สวัสดีครับ อยากจะแชร์เรื่องราวพร้อมสอบถามคนทึ่เป็นโรคนี้เหมือนกันโดยที่ยังใช้ชีวิตคู่กับแฟนครับ
ผมจะเล่าย้อนหลังไปเมื่อวันแรกที่เริ่มพบว่าตัวเองเป็นเริมนะครับ
วันที่1 : จากที่ตั้งกระทู้นี้ นับถอยหลังไป7วัน ผมมีอาการป่วย มีไข้ ผมมีผื่นแดงขึ้นที่อวัยวะเพศประมาณ 2-3เม็ด ผมก็ไม่เห็นว่าผิดปกติอะไร เป็นเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา เพราะผมรู้สึกว่าเป็นแบบนี้หลายรอบแล้ว เย็นวันนั้นก็ไปออกกำลังกายปกติ กลับบ้านซื้อยาที่ร้านมาทาน เป็นยาลดไข้/แก้เจ็บคอตามปกติ
วันที่2 : ไข้ลดลงมากจากเมื่อวาน เหลือแค่ไอ แต่ผมเห็นว่าผื่นมีจำนวนมากขึ้นผิดปกติ ตกใจมาก คิดว่าน่าจะแพ้อะไรสักอย่างหรือเป็นเชื้อรา ตัดสินใจไปหาหมอ ณ วันนั้น หลังจากหมอเห็นปั๊บหมอบอกว่าผมเป็นเริมหมอ (ตอนแรกผมไม่รู้เลยว่าเริมที่อวัยวะเพศจะติดทางเพศสัมพันธ์เป็นส่วนมาก) หมอพูดเสร็จก็บอกเด่วจ่ายยาให้นะ ผมก็ตอบตกลง ในใจยังคิดว่าเป็นโรคผิวหนังทั่วไป แต่ระหว่างรอยาผมก็ได้ค้นหาโรคนี้ สรุปคือผมช็อกมากๆ คำถามเด้งขึ้นมาในหัวมากมายเต็มไปหมดเพราะผมไม่ได้ไปมีอะไรกับใครหรือนอกใจแฟนเลย ผมเครียดมากครับ วันนั้นผมโทรบอกแฟนว่า เป็นเชื้อรา ผมไม่กล้าพูดเพราะกลัวแฟนจะโกรธมพอกลับมาถึงบ้านผมก็ได้บอกแฟนตรงๆเลยว่าเป็นเริม คำพูดแรกที่แฟนบอกกับผมคือ “ไม่เป็นไรนะ” ผมร้องไห้เลยครับ แล้วผมก็บอกว่าผมไม่รู้ติดมาได้ไงเลย ๆลๆ พูดไปร้องไห้ไป พร้อมกับขอโทษแฟนทแฟนผมไม่ว่าอะไรเลย บอกว่ามันก็เป็นโรคผิวหนังแหละเธอ รักษากันไปนะ ผมบอกต่อว่ามันติดกันได้นะ แฟนก็บอกว่าติดก็ติดสิ เราทำไรไม่ได้ถ้าติดก็รักษา ผมนี่แบบเข่าแทบทรุดเลยครับ ผมไม่รู้เลยว่าเป็นโรคนี้ ถ้ารู้งี้ผมไม่คบกับแฟนคนนี้ หรือป้องกันมากกว่านี้แน่ๆครับ คุยกับแฟนไรเสร็จ หลังจากนั้นผมก็มานั่งคิด ลึกๆยังไม่เชื่อหมอคนนี้ว่าเป็นเริม เลยตัดสินใจว่าจะไปตรวจอีกโรงพยาบาลนึง
วันที่3 : ไปตรวจกับโรงบาลที่2 สรุปเป็นเริมครับ ผมเริ่มทำใจได้ระดับนึงแล้วเพราะแฟนเลย ผมถามหมอว่าคือผมไม่เคยมีอะไรกับคนอื่นเลย แถมช่วงล่าสุดที่ผมมีกับแฟนคนนี้ ผมมีเมื่อ1-2เดือนที่แล้ว(พอดีว่าคู่ผมไม่ค่อยมีอะไรกันเท่าไหร่ครับ ส่วนตัวไม่มีผลกระทบต่อชีวิตคู่เลยด้วย เพราะโอเครกันทั่งคู่) คุยกับหมอไปมา สรุปได้ว่า หมอคิดว่าน่าจะติดจากแฟนเก่ามานานแล้ว โดยที่อาการผมอาจจะออกแล้วหายไปแล้ว แล้วเป็นๆหายๆหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ตัวเลย อาจจะเพราะร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดีมาก เลยแสดงอาการออกมาน้อย แต่ครั้งนี้ผมป่วยหรือภูมิตก อาการก็ออกเยอะแต่ก็ถือว่าน้อยมากๆเทียบกับหลายๆคน เพราะไม่มีอาการอะไรเลย มีแค่ผื่นแดง จากนั้นได้รับยามาทาน/ยาทาตามปกติ กลับมาก็บอกให้แฟนไปตรวจเลือดด้วยนะ เพราะแฟนไม่มีอาการอะไรเลย แฟนน่าจะไปตรวจเดือนหน้า เพราะตารางทำงานค่อนข้างแน่น
วันที่4-6(ปัจจุบัน) : กินยา/ทายาตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บแสบ ปวดร้อนบริเวณผื่นเลยครับ ผื่นมีจำนวนมากขึ้นนะ แต่ว่าผื่นที่ขึ้นช่วงวันแรกแห้งแล้วหายไปแล้วครับ เหลือแต่ผื่นที่ขึ้นมาหลังจากนั้น แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันก็หาย อาการที่เพิ่มมาคือปวดแปล๊บๆเบาๆ ไม่เจ็บมาก แสบบริเวณใต้อัณฑะเบาๆ ไม่ตลอดเวลา ประมาณ2-3ครั้งต่อวัน มีอาการคันมากขึ้นนิดหน่อยโดยเฉพาะตอนนอน แต่ไม่ถึงกับคันจนอยากเกา บริเวณก้นก็มีแสบเบาๆ แต่ไม่เจ็บ อาจจะแสบเพราะอุจจาระเยอะ 555
คืออาการทั้งหมดนี้ สำหรับผมคือปกติเลย ถ้าไม่คิดว่าตัวเองเป็นเริม ผมก็คิดว่ายังปกติไม่มีอะไรเปลี่ยน เพิ่มเติมตอนนี้คือระมัดระวังการใช้ชีวิตร่วมกันแฟนมากขึ้น ไม่อยากให้เค้าติดเลย ถึงแม้เค้าจะคอยบอกตลอดว่าไม่ซีเรียส จะติดก็ติด แต่ก็นั้นแหละครับ โรคที่อยู่กับเราจนตาย ไม่มีทางหาย ใครๆก็ไม่อยากเป็นครับ ตอนนี้ผมถึงระวังมากในการแพร่เชื้อให้กับคนอื่น การได้กำลังใจที่ดีจากคนใกล้ตัวเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาได้มากๆเลยครับ คิดว่าเป็นโรคที่น่ารำคาญชนิดหนึ่งก็พอครับ แถมเป็นโรคที่ช่วยให้เรารักษาดูแลร่างกายตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้โรคนี้เกิดขึ้นมาซ้ำๆ
สุดท้ายห็ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ อยากสอบถามถึงคู่อื่นๆว่ามีการรับมืออย่างไรบ้างกับการที่เนื้อคู่ตัวเองเป็นโรคเริมหรือโรคติดต่อทางเพศอื่นๅ ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังประสบปัญหานี้ด้วยนะครับ มีอะไรสามารถสอบถามได้เลยครับ จะพยายามตอบเท่าที่รู้นะครับ ขอบคุณครับ
เป็นเริมที่อวัยวะเพศ
ผมจะเล่าย้อนหลังไปเมื่อวันแรกที่เริ่มพบว่าตัวเองเป็นเริมนะครับ
วันที่1 : จากที่ตั้งกระทู้นี้ นับถอยหลังไป7วัน ผมมีอาการป่วย มีไข้ ผมมีผื่นแดงขึ้นที่อวัยวะเพศประมาณ 2-3เม็ด ผมก็ไม่เห็นว่าผิดปกติอะไร เป็นเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา เพราะผมรู้สึกว่าเป็นแบบนี้หลายรอบแล้ว เย็นวันนั้นก็ไปออกกำลังกายปกติ กลับบ้านซื้อยาที่ร้านมาทาน เป็นยาลดไข้/แก้เจ็บคอตามปกติ
วันที่2 : ไข้ลดลงมากจากเมื่อวาน เหลือแค่ไอ แต่ผมเห็นว่าผื่นมีจำนวนมากขึ้นผิดปกติ ตกใจมาก คิดว่าน่าจะแพ้อะไรสักอย่างหรือเป็นเชื้อรา ตัดสินใจไปหาหมอ ณ วันนั้น หลังจากหมอเห็นปั๊บหมอบอกว่าผมเป็นเริมหมอ (ตอนแรกผมไม่รู้เลยว่าเริมที่อวัยวะเพศจะติดทางเพศสัมพันธ์เป็นส่วนมาก) หมอพูดเสร็จก็บอกเด่วจ่ายยาให้นะ ผมก็ตอบตกลง ในใจยังคิดว่าเป็นโรคผิวหนังทั่วไป แต่ระหว่างรอยาผมก็ได้ค้นหาโรคนี้ สรุปคือผมช็อกมากๆ คำถามเด้งขึ้นมาในหัวมากมายเต็มไปหมดเพราะผมไม่ได้ไปมีอะไรกับใครหรือนอกใจแฟนเลย ผมเครียดมากครับ วันนั้นผมโทรบอกแฟนว่า เป็นเชื้อรา ผมไม่กล้าพูดเพราะกลัวแฟนจะโกรธมพอกลับมาถึงบ้านผมก็ได้บอกแฟนตรงๆเลยว่าเป็นเริม คำพูดแรกที่แฟนบอกกับผมคือ “ไม่เป็นไรนะ” ผมร้องไห้เลยครับ แล้วผมก็บอกว่าผมไม่รู้ติดมาได้ไงเลย ๆลๆ พูดไปร้องไห้ไป พร้อมกับขอโทษแฟนทแฟนผมไม่ว่าอะไรเลย บอกว่ามันก็เป็นโรคผิวหนังแหละเธอ รักษากันไปนะ ผมบอกต่อว่ามันติดกันได้นะ แฟนก็บอกว่าติดก็ติดสิ เราทำไรไม่ได้ถ้าติดก็รักษา ผมนี่แบบเข่าแทบทรุดเลยครับ ผมไม่รู้เลยว่าเป็นโรคนี้ ถ้ารู้งี้ผมไม่คบกับแฟนคนนี้ หรือป้องกันมากกว่านี้แน่ๆครับ คุยกับแฟนไรเสร็จ หลังจากนั้นผมก็มานั่งคิด ลึกๆยังไม่เชื่อหมอคนนี้ว่าเป็นเริม เลยตัดสินใจว่าจะไปตรวจอีกโรงพยาบาลนึง
วันที่3 : ไปตรวจกับโรงบาลที่2 สรุปเป็นเริมครับ ผมเริ่มทำใจได้ระดับนึงแล้วเพราะแฟนเลย ผมถามหมอว่าคือผมไม่เคยมีอะไรกับคนอื่นเลย แถมช่วงล่าสุดที่ผมมีกับแฟนคนนี้ ผมมีเมื่อ1-2เดือนที่แล้ว(พอดีว่าคู่ผมไม่ค่อยมีอะไรกันเท่าไหร่ครับ ส่วนตัวไม่มีผลกระทบต่อชีวิตคู่เลยด้วย เพราะโอเครกันทั่งคู่) คุยกับหมอไปมา สรุปได้ว่า หมอคิดว่าน่าจะติดจากแฟนเก่ามานานแล้ว โดยที่อาการผมอาจจะออกแล้วหายไปแล้ว แล้วเป็นๆหายๆหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ตัวเลย อาจจะเพราะร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดีมาก เลยแสดงอาการออกมาน้อย แต่ครั้งนี้ผมป่วยหรือภูมิตก อาการก็ออกเยอะแต่ก็ถือว่าน้อยมากๆเทียบกับหลายๆคน เพราะไม่มีอาการอะไรเลย มีแค่ผื่นแดง จากนั้นได้รับยามาทาน/ยาทาตามปกติ กลับมาก็บอกให้แฟนไปตรวจเลือดด้วยนะ เพราะแฟนไม่มีอาการอะไรเลย แฟนน่าจะไปตรวจเดือนหน้า เพราะตารางทำงานค่อนข้างแน่น
วันที่4-6(ปัจจุบัน) : กินยา/ทายาตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บแสบ ปวดร้อนบริเวณผื่นเลยครับ ผื่นมีจำนวนมากขึ้นนะ แต่ว่าผื่นที่ขึ้นช่วงวันแรกแห้งแล้วหายไปแล้วครับ เหลือแต่ผื่นที่ขึ้นมาหลังจากนั้น แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันก็หาย อาการที่เพิ่มมาคือปวดแปล๊บๆเบาๆ ไม่เจ็บมาก แสบบริเวณใต้อัณฑะเบาๆ ไม่ตลอดเวลา ประมาณ2-3ครั้งต่อวัน มีอาการคันมากขึ้นนิดหน่อยโดยเฉพาะตอนนอน แต่ไม่ถึงกับคันจนอยากเกา บริเวณก้นก็มีแสบเบาๆ แต่ไม่เจ็บ อาจจะแสบเพราะอุจจาระเยอะ 555
คืออาการทั้งหมดนี้ สำหรับผมคือปกติเลย ถ้าไม่คิดว่าตัวเองเป็นเริม ผมก็คิดว่ายังปกติไม่มีอะไรเปลี่ยน เพิ่มเติมตอนนี้คือระมัดระวังการใช้ชีวิตร่วมกันแฟนมากขึ้น ไม่อยากให้เค้าติดเลย ถึงแม้เค้าจะคอยบอกตลอดว่าไม่ซีเรียส จะติดก็ติด แต่ก็นั้นแหละครับ โรคที่อยู่กับเราจนตาย ไม่มีทางหาย ใครๆก็ไม่อยากเป็นครับ ตอนนี้ผมถึงระวังมากในการแพร่เชื้อให้กับคนอื่น การได้กำลังใจที่ดีจากคนใกล้ตัวเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาได้มากๆเลยครับ คิดว่าเป็นโรคที่น่ารำคาญชนิดหนึ่งก็พอครับ แถมเป็นโรคที่ช่วยให้เรารักษาดูแลร่างกายตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้โรคนี้เกิดขึ้นมาซ้ำๆ
สุดท้ายห็ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ อยากสอบถามถึงคู่อื่นๆว่ามีการรับมืออย่างไรบ้างกับการที่เนื้อคู่ตัวเองเป็นโรคเริมหรือโรคติดต่อทางเพศอื่นๅ ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังประสบปัญหานี้ด้วยนะครับ มีอะไรสามารถสอบถามได้เลยครับ จะพยายามตอบเท่าที่รู้นะครับ ขอบคุณครับ