่น-หยุด / รับสาย):
กดค้างไว้ 3 วินาที เพื่อ เปิด หรือ ปิด เครื่อง
กด 1 ครั้ง (ขณะฟังเพลง) เพื่อ เล่น หรือ หยุดเพลง
กด 1 ครั้ง (เมื่อมีสายเข้า) เพื่อ รับสาย และกดอีก 1 ครั้งเพื่อ วางสาย
กดค้างไว้สักครู่ (เมื่อมีสายเข้า) เพื่อ ปฏิเสธการรับสาย
ปุ่มเครื่องหมายบวก (+): กดคลิกเพื่อเพิ่มเสียง / กดค้างไว้เพื่อเลื่อนไปเพลงถัดไป (Next Track)
ปุ่มเครื่องหมายลบ (-): กดคลิกเพื่อลดเสียง / กดค้างไว้เพื่อย้อนไปเพลงก่อนหน้า (Previous Track)
ระบบประหยัดพลังงาน: หากเปิดหูฟังทิ้งไว้โดยไม่มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ เป็นเวลา 3 นาที ระบบจะปิดเครื่องให้อัตโนมัติ
🔋 แบตเตอรี่และการชาร์จ
การใช้งาน: ทางแบรนด์ระบุว่าใช้งานได้นานสูงสุด 32 ชั่วโมง (จากการทดสอบจริง จะอยู่ถึง 32 ชั่วโมงหากเปิดระดับเสียงประมาณ 50-60% แต่ถ้าเปิดดังกว่านั้นระยะเวลาจะลดลงมา)
การชาร์จ: ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ จากแบตเตอรี่หมดจนเต็ม ขณะชาร์จจะมีไฟสถานะสีแดง และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเมื่อแบตเตอรี่เต็ม
🔊 ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ (จากการใช้งานจริง)
การเชื่อมต่อ: เชื่อมต่อผ่านบลูทูธกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้รวดเร็วและเสถียรดี
คุณภาพเสียง: เสียงจะออกไปในแนว "ใสๆ เคลียร์ๆ" มีเสียงเบสให้ได้ยินบางๆ นิดหน่อย ไม่เหมาะกับคนที่ชอบเบสหนักๆ หรือเพลงแนวตูมตามกระหึ่ม แต่ในภาพรวมถือว่าใช้ฟังเพลงทั่วไปได้ดีไม่น่าเกลียด
การคุยโทรศัพท์: ไมโครโฟนและการสนทนาอยู่ในระดับที่ใช้ได้ ปลายสายได้ยินเสียงเราชัดเจน และเราก็ได้ยินเสียงปลายสายชัดเจนเช่นกัน เหมาะสำหรับใช้คุยงานหรือสายฉุกเฉิน
การเล่นเกม: อาจจะไม่ตอบโจทย์สายเกมเมอร์จ๋าๆ เนื่องจากยังพบอาการดีเลย์ (Delay) ของเสียงในบางช่วงขณะเล่นเกม แต่หากเล่นขำๆ ไม่คิดมากก็พอรับได้
📝 สรุป: HOCO W67 เหมาะกับใคร?
หูฟังครอบหูไร้สาย HOCO W67 รุ่นนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบหูฟังที่ใส่แล้วอึดอัด ร้อนหู หรือตัดขาดจากโลกภายนอกจนเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการใส่ฟังเพลงเพลินๆ ระหว่างทำงาน เดินเล่น หรือออกกำลังกายเบาๆ ที่ยังอยากได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัย ในแง่ของดีไซน์ วัสดุ และงานประกอบ ถือว่าทำออกมาได้คุ้มค่าเกินราคา 400 กว่าบาท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มหูฟังราคาประหยัดครับ