สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องหนึ่งที่หนักใจและหาคำตอบกับตัวเองไม่ได้สักที เพราะทุกครั้งที่คิดจะพูดเรื่องนี้ เราจะรู้สึกผิดทันที และเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่แฟนเราเองก็หนักใจเหมือนกัน
ขอแทนตัวเองว่า “บี” และแฟนว่า “เค” นะคะ
เราคบกันมาเกือบ 5 ปี และจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เราอยู่ด้วยกันมาตลอด แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเช่า
ตั้งแต่เริ่มคบกัน ชีวิตเราไม่ได้ลำบาก มีรายได้ช่วยกัน ใช้จ่ายกันได้ปกติ บีเป็นคนต่างจังหวัด มาอยู่กับคุณพ่อที่จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ พ่อทำงานรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ได้เพียงวันละ500 บีจึงช่วยออกค่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เอง หลังจบ ปวช. บีไม่ได้เรียนต่อทันทีเพราะไม่มีคนสนับสนุน จึงออกมาทำงาน และตอนนี้กำลังเรียนต่อวันอาทิตย์เพื่อสร้างอนาคตของตัวเอง
ส่วนเคย้ายมาอยู่กับบีตั้งแต่คบกันปีแรก เราอยู่ด้วยกันและช่วยกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายมาตลอด
จนวันหนึ่ง ครอบครัวเคต้องการกู้เงินสร้างบ้านจากปัญหาเรื่องการแบ่งที่ดิน เดิมจะให้แม่เคเป็นผู้กู้ แต่ไม่สามารถกู้ได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นเคกู้ร่วมกับพ่อ ทั้งที่ตอนนั้นเคอายุเพียง 20 ต้น ๆ ทำให้เคมีภาระหนี้หลักล้านติดตัว และเป็นบ้านที่ไม่ได้เป็นบ้านของเราสองคน
ตอนแรกบีเข้าใจและยอมรับเรื่องนี้ เพราะรู้ว่าเป็นความรับผิดชอบของเค แต่เมื่อเวลาผ่านไป บีกลับรู้สึกว่า ภาระนี้ทำให้เราสองคนสร้างอะไรได้ยากขึ้น
ทุกเดือนเรามีค่าใช้จ่ายรวมเกือบ 20,000 บาท ทั้งค่าบ้านเช่าที่เราอยู่ ค่าครองชีพ และค่าผ่อนบ้านที่เคกู้ไว้ ทำให้เราแทบไม่มีเงินเก็บ ไม่สามารถซื้อรถ หรือวางแผนอนาคตร่วมกันได้
เหตุผลที่บีอยากมีรถ ไม่ใช่เพราะอยากใช้ชีวิตหรูหรา แต่เพราะอยากมีความสะดวกในชีวิต อยากเดินทางกลับต่างจังหวัดในเวลาจำเป็น อยากมีโอกาสไปเที่ยวและสร้างความทรงจำกับเคสองคน ไม่ต้องคอยพึ่งรถคนอื่น หรือเดินทางลำบากเวลามีเหตุฉุกเฉิน
เคเองเคยพูดว่าบ้านหลังนั้นทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรเลย เขาไม่ไปอยู่ตั้งแต่บ้านเสร็จ เขาเหมือนฝังใจไปแล้ว เขามักบอกว่า บ้านทำให้บีต้องมาลำบากด้วย ทั้งที่บีไม่เคยคิดว่าเคเป็นภาระเลย บีแค่รู้สึกว่าเราอยากช่วยกันหาทางออก
สิ่งที่ทำให้บีรู้สึกหนักใจ คือครอบครัวเคยังมีรายได้ประจำทั้งคู่ แต่เคกลับต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องบ้านและเคยมีการพูดถึงให้ช่วยเรื่องค่าเรียนของน้องสาว ซึ่งบีเข้าใจว่าเป็นเรื่องครอบครัวของเค และบีไม่อยากก้าวก่าย
แต่ในมุมของบี เคเองก็เคยรู้สึกว่าเขาไม่ได้มีโอกาสเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ต้องทำตามสิ่งที่ครอบครัววางไว้ ทั้งเรื่องเรียนและการทำงาน บีจึงรู้สึกสงสารและอยากให้เคมีโอกาสสร้างชีวิตของตัวเองบ้าง
เรื่องบ้านที่กู้มา บีและเคไม่ได้รู้รายละเอียดทั้งหมดด้วยซ้ำ ทั้งยอดที่ใช้สร้างจริง ภาระทั้งหมด หรือแผนในอนาคต รู้เพียงว่าเคมีหนี้ก้อนนี้และต้องช่วยรับผิดชอบ
บีไม่ได้โกรธที่เคดูแลพ่อแม่ และไม่ได้อยากให้เคทิ้งครอบครัวเดิม บีเข้าใจว่าพ่อแม่สำคัญ แต่บีอยากให้เราสองคนมีพื้นที่สำหรับสร้างครอบครัวของตัวเองด้วย
บีเองก็พยายามพัฒนาตัวเอง อยากเรียนให้จบ หางานที่ดีขึ้น เพื่อช่วยเคและไม่อยากเป็นภาระของเขา
สิ่งที่บีอยากรู้จริง ๆ คือ เราจะจัดการภาระของครอบครัวเดิม และครอบครัวที่เราสร้างร่วมกันอย่างไรให้สมดุล
บีไม่ได้กำลังบอกว่า “อย่าให้เคช่วยพ่อแม่”
แต่บีกำลังตั้งคำถามว่า “ภาระที่เคแบกอยู่ตอนนี้ เหมาะสมกับชีวิตคู่ของเราหรือไม่ และเรายังมีพื้นที่สำหรับอนาคตของเราสองคนไหม”
สิ่งที่ฉันคิดเห็นแก่ตัวไปไหม
ขอแทนตัวเองว่า “บี” และแฟนว่า “เค” นะคะ
เราคบกันมาเกือบ 5 ปี และจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เราอยู่ด้วยกันมาตลอด แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเช่า
ตั้งแต่เริ่มคบกัน ชีวิตเราไม่ได้ลำบาก มีรายได้ช่วยกัน ใช้จ่ายกันได้ปกติ บีเป็นคนต่างจังหวัด มาอยู่กับคุณพ่อที่จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ พ่อทำงานรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ได้เพียงวันละ500 บีจึงช่วยออกค่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เอง หลังจบ ปวช. บีไม่ได้เรียนต่อทันทีเพราะไม่มีคนสนับสนุน จึงออกมาทำงาน และตอนนี้กำลังเรียนต่อวันอาทิตย์เพื่อสร้างอนาคตของตัวเอง
ส่วนเคย้ายมาอยู่กับบีตั้งแต่คบกันปีแรก เราอยู่ด้วยกันและช่วยกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายมาตลอด
จนวันหนึ่ง ครอบครัวเคต้องการกู้เงินสร้างบ้านจากปัญหาเรื่องการแบ่งที่ดิน เดิมจะให้แม่เคเป็นผู้กู้ แต่ไม่สามารถกู้ได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นเคกู้ร่วมกับพ่อ ทั้งที่ตอนนั้นเคอายุเพียง 20 ต้น ๆ ทำให้เคมีภาระหนี้หลักล้านติดตัว และเป็นบ้านที่ไม่ได้เป็นบ้านของเราสองคน
ตอนแรกบีเข้าใจและยอมรับเรื่องนี้ เพราะรู้ว่าเป็นความรับผิดชอบของเค แต่เมื่อเวลาผ่านไป บีกลับรู้สึกว่า ภาระนี้ทำให้เราสองคนสร้างอะไรได้ยากขึ้น
ทุกเดือนเรามีค่าใช้จ่ายรวมเกือบ 20,000 บาท ทั้งค่าบ้านเช่าที่เราอยู่ ค่าครองชีพ และค่าผ่อนบ้านที่เคกู้ไว้ ทำให้เราแทบไม่มีเงินเก็บ ไม่สามารถซื้อรถ หรือวางแผนอนาคตร่วมกันได้
เหตุผลที่บีอยากมีรถ ไม่ใช่เพราะอยากใช้ชีวิตหรูหรา แต่เพราะอยากมีความสะดวกในชีวิต อยากเดินทางกลับต่างจังหวัดในเวลาจำเป็น อยากมีโอกาสไปเที่ยวและสร้างความทรงจำกับเคสองคน ไม่ต้องคอยพึ่งรถคนอื่น หรือเดินทางลำบากเวลามีเหตุฉุกเฉิน
เคเองเคยพูดว่าบ้านหลังนั้นทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรเลย เขาไม่ไปอยู่ตั้งแต่บ้านเสร็จ เขาเหมือนฝังใจไปแล้ว เขามักบอกว่า บ้านทำให้บีต้องมาลำบากด้วย ทั้งที่บีไม่เคยคิดว่าเคเป็นภาระเลย บีแค่รู้สึกว่าเราอยากช่วยกันหาทางออก
สิ่งที่ทำให้บีรู้สึกหนักใจ คือครอบครัวเคยังมีรายได้ประจำทั้งคู่ แต่เคกลับต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องบ้านและเคยมีการพูดถึงให้ช่วยเรื่องค่าเรียนของน้องสาว ซึ่งบีเข้าใจว่าเป็นเรื่องครอบครัวของเค และบีไม่อยากก้าวก่าย
แต่ในมุมของบี เคเองก็เคยรู้สึกว่าเขาไม่ได้มีโอกาสเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ต้องทำตามสิ่งที่ครอบครัววางไว้ ทั้งเรื่องเรียนและการทำงาน บีจึงรู้สึกสงสารและอยากให้เคมีโอกาสสร้างชีวิตของตัวเองบ้าง
เรื่องบ้านที่กู้มา บีและเคไม่ได้รู้รายละเอียดทั้งหมดด้วยซ้ำ ทั้งยอดที่ใช้สร้างจริง ภาระทั้งหมด หรือแผนในอนาคต รู้เพียงว่าเคมีหนี้ก้อนนี้และต้องช่วยรับผิดชอบ
บีไม่ได้โกรธที่เคดูแลพ่อแม่ และไม่ได้อยากให้เคทิ้งครอบครัวเดิม บีเข้าใจว่าพ่อแม่สำคัญ แต่บีอยากให้เราสองคนมีพื้นที่สำหรับสร้างครอบครัวของตัวเองด้วย
บีเองก็พยายามพัฒนาตัวเอง อยากเรียนให้จบ หางานที่ดีขึ้น เพื่อช่วยเคและไม่อยากเป็นภาระของเขา
สิ่งที่บีอยากรู้จริง ๆ คือ เราจะจัดการภาระของครอบครัวเดิม และครอบครัวที่เราสร้างร่วมกันอย่างไรให้สมดุล
บีไม่ได้กำลังบอกว่า “อย่าให้เคช่วยพ่อแม่”
แต่บีกำลังตั้งคำถามว่า “ภาระที่เคแบกอยู่ตอนนี้ เหมาะสมกับชีวิตคู่ของเราหรือไม่ และเรายังมีพื้นที่สำหรับอนาคตของเราสองคนไหม”