JJNY : CIB ขอหมายแดงฮุ่ยวัน 2 ด.ยังไม่ได้│โผล่อีก!อาร์มสวยลายมังกร│ผู้ผลิตไฟฟ้าเตือนรื้อสัญญา│ญี่ปุ่นเตรียมรับมือบาหวี่

กมธ.กฎหมาย เผย CIB ขอหมายแดงฮุ่ยวัน 2 เดือนยังไม่ได้ อึ้ง ไทยเทรด USDT เกือบ 60% ทุกเดือน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5799685
.

.
กมธ.กฎหมาย เผย CIB ขอหมายแดงฮุ่ยวัน 2 เดือนยังไม่ได้ อึ้ง ไทยเทรด USDT เกือบ 60% ทุกเดือน
.
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก เปิดเผยถึงกรณี กมธ.การกฎหมายฯ ประชุมติดตามการบังคับใช้กฎหมาย กรณีปัญหาสแกมเมอร์และวาระการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีการอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีน โดยระบุเป็นข้อความดังนี้
.
“9 กรกฎาคม 2569 ผมรังสิมันต์ โรมประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นประธานการประชุมคณะ กมธ. ครั้งที่ 8 เพื่อพิจารณาศึกษาและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย กรณีปัญหาสแกมเมอร์และอาชญกรรมทางเทคโนโลยี นโยบายทางกฎหมายเชิงรุกในการจัดการปัญหาดังกล่าว รวมทั้งการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2562 ตลอดจนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
.
โดยผู้แทนจาก CIB ให้ข้อมูลว่าไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง ยิมเลี๊ยก เบน สมิธ กับฮุ่ยวัน จึงไม่สามารถดำเนินการกับฮุ่ยวันได้ มีการขอหมายแดงไปแล้ว 2 เดือน แต่ยังไม่ได้ ซึ่งกองการต่างประเทศ เพิ่งยื่นขอให้ ก่อนหน้านี้ใช้เวลานานเพราะอยู่ระหว่างการคัดกรอง
.
คณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามเกี่ยวกับการยึดเงิน การคืนเงิน ของยิมเลี๊ยก เบน สมิธ ว่าถ้าไม่เกี่ยวกับฮุ่ยวัน มีตัวแทน หรือผู้อื่นดำเนินการแทนไหม มีการใช้กลไก MLAT (Mutual Legal Assistance Treaty) สนธิสัญญาความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศ ได้ประสานอะไรทางกัมพูชาไปบ้างหรือไม่?
.
กรณีที่เงินคริปโตจากผู้เสียหาย ไหลผ่าน ฮุยวันเปย์ ได้มีการไปสืบสวนว่าใครเป็นกรรมการ ซึ่งจากข้อมูลที่เปิดเผยของสวิสเซอร์แลนด์ พบว่ามีบุคคลสำคัญเป็นผู้ก่อตั้ง ฮุ่ยวัน
.
คณะกรรมาธิการฯให้ความสำคัญกับ กระบวนการคืนเงินผู้เสียหาย ต้องรวดเร็ว ที่ต่างประเทศมีการจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการเงินที่ยึดได้ แบ่งเงินมาอัพเกรดการทำงานของเจ้าหน้าที่ เฉลี่ยคืนผู้เสียหายโดยไม่ต้องพิสูจน์เส้นทางการเงิน (โดยการอนุมัติของศาลโดยมีหลักฐานพอสมควรว่าเป็นผู้เสียหาย)
.
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ กรณีประเทศไทย มีการเทรด USDT เกือบ 60% แทบทุกเดือน ซึ่งผิดวิสัยอย่างยิ่ง จึงเสนอแนะให้กลต.บังคับใช้ travel rule อันเป็นการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอน เพื่อไม่ให้แก๊งหลอกลวงมาใช้ไทยเป็นฐานฟอกเงิน
.
ต่อจากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการพิจารณาในวาระศึกษาและติดตามตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีการอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีนและการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อขาวต่างชาติ และการตรวจสอบเส้นทางการเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการพ่อกเงิน พ.ศ. 2542 ตลอดจนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ซึ่งถือว่ากรรมาธิการฯ ได้ใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ ในการติดตามความคืบหน้าในกรณีนี้ จนมีความคืบหน้า ตามลำดับ”
.
https://www.facebook.com/rangsimanrome/posts/pfbid0LN9jjHFJ6xkd9TrRpxkAuH4wstANPZwNntkVZ1oDvfxP3uC7mCPMcJQu9smLuo8vl
.

.
โผล่อีก! อาร์มสวยลายมังกร สน.จักรวรรดิ แจกนายละ 2 ชิ้น ชาวเน็ตถาม ‘ขออนุญาตแล้วยัง
https://www.dailynews.co.th/news/6014958/
.
โซเชียลจับตาอีก! หลังประเด็นอาร์มลายมังกรของ สน.ห้วยขวาง ยังเป็นที่ถกเถียง ล่าสุด สน.จักรวรรดิ ประกาศแจกอาร์มลายมังกรให้ตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม นายละ 2 ชิ้น ชาวเน็ตตั้งคำถามขออนุญาตแล้วหรือยัง
.
จากกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์การใช้อาร์มลายมังกรบนเครื่องแบบตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามของ สน.ห้วยขวาง จนผู้บังคับบัญชาชี้แจงว่าเป็นการสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตตามระเบียบ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนหรือกลุ่มจีนเทา ล่าสุด ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพอาร์มลายมังกรของ สน.จักรวรรดิ
.
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กของ สน.จักรวรรดิ ได้เผยแพร่ประกาศประชาสัมพันธ์ถึงข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม เชิญมารับอาร์มประจำสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ นายละ 2 ชิ้น ที่ห้องธุรการงานป้องกันปราบปราม ในวันและเวลาราชการ พร้อมขอความร่วมมือให้มารับโดยพร้อมเพรียง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสร้างความเป็นเอกภาพในการแต่งเครื่องแบบของกำลังพล
.
ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวเกี่ยวกับการสั่งระงับการใช้อาร์มลักษณะดังกล่าว ขณะที่อีกส่วนมองว่า กรณีของ สน.ห้วยขวาง เป็นประเด็นเรื่องการยังไม่ได้รับอนุญาตตามระเบียบ หากสถานีตำรวจแห่งอื่นดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องก็อาจสามารถใช้อาร์มดังกล่าวได้
.
นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า สน.จักรวรรดิ มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมย่านเยาวราช ซึ่งเป็นไชน่าทาวน์ของกรุงเทพมหานคร การนำสัญลักษณ์มังกรมาใช้จึงอาจเป็นการสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า อาร์มดังกล่าวได้รับการอนุญาตตามระเบียบแล้วหรือไม่
.
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บังคับบัญชาตำรวจนครบาลและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยืนยันว่า การออกแบบอาร์มลายมังกรของ สน.ห้วยขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตจีน และไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มจีนเทาหรือกลุ่มทุนจีนแต่อย่างใด โดยการใช้อาร์มจะต้องเป็นไปตามระเบียบและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.

.
ผู้ผลิตไฟฟ้า เตือนรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนกระทบเชื่อมั่นนักลงทุน หวั่นซ้ำรอยเวียดนาม เกาไม่ถูกที่คัน https://www.matichon.co.th/economy/news_5799682
.
ผู้ผลิตไฟฟ้า เตือนรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนกระทบเชื่อมั่นนักลงทุน หวั่นซ้ำรอยเวียดนาม เกาไม่ถูกที่คัน
.
จากการที่รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน เตรียมรื้อสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนทั้งโซลาร์เซลล์และพลังงานลม โดยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาที่มีการต่ออายุอัตโนมัติ พร้อมเสนอปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เหลือ 2.16 บาทต่อหน่วย
.
แหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวภาคเอกชนต้องการเห็นความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อ เนื่องจากการพัฒนาโครงการในยุคแรกนั้นมีต้นทุนที่สูงมาก ทั้งราคาแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และต้นทุนทางการเงิน ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
.
“การระบุว่าโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเกิน 10 ปีนั้นคุ้มทุนแล้ว อาจไม่เป็นจริงเสมอไปสำหรับทุกโครงการ เพราะด้วยความคุ้มทุนของแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขและต้นทุนในอดีตที่ซับซ้อนและท้าทายกว่ายุคปัจจุบันมาก จึงอยากให้รัฐบาลเปิดเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันก่อนจะมีการบังคับใช้นโยบาย” แหล่งข่าวกล่าว
.
นอกจากนี้ ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนเพราะเชื่อมั่นในนโยบายรัฐบาลตั้งแต่แรก หากมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาในลักษณะนี้ อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศเวียดนาม จนทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้าเข้ามาลงทุนต่อ
.
ในส่วนของข้ออ้างเรื่องค่า Adder ที่ทำให้ค่าไฟแพงนั้น มองว่ารัฐบาลอาจกำลังเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากเมื่อนำค่า Adder มาเฉลี่ยแล้วไม่ได้สูงมากอย่างที่คิด และควรไปพิจารณาปรับปรุงในส่วนของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคามากกว่า
.
ขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับการประสานหรือเชิญเข้าไปหารืออย่างเป็นทางการจากฝ่ายนโยบาย จึงต้องการให้มีการพูดคุยกันอย่างละเอียดเพื่อให้ได้แนวทางที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายและไม่ทำลายบรรยากาศการลงทุนในระยะยาว
.
ทั้งนี้ สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยนั้น ประเด็นเรื่องในเรื่องของส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของโครงการพลังงานหมุนเวียนรุ่นแรกจึงเป็นที่จับตามองอย่างมาก เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าของภาคประชาชน ซึ่งยังมีกำลังผลิตที่อยู่ในระบบอีกกว่า 1,500 เมกะวัตต์ ที่ยังไม่หมดอายุสัญญา
.
จากข้อมูลสรุปสถานภาพการผลิตไฟฟ้าสะท้อนให้เห็นว่า โครงการที่ได้รับเงินส่วนเพิ่ม Adder ทั้งหมดมีกำลังผลิตรวม 4,108 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น
.
1.กลุ่มที่หมดสัญญา Adder แล้วจำนวน 2,596 เมกะวัตต์ (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569) ซึ่งกลุ่มนี้ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญญาเป็น PPA แบบ 5 ปีและต่อเนื่อง โดยรับซื้อในราคาค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยแทน
.
2. กลุ่มที่ยังมีสัญญา Adder คงเหลือจำนวน 1,512 เมกะวัตต์
.
ทั้งนี้ หากเจาะลึกรายหน่วยงานรับซื้อ จะพบว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีโครงการ Adder รวม 2,535 เมกะวัตต์ ปัจจุบันคงเหลือสัญญา Adder อีก 1,470 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยหมดสัญญาลงทั้งหมดภายในปี 2572 ขณะที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีโครงการรวม 1,573 เมกะวัตต์ แต่เหลือสัญญา Adder เพียง 42 เมกะวัตต์เท่านั้น และจะหมดสัญญาในปี 2574
.
แหล่งข่าวระบุว่า ต้นทุนจาก Adder เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ถูกส่งผ่านไปยังค่าไฟฟ้าผ่านค่า Ft โดยจากการวิเคราะห์โครงสร้างค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในช่วงต้นปี 2568 (ม.ค.-เม.ย. 2568) ที่ราคา 4.15 บาทต่อหน่วย พบว่าต้นทุนจาก SPP Adder และ VSPP Adder รวมกันอยู่ที่ 0.086 บาทต่อหน่วย
.
นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบของค่า FiT (Feed-in Tariff) อีกประมาณ 0.078 บาทต่อหน่วย ทำให้เมื่อรวมภาระจากนโยบายรัฐด้านพลังงานหมุนเวียน (Adder + FiT) ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนส่วนนี้รวมกว่า 0.169 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นประมาณ 4.09% ของค่าไฟฟ้าทั้งหมด
.
ประเด็นที่กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ากำลังเร่งหารือคือ อนาคตของโรงไฟฟ้ากลุ่มที่หมดสัญญา Adder ไปแล้วจำนวน 2,596 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันเป็นสัญญาแบบ 5 ปีและต่อเนื่อง มีข้อเสนอให้นำกำลังผลิตส่วนนี้มาช่วยลดค่าครองชีพประชาชน อาทิ
.
1.การรับซื้อต่อในราคาที่ต่ำลง โดยอาจให้เพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อทำให้ราคารับซื้อรวมเฉลี่ยต่ำลงกว่าเดิม  2.การเปิดเสรีบุคคลที่สาม (TPA) เพื่อเปลี่ยนกำลังผลิต 2,596 เมกะวัตต์นี้ ให้เป็น Direct PPA สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม หรือรองรับ Data Center ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด
.
การบริหารจัดการสัญญา Adder ที่กำลังจะหมดลงในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าค่าไฟฟ้าของคนไทยจะลดลงได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ” แหล่งข่าวกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่