ประเด็นสำคัญคือมาตรา 11 ไงครับ ที่ สว.ไปแก้ เอาตรงๆ แล้วมาโบ้ยว่าทำไมพรรคเพื่อไทยไม่คว่ำกฎหมาย เอาตรงๆ
คว่ำก็ตั้งกรรมาธิการร่วม แล้วก็ถ้า สส.ยังยืนยัน ก็พักเอาไว้ 180 วันนะครับ พอเห็นสเกลไหมครับตอนนี้ที่ทางสส.นั้น เพื่อไทยมีกี่เสียง ประชาชนมีกี่เสียง
รวมสองพรรคแค่นั้นยังไม่สามารถผ่านครึ่งหนึ่งของจำนวนสส.ได้เลยครับ พรบ.นี้คนจะได้อานิสงค์ก็คือ แดง เหลือง หลากสี นปช. เสือหลากสี ม็อบคปท. ทั้งนี้รวมถึงม็อบเยาวชนคดีอื่นๆทีไม่เกี่ยวกับ 112 ด้วยนะครับ เรื่องที่ไปบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้นเห็นด้วยกับ เด็กไปซะทุกเรื่องนั้น ผมว่าเข้าใจผิดอย่างรุนแรงครับ ทำไมประชาธิปัตย์โหวตไม่เอาด้วยกับสิ่งที่ สว. แก้ สิ่งที่สว.แก้ดังภาพด้านล่าง และความเห็นคุณเนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรีตามเฟสบุคด้านล่างของรูปภาพเช่นกัน
สาระสำคัญของมาตรา 11 วรรคหนึ่ง (ร่างเดิม)
กลไกการเยียวยาเยาวชน: เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดที่มี
อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิด (ในคดีการเมืองที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมทั่วไป) สามารถร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้
การจัดทำแผนบำบัดฟื้นฟู: หากคณะกรรมการฯ เห็นสมควร จะจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูส่งไปยังพนักงานอัยการ เพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา
การสั่งยุติคดี: พนักงานอัยการสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อให้สั่งใช้มาตรการบำบัดและ
สั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมีคำพิพากษาได้
*** ข้อจำกัดเรื่องคดี ม.112: วุฒิสภาได้เพิ่มข้อความในวรรคท้ายระบุชัดเจนว่า
"ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112" **
..........................................................................................................
ไปกันใหญ่แล้ว
.
"ประชาธิปัตย์ไม่รักสถาบัน" คิดอยู่แล้วว่าจากมติสภาต่อ ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข วันก่อนนี้ จะนำมาสู่ความเข้าใจผิดและความคิดลักษณะนี้
.
เนเน่นั่งอยู่ข้างๆ หัวหน้าอภิสิทธิ์ตอนที่เขาอภิปรายอยู่ และฟังว่าเนื้อหาฟังง่าย ไม่ซับซ้อน แบ่งประเด็น “นิรโทษกรรม” กับ “มาตรการบำบัดฟื้นฟูเยาวชน” ออกจากกันชัดเจน แสดงถึงเจตนารมย์ของเราที่อยากเห็นคนรุ่นใหม่เติบโตมาอย่างมีความสัมพันธ์อันดีกับสถาบันพระมหากษัตย์ ได้ชัดเจน แต่ในเมื่อมีความเข้าใจผิด เนเน่จะขออธิบายค่ะ
.
ก่อนจะเริ่มอธิบาย ใครก็ตามที่ติดตามเนเน่มาโดยตลอด จะเห็นได้ว่า ความจงรักภักดี และความพร้อมในการปกป้องสถาบัน เป็นสิ่งที่เนเน่ยึดถือมาตลอด และเป็นเจตนารมณ์ที่สืบทอดจากสายเลือดสุวรรณคีรี ตั้งแต่ต้นตระกูล จนถึงคุณพ่อไตรรงค์ และมาถึงเนเน่ในวันนี้... เอาหละค่ะ... ทีนี้ เนเน่จะขออธิบายใน 2 หลักการดังนี้ค่ะ
.
"หลักการที่ 1 - ประชาธิปไตย และความจงรักภักดี ไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน"
.
ในการประชุม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เราร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือที่เป็นที่รู้จักกันว่า "กฎหมายนิรโทษกรรม" บอกเลยว่า เราถกเถียงกันหนักมาก และหัวใจเนเน่เหมือนถูกแยกออกเป็นสองเสี้ยง
.
ใจหนึ่ง... เนเน่รักและให้ความสำคัญกับสถาบันพระมหากษัตริย์มากๆ... ผู้กระทำผิดตามมาตรา 112 สำหรับเนเน่คือคนที่ย่ำยีความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทย แม้ว่าในสายตาคนบางกลุ่มอาจมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นสิทธิเสรีภาพของคนไทยในการแสดงออก แต่ตามหลักประชาธิปไตย คนทุกคนในสังคม แม้มี "สิทธิเสรีภาพ" ที่จะศรัทธา แสดงออก และพูดตามสิ่งที่ตนเชื่อ แต่ต้องยึดมั่นใน "บทบาทหน้าที่" ที่จะเคารพและปกป้องความศรัทธาของผู้อื่นด้วย
.
... ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนเน่ทั้งเคยเดินร่วมต่อสู้มากับพี่น้องประชาชน คอยตำหนิและต่อต้านการกระทำของกลุ่มทะลุวัง การขัดขวางขบวนเสด็จ ฯลฯ เพราะเนเน่เชื่อว่า มาตรา 112 คือกฎหมายที่ทำให้เสาหลักในการทำให้ประชาธิปไตยในประเทศไทย ยังคงอยู่และเดินหน้าต่อไปอย่างถูกต้องตามหลักการได้... ใครที่ละเมิดกฎหมายข้อนี้ ไม่ได้แค่ทำผิดกฎหมายธรรมดาๆ แต่เขาคือบุคคลที่เป็นภัยต่อการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของเรา... จุดยืนนี้ยังเหนียวแน่น ไม่เคยเปลี่ยนไป
.
แต่... ในอีกใจหนึ่ง... คือวลีว่า "เด็กก็คือเด็ก" ไม่ว่าเขาจะก้าวร้าว พฤติกรรมรุนแรง ไม่ใยดีต่อศรัทธาของผู้อื่น... มันก็ยังคงมีความเป็นไปได้ที่เด็ก "บางคน" ไม่ได้กระทำไปด้วยความคิดของตนเอง ถูกปลุกปั่น ทำตามกระแส หรือแม้ว่าเขาทำด้วยความคิดของตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไปอาจสำนึก และต้องการกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เคารพสถาบันอีกครั้ง หากมีโอกาสทำให้เยาวชนเพียงบางคนกลับมามีความเข้าใจที่ดีขึ้นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ โอกาสนั้นก็น่าจะมีคุณค่าไม่ใช่หรือคะ? (ส่วนเยาวชนที่กระทำโดยตั้งใจและไม่สำนึก หากเขายึดมั่นในศักดิ์ศรี ก็จะไม่ร้องขอแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู หรือหากเขาหัวหมอ ขอแผนฯ เพื่อให้หลุดพ้นจากความผิด เพื่อไปทำผิดซ้ำสอง ครั้งต่อไปเขาก็จะไม่มีสิทธินี้อีกแล้ว)
.
การสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย ควรยึดหลักการ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" มากกว่าหลักการ "เด็ดขาด ถูกหรือผิดต้องทำให้เป็นสีขาวและดำ"... ไม่ใช่หรือ
การสร้างความศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในกลุ่มเยาวชน ควรยึดหลักการ "พระคุณ ให้โอกาสกลับตัว" มากกว่า "พระเดช เชือดไก่ให้ลิงดูจะได้ไม่มีใครทำแบบนี้อีก"... ไม่ใช่หรือ
.
และขอตอบกลับคำตำหนิในโซเชียลมีเดีย เช่นว่า "ควรเสนอวิธีจัดการพวกผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังม็อบสามนิ้ว" คำตอบคือ นี่เป็นการนำแพะมาชนแกะ ชักจูงให้คนรู้สึกไม่ดีต่อพรรคประชาธิปัตย์ (ซึ่งจะเป็นการกระทำจากความรู้สึกนึกคิดส่วนตัวของผู้เขียน หรือจะมีกระบวนการปลุกปั่นอยู่เบื้องหลัง เนเน่คงไม่อาจทราบ) แต่หากใครอ่านมาถึงจุดนี้ ขอให้ตั้งสติและอย่าพลัดหลงประเด็นตามการชักจูงนี้ค่ะ
.
วาระในการประชุมในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 นี้ ไม่ได้เป็นวาระที่พูดถึงเหตุการณ์ "ม็อบสามนิ้ว" โดยจำเพาะ แต่เป็นการพิจารณากฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข (กฎหมายนิรโทษกรรม) ฉะนั้นที่หัวหน้าอภิสิทธิ์เน้นพูดถึงมาตรา 11 ที่มีเนื้อหาปิดกั้นโอกาสในการร้องขอแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยาวชน โดยไม่ได้เสนอวิธีจัดการพวกผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังม็อบใดๆ -- ไม่ใช่เรื่องแปลก -- ไอ้ที่แปลก... คือคนเรียกร้อง คาดหวังให้หัวหน้าอภิสิทธิ์พูดถึงสิ่งนี้ในวาระนี้ต่างหาก
.
ไม่ต้องห่วงค่ะ เมื่อถึงวาระที่เราต้องหาทางจัดการคนที่อยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นทางการเมืองในกลุ่มเด็กและเยาวชน... เราจะทำบทบาทนั้นอย่างเต็มที่แน่นอน
.
"หลักการที่ 2 - หลักกฎหมาย คนผิดคดี 112 ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว"
.
จริงๆ กฎหมายฉบับนี้ มีที่มาที่ไป หากไม่เข้าใจลำดับเหตุการณ์ ก็ง่ายที่จะหยิบแค่บางท่อนมาขยายผล เข้าใจผิดไปใหญ่โตได้... ขอลำดับเหตุการณ์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
.
1. เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ด้วยวัตถุประสงค์ให้กลุ่มที่มีความเห็นต่างทางการเมืองในช่วงปี 2548 - 2568 ได้มีโอกาสล้างความผิด (นิรโทษกรรม) อย่างเท่าๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น คนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง กปปส. และกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านในยุค คสช. แต่ก็เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า "ไม่ให้การนิรโทษกรรมรวมไปถึงผู้กระทำความผิด ม. 112 แต่ยอมให้มีการบำบัดเยียวยาแก่เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี"
.
2. ในปี 2568 นั้น ร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ผ่านสภาผู้แทนฯ (นับเป็นวาระที่ 1) แล้ว ก็ถูกส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา (เป็นวาระที่ 2) ปรากฏว่ามีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภา โดยมี 2 สาระสำคัญที่แก้ไข คือ หนึ่ง ให้ตัดการเปิดโอกาสให้บำบัดเยียวยาแก่เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีออกไป (ในมาตรา 11) และสอง มีการสอดไส้เนื้อหาที่อาจนำไปสู่การนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. เข้าไป (ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ)... หากใครสนใจ ไปดูร่าง พ.ร.บ. ได้จากลิงก์ในคอมเมนต์ค่ะ
.
3. ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ร่าง พ.ร.บ. ที่ผ่านวุฒิสภาแล้ว ได้กลับเข้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้ง (เป็นวาระที่ 3 ซึ่งคือวาระสุดท้าย) เพื่อให้ ส.ส. ร่วมกันตัดสิน ว่าจะยอมเห็นด้วยกับร่างที่ ส.ว. แก้ไขมาไหม... พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับ 2 สาระสำคัญที่ ส.ว. แก้และใส่เข้ามา โดยย้ำว่า เรายังเห็นด้วยกับหลักการทั้งหมดของ พ.ร.บ. ร่างเดิม ที่ไม่นิรโทษกรรมให้ผู้กระทำผิด ม. 112 (แต่ยอมให้มีการบำบัดเยียวยาเด็ก) และไม่นิรโทษกรรมให้ผู้ทุจริตการเลือกตั้งฮั้ว ส.ว.
.
แต่สุดท้ายด้วยเสียงที่น้อยกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ได้ผ่านออกไปแล้ว... แม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วย แต่ต้องยอมรับผลที่ออกมา ตามระบอบประชาธิปไตยค่ะ
.
ฉะนั้น ย้ำว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์โหวตไปนั้น โปรดอย่าบิดเบือน มันไม่ใช่การเห็นด้วยกับการ "นิรโทษกรรมผู้ที่ทำผิดคดี 112" เลย
.
เนเน่ขอทิ้งท้ายในฐานะของคนที่ทั้งรักและศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ได้น้อยไปกว่าใคร... เรารักสถาบันได้ หวงแหนมาตรา 112 ได้... แต่เราต้องทำอย่างมี "สติ" ค่ะ อย่าให้รักบังตา จนมองไม่เห็นความผิดปกติที่ซ่อนเร้น แอบแฝงอยู่ค่ะ
.
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
.
#เนเน่ รัดเกล้า #สุวรรณคีรี
ไปกันใหญ่แล้วความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข
คว่ำก็ตั้งกรรมาธิการร่วม แล้วก็ถ้า สส.ยังยืนยัน ก็พักเอาไว้ 180 วันนะครับ พอเห็นสเกลไหมครับตอนนี้ที่ทางสส.นั้น เพื่อไทยมีกี่เสียง ประชาชนมีกี่เสียง
รวมสองพรรคแค่นั้นยังไม่สามารถผ่านครึ่งหนึ่งของจำนวนสส.ได้เลยครับ พรบ.นี้คนจะได้อานิสงค์ก็คือ แดง เหลือง หลากสี นปช. เสือหลากสี ม็อบคปท. ทั้งนี้รวมถึงม็อบเยาวชนคดีอื่นๆทีไม่เกี่ยวกับ 112 ด้วยนะครับ เรื่องที่ไปบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้นเห็นด้วยกับ เด็กไปซะทุกเรื่องนั้น ผมว่าเข้าใจผิดอย่างรุนแรงครับ ทำไมประชาธิปัตย์โหวตไม่เอาด้วยกับสิ่งที่ สว. แก้ สิ่งที่สว.แก้ดังภาพด้านล่าง และความเห็นคุณเนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรีตามเฟสบุคด้านล่างของรูปภาพเช่นกัน
สาระสำคัญของมาตรา 11 วรรคหนึ่ง (ร่างเดิม)
กลไกการเยียวยาเยาวชน: เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิด (ในคดีการเมืองที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมทั่วไป) สามารถร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้
การจัดทำแผนบำบัดฟื้นฟู: หากคณะกรรมการฯ เห็นสมควร จะจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูส่งไปยังพนักงานอัยการ เพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา
การสั่งยุติคดี: พนักงานอัยการสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อให้สั่งใช้มาตรการบำบัดและสั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมีคำพิพากษาได้
*** ข้อจำกัดเรื่องคดี ม.112: วุฒิสภาได้เพิ่มข้อความในวรรคท้ายระบุชัดเจนว่า "ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112" **
..........................................................................................................