ขอบเขตที่..อันตรายที่สุด..ของชนชั้นกลาง คือ ช่วงที่มีรายได้สูงขึ้น (30,000-70,000 บาท/เดือน)

1. คนที่เหนื่อยที่สุดในสังคม…
บางทีไม่ใช่คนที่มีรายได้น้อยที่สุดนะครับ

แต่เป็นคนที่..เริ่มมีรายได้ดีขึ้น
ดีพอที่จะ “อัปเกรดชีวิต” ได้ทุกอย่าง
แต่ยังไม่ดีพอ
ที่จะจ่ายทุกอย่างนั้นได้..อย่างสบายใจ

ผมก็เคยผ่านช่วงนี้มาก่อน
ตอนเป็นแพทย์ใช้ทุน 3 ปีแรก

จะเก็บเงินได้ต่อยอดเงินได้
หรือจะอัปเกรดฐานะ แล้วการเงินถอยหลัง
มันก็อยู่ในช่วง Golden time นี้แหละ

ถ้าเราผ่านช่วงแบบนี้มาได้
เส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงินจะรออยู่ข้างหน้า
=====
2. เงินเดือนประมาณ 30,000–70,000 บาท
ในเมืองใหญ่ ตามข้อมูลด้านล่าง
เป็น “เขตอันตรายของชนชั้นกลาง

เพราะเป็นช่วงที่..ธนาคารเริ่มให้กู้
บัตรเครดิต..เริ่มเพิ่มวงเงิน
รถคันใหม่..เริ่มดูไม่ไกลเกินเอื้อม
คอนโด..เริ่มผ่อนได้
ทริปต่างประเทศ..เริ่มไปได้
ร้านอาหารดี ๆ ..เริ่มกินไหว

ชีวิตดูเหมือน..กำลังดีขึ้นทุกอย่าง…
ยกเว้น..ฐานะการเงินจริง ๆ
ที่จริง..ฐานะการเงินคุณ..ยังไม่ได้ดีขึ้นนะ

หมายเหตุ รายได้ (ตามลิงก์อ้างอิงด้านล่าง)
* ต่ำกว่า 30,000 บาท รายได้เพิ่มส่วนใหญ่
หมดไปกับคุณภาพชีวิตพื้นฐาน
ยังไม่ใช่ Lifestyle Inflation ทั้งหมด
* ประมาณ 30,000–70,000 บาท
เริ่ม..เข้าถึง..สินเชื่อ รถยนต์ คอนโด
ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และของที่ดีขึ้น
แต่..ส่วนเกินทางการเงิน..ยังบาง
เป็นช่วงเสี่ยงที่สุด
* มากกว่า 70,000–100,000 บาท
ยังเกิด Lifestyle Inflation ได้
แต่โดยเฉลี่ยเริ่มมีพื้นที่
สำหรับการออมและลงทุนมากขึ้น
=====
3. ตอนเงินเดือน 20,000 บาท
เรารู้ตัวว่าเงินไม่พอ
จึงระวัง ทุกบาททุกสตางค์

แต่พอเงินเดือนขึ้นเป็น 40,000 - 50,000 บาท
เราเริ่มรู้สึกว่า “ถึงเวลาให้รางวัลตัวเองแล้ว

จากรถมือสอง…เป็นรถป้ายแดง
จากกาแฟแก้วละ 40…เป็นแก้วละ 150
จากเที่ยวปีละครั้ง…เป็นทุกวันหยุดยาว
จากโทรศัพท์ใช้จนพัง…เป็นเปลี่ยนตามรุ่น

รายได้..เพิ่มทีละนิด
แต่..มาตรฐานชีวิต..
เพิ่มทีละขั้นใหญ่ ๆ

เคยถามน้องหมอ .
ตอนเรียนได้เดือนละเท่าไหร่
ส่วนใหญ่ตอบหลักพันหรือไม่ก็ หมื่นต้น ๆ

อ้าว...แล้วทำไมตอนจบใหม่
รายได้ห้าถึง 70,000 กลับไม่พอล่ะ ?
นั่นแปลว่าเราเริ่มติด “กับดักทางสังคม” ไง
=====
4. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่
การกินของดี ใช้ของดี
หรือพาครอบครัวไปเที่ยว

หาเงินมาแล้วใช้บ้างไม่ใช่เรื่องผิดเลยครับ

ปัญหาคือหลายคน..ไม่ได้ใช้ “เงินที่มี
แต่..กำลังใช้ “รายได้ในอนาคต” ล่วงหน้า

รถยัง..ผ่อนไม่หมด
บ้าน..เพิ่งเริ่มผ่อน
บัตรเครดิต..มีขั้นต่ำ
ทริปหน้า..รูดไว้ก่อน
โบนัสปีหน้า..ถูกแบ่งใช้..ตั้งแต่ยังไม่ออก

ภายนอกดูเหมือน..ชีวิตกำลังไปข้างหน้า
แต่ข้างใน..ถูกล็อกด้วยค่างวด..ไปอีกหลายปี
=====
5. ชนชั้นกลางจำนวนมาก
ไม่ได้จนเพราะรายได้น้อย

แต่จน..เพราะต้องรักษาภาพ
ของคนที่ “ดูเหมือนมีรายได้มาก”

ลูกต้องเรียน..โรงเรียนที่ดูดี
รถต้อง..สมฐานะ
บ้านต้อง..เหมาะกับตำแหน่ง
วันหยุด..ต้องมีภาพไปเที่ยว
ของใช้..ต้องไม่ดูด้อย..กว่าคนในกลุ่ม

บางครั้ง..เราไม่ได้ซื้อ..เพราะต้องการจริง ๆ
เราซื้อเพราะกลัวว่า…
ถ้าไม่มีแล้วคนอื่นจะมองเรายังไง
=====
6. สังคมทุกวันนี้
ไม่ได้กดดันให้เรารวยอย่างเดียว

แต่มันกดดันให้เรา “ดูรวย” ตลอดเวลา

โซเชียลมีเดียทำให้เรา
เห็นวันหยุดของคนอื่น
แต่ไม่เห็นหนี้ของเขา

เห็นรถใหม่แต่ไม่เห็นค่างวด

เห็นบ้านสวยแต่ไม่เห็นดอกเบี้ย 30 ปี…
ทบไปทบมาซื้อบ้านได้อีกหลังนึง

เห็นลูกเรียนแพง
แต่ไม่เห็นพ่อแม่ที่ไม่มีเงินสำรอง
ชีวิตลูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย

พอเราเอาภาพชีวิตคนอื่น
มาเป็นมาตรฐานของตัวเอง
รายได้เท่าไรก็ไม่เคยพอ
=====
7. เรื่องน่ากลัวที่สุด
ของ Lifestyle Inflation คือ
มันลดกลับยากมาก

เราเพิ่มรายจ่าย..ง่าย
แต่..ลดมาตรฐานชีวิต..ยาก

เคย..กินแบบหนึ่งแล้ว
จะกลับไป..กินแบบเดิมก็รู้สึกฝืน
เคย..ขับรถระดับหนึ่งแล้ว
จะลดรุ่น..ก็รู้สึกเหมือนชีวิตถอยหลัง
เคย..ส่งลูกเรียนแบบหนึ่งแล้ว
ต่อให้เริ่มหนัก..ก็ไม่กล้าหยุด

สุดท้ายเราจึง
ไม่ได้ทำงานเพื่อสร้างอิสรภาพ

แต่ทำงาน
เพื่อรักษามาตรฐานชีวิต
ที่ตัวเองสร้างขึ้นมา
=====
8. เงินเดือนขึ้นทุกปี แต่..ลาออกไม่ได้
ป่วย..ก็หยุดไม่ได้
เบื่องาน..ก็เปลี่ยนไม่ได้
อยากพัก..ก็พักไม่ได้

เพราะวันที่รายได้หยุด…ทุกอย่างยังเดินต่อ

ค่างวดรถ..ไม่สนว่าเราเหนื่อย
ธนาคาร..ไม่สนว่าเราไม่มีความสุข
ค่าเทอม..ไม่สนว่าเราอยากเปลี่ยนงาน
บัตรเครดิต..ไม่สนว่าเราเริ่มหมดไฟ

นี่แหละครับ…
ชีวิตที่ดูดีขึ้น แต่ทางเลือกกลับน้อยลง
=====
9. ความมั่งคั่งที่แท้จริง
ไม่ใช่การมีของมากขึ้น
แต่อาจเป็นการมีภาระน้อย
พอที่จะเลือกชีวิตตัวเองได้

เลือก..หยุดงานได้
เลือก..เปลี่ยนอาชีพได้
เลือก..ใช้เวลากับลูกได้
เลือก..ดูแลพ่อแม่ได้
เลือก..ปฏิเสธงาน..ที่ทำร้ายสุขภาพได้

คนที่เงินเดือนสูง..แต่ไม่มีทางเลือก
อันนั้น..ไม่ได้มีความสุขและ..ไม่ได้รวยจริง

ส่วนคนที่..ใช้ชีวิต..ไม่เกินกำลัง
มีเงินสำรอง และไม่ต้องพิสูจน์ตัวเอง..ให้ใครเห็น…
อาจเป็นคนที่..มั่งคั่ง..กว่ามากก็ได้
=====
10. ผมไม่ได้บอกว่าอย่าซื้อบ้าน
อย่าซื้อรถ อย่าเที่ยว
หรืออย่าให้ชีวิตที่ดีกับครอบครัวนะครับ

แต่ก่อนที่เราจะ “อัปเกรด” ทุกอย่าง
ลองถามตัวเองสักครั้งว่า…

เรากำลังซื้อ “ความสุข”
หรือกำลังซื้อ “ภาระ”
ที่ต้องรักษาไปอีกหลายปี

เพราะเขตอันตรายของชนชั้นกลาง
ไม่ใช่วันที่เงินเดือนน้อย

แต่คือวันที่เรามีรายได้มากพอ
ให้คนอื่นคิดว่า..เราสบาย

ขณะที่ความจริง…
เรา..หยุดหาเงินไม่ได้..แม้แต่เดือนเดียว
.
ข้อมูลจากเพจ Aun Theeraphat
https://www.facebook.com/photo?fbid=1375795061108772&set=a.102551058433185

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่